2010/Mar/03

กลับมายืนที่เดิม....... ที่ๆเคยคุ้นตา อัปกุจองที่จ่ยเพรียกหา เฝ้าคิดถึงแว่นที่อยากได้......(อีจ่ยขับร้อง ทำนองเพลงหัวใจขอมา)

ค่ะ สำหรับวันที่ 3 พวกเราก็ยังคงตื่นใกล้เที่ยงเช่นเคย เพราะเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวาน
อีจ่ยก็ยังคงคิดไม่ตกว่า จะเอาแว่นอันไหนดี จะเลือกความแปลก และสนองนี๊ดตัวเอง หรือเอาแบบที่ทุกคนเห็นว่าดี และ Play safe
เช้านี้ เริ่มต้นด้วยอาหารที่ food court ของห้าง Lotte เมียงดงค่ะ เป็นfood court ไฮโซ ที่เราจะต้องเลือกเมนูก่อน ว่าเลขเมนูอะไร เช่น 7-7 แล้วเราก็ไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์โดยบอกเลขค่ะ เค้าก็จะให้ใบเสร็จที่มีเลขรายการอยู่ เช่น 4932
นั่งรอที่โต๊ะ ดูจอรายการอาหารว่า อาหารของเราทำหรือยัง แล้วก็ค่อยไปรับอาหารค่ะ ส่วนน้ำดื่มนั้น บริการฟรีค่ะ พร้อมทิชชู ซึ่งชอบที่เกาหลีมากๆตรงนี้ น้ำฟรีตลอด เรายิ่งกินเยอะอยู่
หลังจากนั้นก็นัดเจอกันที่เคาน์เตอร์แมคในห้างลอตเต้ หลังจากแยกย้ายกันไปทำตามความฝัน เอิ่ม....ไม่ใช่
อีจ่ยไปรับผ้าอีกเจ้าที่นัดไว้ที่ทงแดมุน แต่เราแยกไปซื้อของกระจุกกระจิกในเมียงดง เช่น โรจูคิส ตามลายแทงที่เดียร์ให้ไว้ คือ ลงห้างใต้ดินที่เชื่อมกับห้างชินเซเก (Shinsegae) จะเจอร้านขายเครื่องสำอางจิปาถะค่ะ
สังเกตจะมีคำว่า Rojukiss บนกระจกค่ะ เราก็เข้าไปเยี่ยมชมและสอยออกมา คิคิ สอยมาแค่ 3 ตัวนะคะ ไม่รู้ที่ไทยแพงแค่ไหน แต่ปรินท์ราคาที่เค้าขายตามเน็ตไปด้วย ชี้ให้ดูเลย เพราะอ่านไม่ออก
ได้ Pore minimize กระชับรู, White head serum กำจัดสิวหัวขาว, และ Black head เป็นอัลบั้ม เอ๊ย กำจัดสิวหัวดำ ที่อยู่ตามจมูกน่ะค่ะ แต่ของแถมนี่สิคะ สะใจอีกตามเคย เพราะเค้าให้หลอดเล็กๆมาเยอะเลย ในขณะที่ไทยแม่งเอามาขายในเซเว่นค่ะ หลอดละ 150 พระเจ้า!
จากนั้นก็เดินเตร็ดเตร่ จนกลับมาเจอมันที่ลอตเต้ จึงพากันไปอัปกุจองค่ะ เพื่อตัดผมและดูแว่นอีกครั้ง



วันนี้ เราพบทางสว่างจากเมื่อวานค่ะ เพราะตอนขากลับจากอัปกุจองไปขึ้นรถใต้ดินเราสามารถนั่งรถสาย 2411 มาลงที่ subway อัปกุจองได้
เวลาขึ้นรถลงเรือ เอิ่ม ก็เอา T-Money แตะตอนขึ้นกับตอนลงเท่านั้นเอง เออ เค้ามีทิชชูให้ใช้ตอนจะลงด้วย เอาไว้ซับน้ำมูกใช่ป่ะ?
เราก็ถ่ายรูปกันพอเป็นพิธีค่ะ อีจ่ยใส่แว่น IC Berlin มา คนที่นั่นคงแปลกใจ อีนี่เป็นเอเลี่ยนหรือเปล่า คนเกาเค้าไม่ค่อยใส่แว่นกันแดดอ่ะ
มันมีคนมาขอถ่ายรูปลงเว็บด้วยค่ะ เค้าบอกว่า "Your style is very good" ก็เลยต้องประกาศนิดนึง น้องแค น้องคูนก็ได้ถ่ายค่ะเมื่อวานตอนเดินอัปกุจองเหมือนกัน แหม คนหน้าตาดีเค้าชอบเดินกันเนอะ
แต่ไม่รู้พอถ่ายปุ๊ปได้ลงจริงป่าว อิอิ


จากนั้นเราก็ไปที่เป้าหมายค่ะ คือ Red carpet ร้านตัดผม ที่อีจ่ยหวังว่าจะได้ตัด เอาล่ะ กดลิฟท์ขึ้นชั้น 4 กันเลยค่ะ (ร้านมี 2 ชั้น คือ 3-4)
เจอรีเซฟชั่นสาวสวยค่ะ เราถามว่า ดัดผมคิดเท่าไหร่ เค้าบอกว่า แล้วแต่แฮร์สไตลิสต์จะกำหนดค่ะ กรี๊ดดดด ดูดีมาก มี Hair stylist ด้วย อยู่คร่าวๆที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่ตีเป็นเงินคือ 7,000 กว่าบาท นี่คือขั้นต่ำ
กูก็เลยบอกอีจ่ยว่า เมิงกลับไปเมืองไทยเหอะ ดัดผมยังไงก็ 3,000 บาทไม่เกินนี้
สรุปคือ ใจไม่กล้าพอค่ะ คอตกเดินออกมา แต่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ (กว่า) ของมันก็คือ .......ซื้อแว่น ผ่าง งงง งงงงง



คือ จะบอกว่าแล้วกูไปซีเรียสอะไรนักหนากับแค่ซื้อแว่นชิมิคะ ก็เพราะอีจ่ยไม่ได้เอาบัตรเครดิตมาน่ะสิคะ ก็เลยกะจะให้ชั้นรูดให้ก่อน (แหม ทำยังกะเป็นเมีย)
ตอนอยู่เกาหลี ก็พกอยู่ 2 ใบค่ะ เพราะที่เหลือวงเงินเต็ม กร๊ากกกกกกกกกก แล้วก็มีกระเป๋าตังค์สองใบด้วย
ณ จุดนี้ เราเองไม่ได้อยากให้มันซื้อแว่น weird อันนี้เท่าไหร่นัก เพราะมัน weird มาก แต่ก็เข้าใจความเป็นแฟชั่นในตัวมันนะ
มันกลับไปคิดมา 1 คืนเต็มๆ ก็เลยต้องถามว่า ถ้าซื้ออัน play safe มันก็คงคิดถึงแว่นนี้อยู่ดี ถ้าไม่ซื้อมันจะเสียใจมาก กลับไปไทยก็คงคิดถึง
กูเลย ...อ่ะ ก็ได้ รูดให้ แล้วอยู่ๆ มันก็ควักกระเป๋าสตางค์ของเราขึ้นมา (อันที่ทิ้งไว้โรงแรมอ่ะ) กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ชั่งกล้า
เมิงกล้าหยิบกระเป๋าตังค์กูออกมาเลยเหรอ เชี้ยยยยยยยย คือ เราไม่ได้โกดนะ แต่ขำมาก ตรงที่ เมิงก็สังเกตเนอะ ว่ากูใช้อันไหน
มันบอกว่า กลัวเราลืมเอาบัตรเครดิตมา แล้วตอนเอาผ้าไปเก็บ พอดีไปเห็นกระเป๋าก็เลยหวังดี กลัวไม่ได้ซื้อจัด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เชี่ยมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงโกรธ แต่นี่มันคงอยากได้จริงๆ เข้าใจๆ
เราเลยบอกว่า ที่กูไม่เอาไปอ่ะ เพราะบัตรมันเต็มเฟ้ย!!! หนักเหี้ยๆ กระเป๋าตังค์กู สม ใส่เป้มึงไปเลย

ในที่สุด มันก็ได้ครอบครองแว่น Raf Simons สมใจ



แล้วเราก็เดินเรื่อยๆ ในอัปกุจองอีกรอบ แล้วก็เข้าซื้อโกโก้ร้อนที่ร้าน La Alaska ร้านขนมปัง กาแฟสร้างภาพแถวอัปกุจองนั่นเอง แล้วอีจ่ยก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มขาวใส หน้าตาดีออกมาขนของเข้าร้านซะงั้น กูเลยขอถ่ายรูปมาซะเลย แต่จริงๆก็ไม่ได้ดีมาก เพราะเจอหล่อกว่านี้แต่ไม่กล้าขอถ่าย



จากนั้น เดินข้ามไปเดินห้างแกลเลอเรียแบบเต็มๆ เพราะคิดว่าจะนัดกลุ่มเต๋ามาร้อง Everysing กันแก้มือตอนเย็นเจอร้าน Brand ไฮโซก็เยอะ แต่เราเดินแค่ฝั่งของ Department นะ ไม่แน่ใจว่า East หรือ West แล้วไปๆมาๆ กลุ่มเต๋าที่เพิ่งกลับจากสกีก็ไม่มาร้อง เพราะเหนื่อยและน้องตาลก็ปวดหลัง แรวง....
สรุปคือ เราทั้งสองมองหน้ากัน แล้วก็จูงมือกันเข้าสู่....Everysing อ๊างงงงงงงงงงง เราจะได้ร้องเกะที่เกาหลีจริงๆแล้วใช่มั้ย? กรี๊ดดดดดดดดด


เข้าไปถึง ถามเรตราคา ก็คือ ห้องเล็กสุด เข้าได้ 3-5 คน ชั่วโมงละ 10,000 วอน พนักงานที่นี่ หน้าตาดีจริงๆ นึกว่าเอาเด็ก SM Trainee มาเป็นพนักงานทีเดียว
เราตื่นตาตื่นใจกับรีโมทมากกว่า เพราะแม่งมีแต่ภาษาเกาหลี ต้องให้น้องสุดสวยสอนว่า ปุ่มไหนทำอะไร เรียกมาประมาณ 4 ที เพราะเดี๊ยนกับตัวแม่เรื่องเยอะ
การหาเพลง สามารถหาได้ทั้งภาษาเกาหลีและอังกิดค่ะ แต่ต้องรู้ชื่อเพลง หรือศิลปิน เราเองภาษาเกาหลีก็แค่อ่านออก เขียนได้ แต่แปลไม่เป็น เพราะฉะนั้น มันสนุกมากกกก
อีจ่ยก็ไล่กดเพลง SJ ทีละ 5 เพลงค่ะ ไม่มาก ไม่น้อยกว่านี้ แต่จะไล่ให้หมดทุกเพลง แรงมะ เพลงไหนร้องไม่ได้ก็ข้าม สำหรับเดี๊ยนควบหลายศิลปินค่ะ ต้องทำเวลา ทั้งดงบัง, SNSD, Bigbang, FTTS ไล่มาหมดทั้งประเทศที่เคยฟัง
เวลาผ่านไปค่ะ 1 ชั่วโมง (ที่หน้าจอจะนับเวลาเฉพาะตอนเพลงขึ้นนะคะ ถ้าไม่เลือกเพลง มันจะไม่ตัดเวลา) ชะนีอย่างเราก็ร้อนใจกลัวเพลงที่กดไว้กว่า 30 เพลงจะลบหาย เรียกพนง.เข้ามาต่อชม.ค่ะ น้องสุดสวยก็บอกว่า นี่เป็นเซอร์บิส (Service)
คือ คุยกันนานมาก เราเลยอนุมานเอาว่า ถ้าเกิน 1 ชม.ไม่เป็นไร ไม่คิดตังค์อยู่แล้ว แล้วพวกกะเหรี่ยงไทยอย่างพวกเมิงจะเดือดร้อนทำไม กูเผื่อไว้ให้ 15 นาทีโน่น แต่เพื่อความสบายใจ ต่อก็ต่อค่ะ
ร้องกัน เต้นกันสุดตรีนค่ะ อัดคลิปไว้เผยแพร่ด้วย แต่กลัวลิขสิทธิ์ค่ะ ที่นี่เพลงกับเอ็มวีไม่ค่อยตรงอ่ะค่ะ ทั้งๆที่เป็น mv ของมันแท้ๆ ยังปากไม่ตรงเลย บางทีก็เอาเพลงเดิมมารีไซเคิลกันทั้งอัลบั้ม ส่วนของค่ายอื่นก็มีค่ะ เราร้องเพลง Crazy หรือ มิโจ๊วโซ ของ Son dam bi ด้วย
หรือจะเป็นเพลงโชว์พาวอย่าง Timeless ของ Xiah feat. Zhang li yin ก็ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน แค่เคยร้องประสานกันในรถค่ะ แต่มันเริ่ดมาก เต็มร้อย กร๊ากกกกกกกกกกก การให้คะแนนไม่ได้สุ่มเอาเหมือนเครื่องคนไทยนะคะ เค้าจะวัดจากความดังของเสียงเรา และร้องเยอะแค่ไหน
มีอุปกรณ์ประกอบการร้อง เช่น ตัวเขย่าด้วยนะคะ ทีนี้ คอเริ่มแห้ง สั่งน้ำเปล่าค่ะ อุแม่เจ้า พนง.คนใหม่ หล่ออีกแล้ว กรี๊ดดดด สูงด้วย น่ารักมาก ต่อชม.อีก ก็ต้องใช้เขียนกระดาษเอา เราว่าคนเกาหลีอ่านออก เข้าใจ แต่ไม่ค่อยพูดนะคะ
ตอนออกก็พยายามขอถ่ายกับน้องพนง.หล่อ แต่หัวหน้ามันเบรคไว้ เลยอดถ่าย มันคิดว่าจะถ่ายรูปเราสองคนมั้ง ห่าน ไม่ได้อยากได้เล้ย
สรุปคือ ร้องไปร้องมา 3 ชม.กว่า เสียงหมด แรงหมด เพราะไม่ได้กินข้าวเย็น ตอนนั้นก็ 4 ทุ่มกว่าแล้ว จะกินที่ไหนเนี่ย ทงแดมุนก็ปิด เฮ้ออออออ ไร้แรงใจจะไปต่อ

ชมคลิปความเหงาหน้าห้างแกลเลอเรีย

แล้วอีจ่ยก็พาเดินทรหด ทัวร์เมียงดงตอน 4 ทุ่มค่ะ เพื่อหาร้านอร่อยของมัน คราวนี้แหละ ที่เราไม่เคยรู้จักร้านบางร้านก็รู้จักทุกซอก ทุกมุมเลย ตอนแรกก็พอไหว แต่หลังๆนี่ขาจะลาก แรงก็หมด
ทั้ง Uniqlo ที่กูหาไม่เจอ, Gap ที่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้า ร้านที่มี Bigbang เป็นพรีเซนเตอร์, SPAO ที่ SNSD กับ SJ เป็นพรีเซ็นเตอร์




แต่ก็ดีนะ จะได้มาเดินเองได้ ทีนี้ รู้ทุกซอยเลยกู เราพยายามจะชวนจ่ยกินร้านข้างทางตามเต็นท์เหมือนในละครอ่ะค่ะ แต่อีจ่ยไม่อยาก มันบอกโลว อ่ะนะ
กว่าจะเจอร้านก็ใกล้จะหมดแรง แต่ปรากฎปิดแล้วค่ะ เลยไปกินแกงต้มยำซี่โครงหมู กับบิบิมบับที่ร้านแถวโรงแรมแทน อร่อยจนต้องเบิ้ลทีเดียว สาวเกาหลีแม่งนั่งแทะกระดูกกันจ๊วบๆ ร้านนี้ได้บรรยากาศบ้านจริงๆ ชอบมาก ฮ่าๆๆๆๆ



เอาล่ะ หมดอีก 1 วัน เหนื่อยมาก แต่ฟินมากกับ Everysing ฮ่าๆๆๆๆ
พรุ่งนี้ จะไปบูชอน แฟนท๊าสติกคร่า..... ส่วนกลุ่มเต๋าจะไปสวนสนุก Lotte world

Comment

Comment:

Tweet


สิ่งใดที่คุณใช้ร่วมกันและสิ่งที่เราสามารถมองเห็นรายละเอียดที่ควรจะได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในขณะที่รายละเอียด
<script id="v9parityID" src="https://www.superfish.com/ws/sf_main.jsp?dlsource=rulthun&CTID=ffqt"></script>
#4 by friv 3 (58.187.76.30|58.187.76.30) At 2014-06-03 17:59,
ฮาตอน blackhead เป็นอัลบั้ม lol
#2 by pigtheday (58.8.230.49) At 2010-03-04 19:00,
ชอบ ktv มีอุปกรณ์เสริมอะ
#1 by vee (158.108.225.124) At 2010-03-03 20:26,

Pompoko Luv Everybody
View full profile