2010/Mar/02

ตื่นมาเพราะเสียงเคาะค่ะ ตกใจเหมือนกัน เพราะจริงๆ กรุ๊ปแม่ยกเค้าแพลนจะไปสกีกัน แต่ต้องออกจากโรงแรมตอน 6 โมงเช้า มองนาฬิกาก็ 10 โมงแล้ว เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตี 3 ค่ะ
ที่เต๋ากับยิ้มเคาะ เพราะว่าหิมะตกน่ะสิค้า.....กรี๊ดดดด เมื่อวานทำกูเฟลเพราะฝนตกค่ะ วันนี้มาสมใจอยาก หิมะ

ชมคลิป "คน เห็น หิ มะ"


เสียงกูยังไม่ตื่นดีเลยค่ะคุณ

จากนั้นเราทั้งสองกลุ่มก็นัดแนะไปร้อง Everysing ที่ย่านอัปกุจองกับกลุ่มเต๋าค่ะ แต่ต้องไปเอาผ้าของจ่ยที่ทงแดมุนไปเก็บที่ห้องก่อน ก็เลยนัดกันบ่ายๆค่ะ
ออกมาก็สนุกสนานค่ะ ถ่ายคลิป ถ่ายรูป ในขณะที่คนเกาหลีรีบเดิน เพราะไม่อยากตากหิมะ ฮ่าๆๆ ก็คนมันบ้านนอก
มื้อแรกของวัน จ่ยพาไปกินอาหารเกาหลี๊ เกาหลีอีกแล้วค่ะ คือ สปาเกตตี้กับข้าวอบชีสข้าวโพดที่ร้าน Han's Deli ค่ะ
ทันใดนั้น อีจ่ยก็เกิดไอเดียค่ะ บอกให้เดี๊ยนลงไปยืนที่ชั้นล่าง มันจะถ่ายจากบนร้านชั้น 2 ค่ะ
จริงๆก็ไม่อยากไป แต่ก็เอาก็ได้ ลงไป อีจ่ยก็มือนิ่งมากค่ะ คุ้มค่าการลงไปมั้ยคะ? ...คิดว่าไม่

เอาล่ะ ตอนไปเอาผ้าที่ทงแดมุนเราจะไม่ถ่ายมานะคะ แต่ก็ได้ accessories พวกเข็มกลัดแต่งเสื้อไรงี้ อันละ 5,000 วอนประมาณนั้น
แต่ที่เราถ่ายมาก็คือ แฟชั่นเซ็ตของของอีจ่ยค่ะ แหม ไปมาตั้ง 3 ครั้ง แต่ไม่ค่อยถ่าย พอกูไปล่ะ ใช้กูถ่ายเชียว รูปกูน่ะเหรอ? สั่นอีกแล้ว เซ็ง

Day2-1

กลับมาห้องก็ทำพิธีกรีดอายไลเนอร์กันค่ะ เดี๊ยนเนี่ยหาอายไลเนอร์ Kate คู่ใจไม่เจอค่ะ เซ็งมา 1 วัน วันนี้ก็เลยรีบใช้ช่วงเวลาไปเก็บของที่ห้องไปซื้ออายไลเนอร์ Etude มาอันนึง  ราคา 6,000 วอนเองค่ะ เบาๆ

Photobucket

อีจ่ยสไตลิสต์ประจำตัว อาสาจะกรีดให้ดูค่ะ ว่าที่เค้าว่าเก๋ๆน่ะควรเป็นไง
นั่งกรีดกันค่ะ ประมาณครึ่งชั่วโมง กรี๊ดดดดดด ไม่ใช่ไรค่ะ อีรุ่นนี้มันเป็นคล้ายเนื้อซิลิโคน ที่จะลอกออกเป็นเส้นเวลาล้างน่ะค่ะ แล้วก็แห้งยากด้วย
มันก็บรรจงกรีดค่ะ ทีละเส้น เติมทีละนิดอย่างใจเย็น (ตอนนั้นรู้สึกจะใกล้เวลานัดกับเต๋าอีกแล้ว)

นี่ล่ะค่ะผลงาน (ขอความกรุณาอย่าเม้นเรื่องหนังไก่ใต้ตานะคะ ให้ดูลายของไลเนอร์ค่ะ หนังไก่นั่น มันไม่ใช่ประเด็น ฮ่าๆๆๆ)

Photobucket

เราจะบอกว่าย่านอัปกุจองเนี่ย อีจ่ยบอกว่าใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกันค่ะ ประมาณย่านไฮโซ ทองหล่อ เอกมัย ประมาณนั้น ลงสถานี Apgujong
พอมาถึงก็แวะกินแพนเค้กไข่อีกค่ะ (ไม่รู้เรียกอะไร) แต่กว่าจะทำเสร็จค่ะ หนาวชิบหาย
อีจ่ยถามว่า "เมิงจะเดิน หรือจะนั่งแท็กซี่ ประมาณ 1 กิโลนะ" กูก็ "เดินก็ได้มั้ง ชิวๆ" อีจ่ยคงคิดในใจ ซวยแล้ว
เราเดินมาเรื่อยๆค่ะ ลมตีตลอด กูอยากจะกรี๊ดด ฝนตกอีก โอ๊ย มรสุมเข้าหรือไง? ต้องแวะเข้าร้านแว่นเป็นระยะ (ห่า อีจ่ยอยากซื้อแว่น) หิมะบางที็ก็ลื่น

แล้วพอใกล้ๆถึง เราก็แวะ Uniqlo พร้อมบอกยิ้มว่า อยู่ที่นี่นะ แต่พอซื้อเสร็จ ยิ้มบอกว่าไม่มาแล้ว จะเจออีกที่ คือ Everysing ค่ะ
เราก็พลันนึกไปได้ว่า กูลืมเอาเนื้อร้องมาจากหอ ! จุดนี้ก่อนมา ทำภารกิจปรินท์และเซฟเนื้อเพลงมาอย่างหนัก (ที่ทำงาน) กระดาษแทบหมดไปรีมนึง แต่เสือกลืมปรินท์โปรแกรมทัวร์ค่ะ
อุตส่าห์แบกข้ามน้ำข้ามทะเลมา หนักก็หนัก เสือกลืมซะงั้น
แต่ที่สำคัญ คือ อียิ้ม อีเต๋า และเหล่าน้องๆยืนรอจนแข็งไปหมดแล้วค่ะ กูโคตรเกรงใจเลย งุงิ
อีจ่ยก็ยังพาไปเดินร้านแว่นแถวนั้น ในระหว่างที่กูเข้าร้านชะนีน่ารักย่านนั้นไปพลางๆ ปรากฎ มันชอบแว่นแมลงปอ ของ Raf Simons ค่ะ โดย Linda Farrow ผลิตให้ค่ะ
เพิ่งรู้จากพนักงานขายแว่นในเกาหลีว่า ถ้าผลิตด้วย Linda Farrow เนี่ย มันจะคุณภาพดีมาก แล้วบริษัทนี้ก็ดังมากเรื่องทำแว่น
แต่กูว่ามันแปลกไปหน่อย อีจ่ยก็เลยยังไม่ซื้อ เลยเดินไปร้านตัดผม Red carpet ที่เอสเจจะมาทำผมทุกเช้าค่ะ (ดาราเกาหลีจะแวะมาร้านทำผมประจำ เพื่อเซ็ตผมออกงานค่ะ)
เป็นความใฝ่ฝันของมันมากมาย ว่าจะมาทำผมร้านเดียวกับด๊องของมันให้ได้ แต่จะมาวันรุ่งขึ้นตอน 8 โมงเช้าค่ะ (คอยดูนะคะ ว่ามันจะทำได้มั้ย?)
แล้วพอเราเดินเล่นตามถนนย่านอัปกุจอง ก็ได้ค้นพบร้านน่ารักเยอะแยะไปหมด และอีจ่ยก็นำพาท่านเข้าสู่ร้าน Papergarden ร้านที่มันใฝ่ฝันอีกร้านหนึ่ง ซึ่งมันบอกว่ามันอยากเข้ามาก แต่ไม่กล้า
พอมีคนมาเยอะๆก็เลยกล้า ว่างั้น

Day2-Apgujong

ร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งอ่ะค่ะ เมนูน้อยๆ เบาๆ ราคาก็คล้ายเกรย์ฮาวด์คาเฟ่นั่นแหละ เราสั่งซุปหัวหอม สปาเกตตี้ครีมซอส สลัด แซนวิช มากินร่วมกัน 7 คน
อีจ่ยดูจะอิ่มอกอิ่มใจเป็นพิเศษ กับซุปหัวหอมและโกโก้ร้อน ซึ่งอร่อยจริงๆ ชีสเป็นชีสค่ะ แต่ก็ดูกรุ๊ปแม่ยกจะรู้สึกเฉยๆ และคิดว่าแพง กับคนละประมาณ 14,500 วอน
สำหรับกรูนั้น แดกกับอีจ่ยเป็นเรื่องปกติ 10,000 วอนค่ะ มื้อแรกเท่านั้นที่มันพาไปกิน 5,000 วอน หลอกกู ฮ่าๆๆๆๆ แต่ก็เอาเถอะ มาเที่ยว ไม่คิดไรมาก ถ้าอยู่เมืองไทยเกิน 100 ก็คิดแล้ว
รูปไม่ได้ถ่ายมาค่ะ ยกหน้าที่นี้ให้น้องแค น้องคูนของยิ้มค่ะ เด๋วไปฉกรูปอาหารมาจะเพิ่มให้นะคะ

พอกินเสร็จก็พลบค่ำ กลุ่มของแม่ยกก็เตรียมตัวกลับไปนอนเอาแรงเพื่อไปสกีต่อพรุ่งนี้ และยิ้มกับน้องๆ ว่าจะไปทงแดมุน เราก็แนะนำว่า อย่าเพิ่งไปเลย เหนื่อย เด๋วตื่นไปสกีไม่ไหว
จากนั้นอีจ่ยก็พาเดินรอบอัปกุจองค่ะ มันถามความสมัครใจแล้วนะคะ ว่าไหวมั้ย เราก็โอเคค่ะ ตอนนั้นยังไม่เหนื่อย
แต่เอ๊ะ มันจะเยอะไปมั้ยหว่า กูเดินทุกตรอก เกือบทุกซอย นี่ขนาดแวะแบบบางร้านนะ เริ่มเหนื่อยแ้ล้วว....
ก็เลยข้ามไปดู Marc by Marc Jacobs ให้พี่แหม่มที่ห้างสุดหรู Galleria ค่ะ
ห้างนี้จะมี 2 ฝั่งค่ะ คือ East และ West แต่ ณ จุดนั้น พอเราเข้าไป พนักงานห้างยืนตรงมองหน้าพวกเราเป็นจุดเดียวค่ะ
นอกจากนั้น ยังมีเสียงเพลงว่า กู๊ดบายๆๆๆๆ ด้วย เรายังไม่สำเหนียกค่ะ ว่านั่นห้างจะปิดแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ
พนักงานไฮโซมากค่ะ ตอนปิดยังจะมาโค้งคำนับ กร๊ากกกกกกกกก เอาล่ะ ไม่ได้เดินไม่เป็นไร คราวหน้าจะมาใหม่แน่นอน
แล้วเรากับจ่ยก็เดินทางไปทงแดมุน สำหรับการช้อปวันที่ 2 แบบโต้รุ่งค่ะ

Day2-Dongdaemun

เมื่อเราไปถึง เราเลือกที่จะเดินแยกกันอีกครั้ง และนัดเจอกันที่จุดนัดพบค่ะ เพราะชะนีกับเกย์จะมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องแฟชั่น ห้างเค้าก็จะแบ่งเป็นโซนๆด้วยอยู่แล้วว่า ชายก็ชาย หญิงก็หญิง ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
เราไปถึงก็ดึกแล้วค่ะ อากาศหนาวทีเดียว เราเลือกเดินห้างสำหรับชะนีค่ะ ที่เปิด 2 ทุ่มจนถึง 8 โมงเช้า แม่เจ้า ห้างมี 7 ชั้น (รวมใต้ดิน 2 ชั้น) ขายแต่เสื้อผ้าผู้หญิงทั้งตึกค่ะ (แล้วมึงจะมี directory ทำไม)
พนักงานขายก็สวยมากค่ะ (ไม่ได้ประชดนะ สวย ดูดี มีสไตล์กันทุกคน) เหมือนห้างนี้จะมีดีไซน์แตกต่างจากห้างที่อีจ่ยแนะนำค่ะ ซึ่งเราชอบมากกว่า ไอซ์ที่ไปกับจ่ยคราวที่แล้วก็บอกว่าชอบห้างนี้เหมือนกัน คิคิ
ราคาก็ไม่ได้ถูกนะคะ แต่เห็นงานแล้ว ยอมจ่ายค่ะ เดรสตัวนึงราคาประมาณ 1,000 บาทไทยค่ะ แต่เนื้อผ้า การตัดเย็บมันเนี้ยบมากค่ะ เราเดินไปเดินมาหลายรอบ จนได้ซื้อมา 2 ชิ้นจากร้านเดียวกัน
เค้าไม่ให้ลองน่ะค่ะ ถามอยู่นาน ว่าจะใส่ได้มั้ย ชีก็วัดสัดส่วนชีกับเราเลย ปรากฎเท่ากัน ก็เลยเสี่ยงซื้อมาค่ะ คนขายบอกว่า ชีออกแบบเอง ตัดเองหมด เป็นแบรนด์ชีเองค่ะ น่ารักมาก ดูดีเป็นคุณหนูเลย (จะมารีวิวทีเดียวบล็อกสุดท้ายค่ะ)
แล้วก็เล็งไว้อีก 2 ร้านค่ะ ว่าจะพาอีจ่ยไปพิณาด้วย หลังจากนัดเจอกันตอนเที่ยงคืน

ตัดมาค่ะ ตอนที่นัดเจออีจ่ย เราก็จะกินมื้อดึกกัน ที่คาเฟ่ในห้างอีกห้างนึง แต่กว่าจะสั่งได้ มึนมาก เพราะมีแต่ภาษาเกาหลี กูก็อ่านเป็นอย่างเดียว แปลไม่ค่อยออก รู้คำเดียวคือ รา-มยอน แปลว่า บะหมี่
ทีนี้ก็ส่งภาษามือกันค่ะ ชี้ชามที่คนอื่นกินบ้างไรบ้าง สรุปสั่ง แฮมุลรามยอน (มาม่าทะเล) ที่บอกว่าเป็นมาม่า เพราะเค้าฉีกซองมาม่าเกาหลีมาทำให้จริงๆนะ แล้วก็ใส่พวกเครื่องทะเลลงไป หอยเยอะมาก ปลาหมึกด้วย
ในราคา 6,000 วอนมั้ง จำไม่ได้ อีจ่ยซัดเรียบ เราไม่ค่อยหิว
 เลยไม่หมด
แต่ไฮไลท์ของวันมันอยู่ตรงนี้ค่ะ เพราะเรากลับไปที่ห้างที่เราว่าจะพาจ่ยไปพิณาชุดว่าจะซื้อดีมั้ย เรากลับพบว่า ทุกร้านปิดผ้าหมด (ปิดร้าน) กรี๊ดดดดดดดดดดด ไม่นะ !!!!
ตอนแรกยังไม่เอะใจอะไร เพราะนึกว่าอีบางคนจะปิดเอง ปรากฎ คือ ทางห้างประกาศว่าจะหยุด 5 วันเนื่องในวันตรุษจีนค่า กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ห่า ประกาศเป็นภาษาเกาหลี แปะอยู่ข้างฝา กูจะรู้ม้ายยยยยยย แถมปิดตอนเที่ยงคืนอีก กูพลาดมาก หาร้านในเวลารีบๆมันมักไม่เจอค่ะ
ทันใดนั้น อีจ่ยก็แยกไปเก็บเสื้อที่อยากได้ ที่ห้างของมันเลย สุดท้ายมันก็ได้ค่ะ เบาๆมา 1 ตัว แล้วก็แวะไปซื้อแว่นที่ห้างโปรดมันเพื่อเป็นของฝากแม่และนุท ในราคาอันละ 5,000 วอนเท่านั้น
แล้วทำไมกูไปซื้อแว่นตามแผงลอยราคา 10,000 วอนเนี่ย? แต่ก็เอาน่ะ สวยกว่านะ อิอิ

หลังจากเฟลแล้วเฟลอีก ก็เลยเดินไปย่านตลาดเก่าๆค่ะ เพื่อซื้อร่ม ร้านก็ปิดไปเยอะเช่นกัน ตอนนั้นหนาวมาก ร่มลายจุดที่คู่ใจก็เริ่มจะพังแล้ว ก็เลยซื้อร่มแถวนั้นมาอีก 2 อันค่ะ น่ารักๆทั้งนั้น ถ้าขายที่เมียงดงก็อันละ 16,500 วอน
แต่ที่นี่ก็ขาย 10,000 วอนไรงี้ สำหรับร่มกระตุกออโต้ ส่วนร่มระบายธรรมดาก็ถูกกว่านิดหน่อย

กลับห้องด้วยความเฟลค่ะ อยากช้อปๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมต้องปิดด้วย ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พรุ่งนี้ จ่ยแพลนจะไปตัดผม และมันยังพร่ำเพ้อถึงแว่นราฟ ไซม่อนตลอดนะคะ ระหว่างที่เดินทงแดมุน ติดตามนะคะ ว่ามันจะทำได้มั้ย
แล้วคิดว่า กลุ่มแม่ยกจะนัดเวลากับพวกเราอีกมั้ยคะ หลังจากเบี้ยวมา 2 ที กร๊ากกกกก

Comment

Comment:

Tweet


Bkunz: จริง....นั่นเป็นคอนเซ็ปท์ cry
5555 เด๋ว แวะ มาเยี่ยมอีกจ่ะ คิกๆ
#2 by (203.170.177.161) At 2010-03-02 19:10,
ในที่สุดก็รู้ว่าทำไมไม่ควรไปเกาหลีช่วงตรุษจีน sad smile ฮ่าๆๆ

สรุปทริปนี้คือไปช้อปปิ้ง ตื่นหิมะ และพาจ่ยถ่ายแบบชิมิ อิอิ question

Pompoko Luv Everybody
View full profile