ว๊ายๆๆๆๆๆ หายไปเป็นชาติ เพื่อนคงคิดว่า อีนี่สอบใบขับขี่ไม่ผ่านแล้วอับอายจนเลิกขับไปแล้วแน่ๆ
แต่จริงๆแล้วเดี๊ยนเรื้อนเองค่ะ....มัวแต่ขับรถจนเพลิน อิอิ
หลังจากเราฝึกซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมกับส.สะพานมอญจนสามารถขึ้นสังเวียนได้แล้ว (เฮ้ย ไม่ใช่ค่ายมวย)เอาล่ะ เรามาถึงไคลแม็กซ์ของการสอบใบขับขี่แล้ว....
จริงๆ เราไปสอบมาก่อนเรียนขับรถนะ แต่สอบตกปฎิบัติท่าที่ 2 มา 4 ครั้งเท่านั้นเอง แรวง!!
เลยจะมาเล่าให้เป็นวิทยาทานค่ะ อาจจะตกหล่นบ้าง เพราะตอนสอบไม่ผ่านนี่ ข้อมูลปึ้กมาก (เมื่อ 8 เดือนที่แล้วน่ะ)
แต่เวลาคนถามจากเราเหมือนจะไม่มั่นใจยังไงไม่รู้ว่าเราจะให้ข้อมูลที่ดี (กูแค่สอบไม่ผ่านนิดๆหน่อยๆ ไม่ได้แปลว่ากูขับรถไม่เป็นนิ)
เตรียมตัว
1. เลือกสนามสอบที่สะดวก - อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะ เพราะสนามสอบนี่แหละเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราผ่านหรือไม่
บางสนามกรรมการใจดี บางสนามคนสอบเยอะ เลยรอนาน เป็นต้น
บางโรงเรียนสอนขับรถก็สามารถสอบที่โรงเรียนได้เลย เราสอบที่กรมขนส่งทางบก หมอชิต ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักรนั่นแหละ
2. เลือกวันสอบในสัปดาห์ ที่คิดว่าจะลางานได้ทั้งวัน หรือจะเป็นแบบลาครึ่งวันเช้า 2 วันก็ได้
3. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ, สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ใบ , ใบรับรองแพทย์ และให้เอารูปถ่าย 1 นิ้วไปด้วย 4 รูป ถ้าเอารูปไปจะเสียค่าทำใบขับขี่ 100 บาท แต่ถ้าอยากไฮโซ ถ่ายรูปสดๆ ด้วยคอมและเสียค่าทำใบขับขี่ 600 (แม่เจ้า!!!)
แนะนำ- ไม่ต้องไปหาใบรับรองแพทย์ที่ไหนให้ลำบาก ถ้าไปกรมขนส่งทางบก หมอชิต ให้นั่งมอไซค์ หรือเดินเลยไปนิดนึง ตรงปากซอยพหลโยธินมีร้านหมอเล็กๆ สามารถเซ็นต์ใบรับรองแพทย์ให้คุณได้ในราคา 70 บาท
ขั้นตอนการสอบใบขับขี่
1. ยื่นเอกสารที่อาคาร 3 ชั้น 3
2. ไปตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย จะแบ่งเป็น 3 ด่าน คือ
1> ตรวจตาบอดสี ,
2> ทดสอบประสาทสัมผัสของสัญญาณไฟ
,
และ 3> ตรวจทดสอบความไวในการเหยียบเบรค
วัดความเร็วในการเหยียบเบรค โดยจะให้เราเหยียบคันเร่งค้างไว้ จนกระทั่งมีไฟแดงขึ้นมา......ให้เรารีบเปลี่ยนไปเหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด โดยจะมีเวลาจับอยู่ที่ประมาณ 1 วินาที ต้องเหยียบให้ได้เร็วกว่า 0.75 วินาที ถือว่าผ่าน แก้ตัวได้ 3 ครั้ง โดยจะดูเวลาได้ที่ขีดสีข้างล่างตู้จะพุ่งขึ้นมาจากสีเขียว ----->แดง โดยต้องไม่ให้แถบสีขึ้นถึงแดงให้ได้

(credit: คุณน้ำปลาเดือนห้า)
แนะนำ- นอนให้เยอะๆ หน่อยก็ดี เพราะด่านตรวจมองไฟเนี่ย เค้าจะให้เรามองตรงที่กรรมการแล้วบอกว่าไฟที่เค้ากดสีอะไร ภายในเวลาที่ไม่นานเกินไป
โดยไฟจะอยู่ด้านข้างอ่ะ เขียว เหลือง แดง ถ้านอนน้อยจะแยกสีเขียวกับเหลืองไม่ค่อยออก ห้ามตาล่อกแล่กด้วย เด๋วเค้าจะสอบนานจนกว่าจะเมคชัวร์ว่าคุณประสาทไวพอ
เอาคลิปมาฝาก จะได้เห็นภาพฮ่ะ
3. ไปเข้าอบรมก่อนสอบ
แนะนำ - ในฐานะที่เราเคยสอบแล้วแต่ไม่ยอมมาต่อใบขับขี่ ขั้นตอนนี้เลยไม่ต้องรอนาน เค้าจะเรียกไปสอบก่อนคนที่มาใหม่ซิง คนที่ไม่เคยสอบ ให้ใช้เวลานี้อ่านหนังสือคู่มือกฎจราจรให้จบให้ได้ ให้มากที่สุด และฟังที่เค้าอธิบายไปด้วย อาจจะน่าเบื่อ แต่นั่นแหละข้อสอบล่ะ
4. สอบข้อเขียน จะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ค่ะ จนท.จะให้การ์ดมา 1 ใบ แล้วเสียบไปกดคำตอบทีละข้อ
แล้วพอตอบเสร็จอยากแก้ก็ให้แก้ได้ ถ้ามั่นใจแล้วให้กดส่งคำตอบ ระบบจะประมวลมาเลยว่าตอบถูกกี่ข้อ ข้อไหนผิดแล้วคำตอบคืออะไร
อันนี้เริ่ด.....
ต้องสอบให้ได้มากกว่า 22 คะแนนจาก 30 คะแนน เราได้ 25 เองมั้ง เอาน่ะ ชิวๆ
ส่วนใหญ่จะให้ตอบว่า ป้ายนี้คือสัญลักษณ์อะไร, การแก้ไขปัญหารถเบื้องต้น, การสวนทางกันในถนน
เราจะยกบางข้อมาบอกนะ "ถ้ารถเพิ่งวิ่งผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังมา สิ่งแรกที่ต้องเช็คคืออะไร" เราตอบ "ระบบไฟ" โง่ว่ะ ต้องตอบว่า "ระบบเบรค"
อันนี้ รร.สอนอาจจะสอนมา หรือรู้อยู่แล้ว อิอิ เวลาวิ่งผ่านน้ำท่วม ให้เหยียบเบรคบ่อยๆนะคะ ประมาณว่าเช็ดน้ำออกอ่ะ ไม่ให้เบรคลื่นและเป็นสนิม
ทางเอก ทางโท ก็ต้องให้ทางเอกไปก่อน ถ้าทางโทหรือทางเอกเหมือนกันตัดกัน ให้รถทาง"ซ้าย"ไปก่อนนะคะ
เวลาถึงทางเลี้ยวต้องเปิดไฟเลี้ยวก่อน 20 เมตรนะคะ
บางคนไม่เคยสอบใบขับขี่ (ซื้อมา) ก็รู้ไว้ด้วยนะ ไฟเลี้ยวน่ะ เอาไว้เปิดให้สัญญาณ ไม่ได้ติดเอาไว้เฉยๆเฟ้ย หอยหลอด แซงกูแต่เปิดมา 1 จึ้ก ครวย! (กูใส่อารมณ์ไปป่าววะ?)
5. ถ้าสอบผ่านก็เอาการ์ดไปคืน แล้วก็รีบไปลงชื่อสอบปฎิบัติ ...คราวนี้แหละ ของจริง
ดูคลิปเป็นวิทยาทาน
ขั้นตอนการสอบปฏิบัติ
1. จะแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้า ตั้งแต่ 8.30-11.30 น. และรอบบ่าย 13.00-16.00 หรือถ้าเต็มโควต้าแล้วก็จะไม่ให้สอบ (วันละ 100 คนนะ ถ้าจำไม่ผิด)
2. ไปลงชื่อตามคิว (แนะนำให้รอเลขคู่ -เชื่อเถอะ มันง่ายกว่าจริงๆนะ) และเช่ารถให้เรียบร้อย รถยนต์ 100 บาท รถมอไซ 50 บาท ถ้าเอารถมาเองก็ให้ปิดเซ็นเซอร์ให้เรียบร้อย
3. เข้าไปดูวิดีโอวิธีการสอบให้เข้าใจ และฟังจนท.อธิบายอีกครั้ง ขอย้ำว่า ให้เข้าใจจริงๆนะคะ เพราะเราสอบไม่ผ่านครั้งแรกเพราะประมาทไม่ยอมดูแบบตั้งใจอ่ะ ชนเสาซะ
การสอบจะแบ่งเป็น 3 ท่า คือ นำรถเข้าและถอยออกแบบตรงๆ, ถอยหลังเข้าจอดแปะ, และจอดเทียบฟุตปาธ
4. ได้เวลาลงสนาม จนท.จะบอกให้ไปนั่งคันไหน(เช่ารถ) แล้วให้เปิดกระจก (เปิดแอร์ได้นะ ไปครั้งแรกลืมเปิด ร้อนสัด) คาดเข็มขัดนิรภัย ปิดมือถือ ถ้าเป็นรถตัวเองปิดเซ็นเซอร์ถอยหลัง
พร้อมแล้วก็...ออกรถ ไปต่อคิวสอบเล้ยยยยย
4. สอบท่าแรก
ท่านี้ ถ้าจับได้เลขคี่ จะสอบไม่เหมือนเลขคู่ ดูตามแผนผังได้เลย
เลขคี่ คือ A เลขคู่คือ B บางคนบอกว่า เลขคี่ง่ายกว่า แต่เราว่า วงเลี้ยวของท่า 1 อะ มันยากนะ ที่จะตีโค้งไม่ให้ชนเสาอ่ะ
เลขคู่อ่ะ ขับตรงไปง่ายๆเลย แถมถอยออกมาก็ต่อท่าสองได้เลย ท่านี้จะทดสอบแค่การขับเข้าตรงๆ จนถึงป้าย (ห้ามชนเสานะเว้ย เด๋วเสียค่าโง่แบบเรา 100 นึงแน่ะ)
และถอยหลังออกให้ตรงเท่านั้น อ่อ ห้ามเครื่องดับด้วย (สำหรับเกียร์กระปุก)

(credit: คุณน้ำปลาเดือนห้า)
ถ้าสอบไม่ผ่าน จนท.จะถามว่า สอบต่อมั้ย แนะนำให้ว่า...ไหนๆก็มาแล้ว สอบเห๊อะ..
5. สอบท่าสอง
เป็นการทดสอบการจอดแปะ เหมือนเวลาที่เราไปจอดรถริมถนน แล้วมีรถจอดหน้าและหลัง
จะต้องจอดให้อยู่ภายในกรอบสีของรถแต่ละรุ่น ถ้าเป็นรถเก๋งปกติ (City,vios,altis) ให้จอดแล้วกระจกไม่เกินสีแดง
ถ้ารถใหญ่เช่นกระบะ ขอบสีเขียว และรถเล็ก (Jazz,Yaris,Mira) อย่าคิดว่าจะรอด ให้จอดในสีเหลือง ให้จอดชิดริมมากที่สุดโดยที่ไม่ชนเสาด้านใดเลย
และให้เปลี่ยนเกียร์ได้ 7 ครั้ง รวมเกียร์ตอนออกจากช่องด้วย เริ่มนับเกียร์ครั้งที่ 1 ตอนที่ถอยออกจากช่องเลย ตรงนี้กรรมการจะขานให้ทราบ
ท่านี้ เลขคี่

เลขคู่
(credit: คุณน้ำปลาเดือนห้า)
เดี๊ยนเองเหรอ สอบมา 5 รอบ กร๊ากกกกกกกก จะให้ไม่เชี่ยวได้ไง คิดว่ามันง่ายแต่ไม่เลย ข้อกำหนดเยอะเหลือเกิน
ถ้าคนเคยขับรถบ่อยๆมาสอบก็บอกว่าง่ายอ่ะ แต่เราไม่ชินกับรถเล้ยยย ชนเสาในครั้งแรกมาเลยหลอน แต่พอเรียนส.สะพานมอญมันก็ได้ทักษะมาเองนะ อะไรที่ฝึกบ่อยๆ มันจะทำได้เอง (แต่ก่อนนั้น เพื่อนเป้ก็สอนแล้วนะ ติวเข้มทีเดียว)
เพื่อนอีกคนที่แกรมมี่ ก็ไปสอบมาตกเหมือนกันท่านี้ ครั้งแรก ก็เลยบอกทริคตอนสอบครั้งสองว่า ให้มองเสาไรเงี้ย (ตามรูป) เราก็จำแล้วมาทำตามในครั้งที่ 4 แต่เสือกคิดว่าเสามันมีทั้งหมด 3 ต้น เลยมองผิดเข้ามาเยอะเกินไปแล้วแก้ไขไม่เป็น
แนะนำ
ถ้าเป็นเลขคี่ A ก็ต้องถอยหลังมาเยอะหน่อย แล้วเลี้ยวมาเลย เพราะระยะค่อนข้างห่าง
ถ้าเป็นเลขคู่ B ตอนถอยออกท่า 1 ให้เริ่มเบี่ยงมาทางซ้ายเลย แล้วพอท้ายพ้นเสาสุดท้าย ให้หักซ้ายให้หมด พอล้อหน้าระดับเดียวกับเสาแรก ให้มองกระจกขวา พอเห็นเสาครบ 3 ต้น จาก 4 ต้น ให้คืนพวงมาลัยทีละน้อย
จุดนี้ ขอบคุณกรรมการครั้งสุดท้ายมากเลย ที่อุตส่าห์ช่วยใบ้นิดนึง แบบว่า ถอยมาพอแล้วไรงี้ คืนพวงมาลัยไรงี้ เราว่าเค้าคงจำหน้าเราได้อ่ะ คงเบื่อแล้วอีนี่
6. สอบท่าสาม
ท่านี้ เป๊ะมาก สอบผ่านท่าแรกในวันแรกเลย เป็นการขับเลียบฟุตปาธ และหยุดรถให้ตรงเส้น ท่านี้กรรมการจะเปิดไฟเขียวก็เริ่มขับมาได้เลย (ทั้งเลขคู่และเลขคี่สอบเหมือนกัน)
ท่านี้ไม่มีไรยาก แต่มักจะสอบตกกัน เพราะกลัวกันชนจะเสยฟุตปาธ ซึ่งจริงๆแล้ว เวลาล้อชน มันจะรู้เองไม่ต้องเหยียบคันเร่งเลย เด๋วปีนเกาะเอา
ส่วนเวลาจอดก็เอาให้หน้ารถไปอยู่ที่เสาไฟเขียว บางทีกรรมการจะแอบบอกว่า มาได้อีกๆ เด๋วจะไม่ผ่านนะ

(credit: คุณน้ำปลาเดือนห้า)
7. สอบเสร็จแล้วส่งให้กรรมการ ถ้าสอบผ่านให้ไปทำเรื่องและทำใบขับขี่ได้เลยที่อาคาร 3 ชั้น 2
หากสอบไม่ผ่านท่าไหน ให้สอบใหม่ได้อีก 3 วันทำการในท่านั้นๆ
เอาคลิปการสอบปฎิบัติมาฝาก ดูในคลิปแล้วท่าสอง ช่องใหญ่จัง เวลาไปสอบจริงมันทำไมเล็กจังว้า...
8. ถ้าสอบผ่าน ให้โบ๊ะหน้าก่อนนิดนึง แล้วไปถ่ายรูปให้สวยๆ ถ้ามีรูปอยู่แล้วก็รอเค้าแปะรูปแล้วเคลือบบัตรเองฮ่ะ
ใบขับขี่จะต้องต่ออายุทุกปี ในช่วง 3 ปีแรก จากนั้นก็ต่อทุก 5 ปี
เราเป็นพวกหมดอายุไม่ยอมต่อ ทำครั้งนี้เลยใช้ได้อีก 5 ปีเลย เย่!
เวลามาต่อใบขับขี่ สามารถต่อได้ก่อนหมดอายุ 30 วัน และต้องอบรมก่อนต่ออายุด้วยนะ

เย่!!!! กูควรตัดผมก่อนทำจริงๆ หน้าล้ำไปปี 2557 แล้ว กี๊ซซซ
เอาล่ะ ปลดหนี้เรื่องเขียนบล็อคใบขับขี่ไปแล้ว เด๋วต่อไปจะมาบ่นเรื่องขับรถได้สินะ
เก็บกดม๊ากกกกกกกกก อ่อ จะบอกทริคการเลือกสี เลือกเลข วันออกรถด้วย เพราะก่อนออกนี่ ศึกษาเยอะจนตั้งสำนักได้เลยทีเดียว