ดองมาหลายอาทิตย์ทีเดียว กว่าจะถ่ายรูปหมด และถ่ายออกมาให้ดูคุ้มว่า กูไปเสียเงินเกือบหมื่นมาจากการช้อป (กี๊ซซซซ)
ตอนนี้ หนี้ได้ตามทันแล้ว......เลยงัดของออกมาอวดได้แล้ว
ฮ่าๆๆๆ เพื่อปลอบใจตัวเองว่า ที่ได้เสียเงินลงไป กูได้ของมานะเฟ้ย!!!
ร้านที่เข้าบ่อยมากกกกกกกก คือ Sasa ทั้งสาขา มงก๊ก, Granville, Hongkong
เดินซื้อเสื้อผ้าหลายย่าน ทั้งมงก๊ก ห้าง Langham, Outlet ของ Uniqlo ย่าน Timesquare, ร้าน Bonjours, Outlet Esprit, Quiksilver, Giordano และ IT Outlet ที่ Citygate Outlet แถวสนามบิน (ด้วยความโง่ ไม่เข้าร้าน IT ตอนแรก เพราะคิดว่าขายของ IT ที่แท้ขายของแบรนด์เนมทั้งน้านนนนน)
ได้เข้า Outlet Bossini แถวถนน Grandville ด้วย, ร้าน 2 PM แถวแกรนด์วิลล์ด้วย
เริ่มจากคอลเล็คชั่นจาก Sasa
ลิปบาล์มจาก Sasa ไลล่าบอกว่า เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศส (อ่านมะออกอ่ะ) ปกติผลิตแต่เครื่องเขียน ฮ่าๆๆ หอมดี เลยซื้อมาฝากเพื่อนๆ
เรียงจากซ้าย
ลิปดิออร์ ให้แม่วีร์ ซื้อที่ shop duty free แถวจิมซาจุ่ย
กลอสจากมาจอลิก้า ให้ไลล่า ซื้อที่ Sasa
มาสคาร่ามาจอลิก้าในตำนาน เด้ง120% ซื้อที่ Bonjours ราคาเกือบ 500 บาทไทย (จำราคาไม่ได้แน่นอน)
ที่ดัดขนตาจิ๋ว ซื้อที่ Sasa แต่ยังหาไม่เจอ ว่าลืมไว้ที่ไหน
ที่ดัดขนตาชิเซโด้ ในตำนาน ปกติจะดัดแล้วไม่เข้าเบ้าตา แต่นี่อยู่ๆก็เกิดจะใช้ดีซะงั้น ซื้อมาไม่กี่ร้อย ถูกกว่าไทยแน่นอน
อีกเซ็ตเป็นเซ็ตครีมบำรุง
ซ้ายสุดเป็นแผ่นมาสก์ของชิเซโด้ มีขายแยกแผ่น เจ๊ก็เลยซื้อเรย (ยังไม่ได้ใช้ กลัวแพ้เหมือนกัน อิอิ)
ต่อมาเป็นเซรั่มในตำนาน เคยใช้ของทดลองใช้มาระยะนึงแล้ว หน้าเด้ง เรียบเนียน พยายามจะตัดใจซื้อในไทยมาหลายที แต่ก็ไม่ได้ซื้อ (เพราะแพง)
ไปๆ มาๆ เจอในร้าน Sasa ถูกมากๆ ขวด 30 ml ราคาพันกว่าๆ เอง ราคาในไทย 2400 แน่ะ ซื้อขวดเล็กมา เพราะกลัวว่า เสียตังค์ใช้ของแพงแล้วเสือกจะไม่ดีอ่ะ เสียดายตังค์
แต่พอซื้อมาแล้วก็ใช้เลยนะ ใช้ดีทีเดียว หน้าเรียบเนียน เพื่อนมักจะทักว่า หน้าเนียน ในช่วงหลังจากนั้น ไม่รู้เพราะฮอร์โมน หรือเพราะ Idealist นะ
แล้วก็ซื้อน้ำหอมมา ตอนแรกตัดใจอยู่ระหว่าง CK Be กับ CK One แต่สุดท้าย มาได้ Eternity Summer ซะงั้น
เพื่อนเหมียวบอกว่า กลิ่นมันไม่ค่อยติด แต่ก็ไม่เป็นไร มันหอมดอกไม้ๆ ดี
จริงๆ ได้ Hugo Boss ของพ่อมาด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ เลือกนานมาก ตอนแรกจะซื้อ Burberry หรือ Versace ให้และ
แต่กลัวพ่อเรื่องมาก ไม่ชอบกลิ่นอีก ก็เลย play safe ซื้ออะไรเหมือนเดิมมาดีกว่า
พ่อใช้แล้วบอกว่า กลิ่นไม่ค่อยติด ไม่เหมือนน้ำหอมที่ซื้อจากฝรั่งเศสเลย (อ่ะนะ) เพื่อนบอกว่า จริงๆแล้วน้ำหอมที่ผลิตในประเทศนั้นๆ จะมีจำหน่ายอยู่ในประเทศตัวเองอยู่ประมาณสองปี แล้วจึงจะเอาออกมาจำหน่ายตามประเทศอื่นๆ
นี่อาจเป็นข้อสันนิษฐานว่า ทำไมน้ำหอมที่ซื้อให้พ่อไม่ค่อยหอม
มากันที่เสื้อผ้ากันบ้าง....ซื้อมาน้อยนะ เพราะว่าไม่ได้ถูกอย่างที่คิดอ่ะ ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 120 เหรียญคล้ายเป็นราคามาตรฐาน 199 ของไทย (แต่กรุณาคูณ 4.3 หรือ 5 บาทไปด้วยฮ่ะ)
ที่เล็งๆไว้อยากได้ก็คือ คาร์ดิแกนตัวยาว, เสื้อเกร๋ๆ ที่หาซื้อในแพลตินัมไม่ได้, และ Accessories
มาดูกันว่า ได้อะไรกันบ้างงงงงงง
ตัวนี้ซื้อที่ร้านชื่อ 2 pm ถนน Granville ย่านจิมซาจุ่ย ราคา 120 เหรียญ
จริงๆ เค้าแมทช์กับเสื้อสายเดี่ยวสีดำตัวยาว แต่ก็ตัวละ 100 เหรียญเลยไม่ซื้อมา เอามาแมทช์เองกับเสื้อไทยดีกว่า
ถนน Grandville เนี่ย จะเป็นถนนที่มีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นอยู่เยอะมาก ทั้งร้าน Bread n butter ที่ชั้นโง่เห็นป้าย นึกว่าเป็นร้านอาหาร อิอิ เสื้อสวยดี สีสวย แต่แพงสัด
อีกร้านที่เป็นแบรนด์ local เช่นกัน ก็คือ b+ab, Izzue, 5cm, Zucozz ทั้งหลายที่กล่าวมา ราคาแพงนิดนึง เราเลยไม่ได้สอยมา
credit: http://hkstreetstyle.blogspot.com/2007/07/granville-heaven_16.html สามารถดูสภาพถนนได้ที่นี่
อ่อ มี outlet Bossini ด้วย คนขายพูดไทยได้เลย คิดดูละกันว่า คนไทยไปเยอะขนาดไหน ฮ่าๆๆๆๆ
"สี่สิบเหรียญคับ" "ขอบคุณครับ" "ใบเสร็จครับ" "มีไซส์ค่ะ"
ได้เสื้อตัวยาวของตัวเองมาตัวนึง ไม่ใช่แนวปกติของ Bossini เลยนะ เลยต้องรีบสอย
ขอโทษที ยับไปหน่อย พอดีเพิ่งใส่แล้วต้องงัดเอามาถ่ายรูปก่อน แมทช์กับเสื้อผ้าได้เยอะดี ที่สำคัญมันตัวยาวอ่ะ เลยปิดขอบกางเกงเอวต่ำได้ด้วย ราคา ไม่กี่สิบเหรียญ เพราะซื้อรวมกับเสื้อโปโลผู้ชายอีก 3 ตัวก็ 200 เหรียญเอง
ใจจริงอยากได้เสื้อ Camisole (เสื้อทับสายเดี่ยวแบบมีลูกไม้อ่ะ) ด้วย แต่ดูเนื้อผ้าแล้ว ไม่ค่อยสมราคามากนัก ก็เลยไม่ซื้อ
เสื้อกั๊กยี่ห้อ Babyjane by Cacharel กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ได้จาก Citygate Outlet ที่สถานี Tung Chung ใกล้สนามบินฮ่ะ ตอนแรกก็ไปช้อปโน่นนี่นั่น ไม่ทันสังเกตร้านนี้
เพราะชื่อร้าน IT Outlet ที่ไหนได้ ขายแต่แบรนด์ไฮๆอ่ะ แล้วลดตั้งแต่ 10-90% ค่ะคุณ จะมีสติ๊กเกอร์แปะไว้
ตัวนี้ ราคาเต็มคือ 800 เหรียญ ลดแล้วเหลือ 240 เหรียญเอง มีสองสี ขาวกับเทา
ตอนแรกจะออกจาก Citygate แล้ว แต่สายตาเหลือบไปเห็นเสื้อกั๊กรุ่นนี้ สีขาวบนราวแขวนอ่ะ ก็เลยถลาเข้าไปซะหน่อย ทั้งๆที่แรงขาไม่มีแล้ว ตอนแรกจะเอาไซส์ 36 แต่ว่าใส่พอดีเกินไป เลยเอาตัวหลวมๆหน่อย เอาไว้ใส่เท่ๆดีกว่า
เสียดายมากๆ ที่เดินในร้านได้ไม่เยอะ ของน่ารักๆ ทั้งนั้น กี๊ซซซซซ เพราะต้องรีบไป Timesquare ต่ออ้ะ....(ตอนนั้นทุกคนหมดอายุแล้ว)
เสื้อยืดกรุบกริบจาก Esprit outlet ใน Citygate ราคา 59 เหรียญ กว่าจะหาของถูกได้ใน outlet (ได้ข่าวว่า outlet ก็ต้องถูกแล้วสิ ฮ่าๆๆๆ) อันนี้ เน้นแนวเท่ แมทช์ได้ง่าย
แจ็กเก็ตจาก Esprit เช่นกัน ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อ แต่เห็นสาวคนนึง ใส่แล้วติดกระดุม มันดู Cool มากๆ ก็เลยไปลองบ้าง
กว่าจะหาไซส์ได้......ชั้นอ้วนเกินไปจริงๆว่ะ ตัวนี้ 229 เหรียญแน่ะ จริงๆ จะซื้อรองเท้าผ้าใบแนวบัลเล่ต์อันนึงของ Esprit ด้วย แต่ก็คู่ละ 200 เหรียญได้ เลยไม่ซื้อดีกว่า หาดูในไทย หรือไป shop อื่นก็น่าจะมี เสียดายเงิน
เสื้อพิสดารจากโบนันซ่าแถวมงก๊ก... พิสดารยังไงน่ะเหรอ?
เสื้อตัวนอก สามารถพลิกแพลงใส่ได้หลายแบบ คนขายพยายามสาธิตวิธีการให้ดู ชั้นก็อึ้งเรย ก็เลยซื้อมา
แต่ชั้นจำมาได้แบบเดียวอ่ะ.....เอาไว้คิดออกเมื่อไหร่จะใส่มาให้ดู
ตัวละ 120 เหรียญ ต่อได้แค่ 110 เหรียญเอง ยี่ห้อ J trend
มาต่อกันที่ย่าน Timesquare ที่เป็นห้างที่มีแต่แบรนด์ราคาแพงฮ่ะ ซื้อไม่ลง เลยแวะ Uniqlo แบรนด์ที่ได้รางวัล online campaign ของ คานส์ นั่นเอง
ดีนะ อ่านบลอคคุณ adverblog เลยได้รู้จักแบรนด์นี้ฮ่ะ เสื้อยืด เนื้อผ้าดี สีสวย ลายสวย โดยเฉพาะเสื้อผู้ชาย แง๊......อยากได้อ่ะ แต่ใส่ไม่ได้ ตาวีร์ก็ใส่เสื้อยืดแบบ t-shirt ไม่ได้ซะด้วย ต้องใส่โปโลเท่านั้น ก็เลยไม่ได้ซื้อมา ตัวละ 39 เหรียญเองง่ะ
ตัวนี้ เป็นเดรส ....เชื่อเถอะ ว่าเดรส ไม่งั้นก็ใส่เป็นเสื้อตัวยาวก็ได้ ชิ....
พอดีถ่ายมาแล้วดูสั้นๆไปหน่อย แต่เนื้อผ้าดีมากๆ พริ้วสุดๆ ใส่แล้วเย็นดี SALEตัวละ 99 เหรียญ
(บ้านกูรกจริงๆ) ตัวนี้ก็ Uniqlo ตัวละ 99 เหรียญเช่นกัน ดีนะ ร้านนี้ให้ลองได้ด้วย ก็เลยลองแล้วเวิร์คถึงซื้อมา
ผ้าลายด้านล่าง เย็นดี พริ้วๆ ไม่มีซับใน
สองตัวนี้ ซื้อมาฝาก แต่ก็ตัดใจไม่ได้ว่า อยากใส่เองหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ Uniqlo SALE เหมือนกันแต่ว่าเป็นเสื้อผู้หญิง
แล้วก็มาถึงของสนองนี๊ดส่วนตัว
กี๊ซมาก ที่เข้าร้าน Quiksilver Outlet ใน Citygate Outlet แล้วเจอหมวก New Era เซลล์......ใบละ100 เหรียญเอ๊งงงง กี๊ซซซ มีไซส์ด้วย
แล้วหมวกใบนี้ ดียังไง? นอกจากจะเป็นหมวกที่บิ๊กแบง โดยเฉพาะแทยังชอบใส่แล้ว
ยังเป็นหมวกที่มีความเฉพาะตัวมากๆด้วย ของัดความรู้ที่ได้มาแปะหน่อยนะ
"เผื่อใครสงสัยอยากรู้เรื่องหมวกของน้อง
เขียนให้อ่านกันเล่นๆ 59 Fifty Fitted เป็นหมวกHigh Profile ของNew Era
ต่างกับหมวกธรรมดาๆที่เราใส่กันก็คือ มีหลายไซส์ ขนาดพอดีหัว ปรับไม่ได้
New Era เป็นบริษัททำหมวกกีฬาขนาดใหญ่ของอเมริกาที่ทำหมวกให้ทั้งหลายลีคกีฬา
แต่ที่เห็นชัดที่สุดก็ เบสบอลลีค ทั้งลีคระดับโลกแล้วก็ลีคภายในประเทศ
หมวกNew Eraเป็นที่นิยมมากในหมู่ขาแรพและฮิพฮอพ
59 Fifty Fitted ดั้งเดิมจะทำจากwool แต่ว่าปัจจุบันก็มีโพลีเอสเตอร์และคัตตอนผสมบ้าง
ซึ่งจะบอกไว้เป็นเปอร์เซนต์ขึ้นกะรุ่นของหมวก ราคาหมวกแบบธรรมดาตกใบละประมาณ35-75เหรียญ
หมวกแบบ low profileลงมาก็จะเป็น 49 Forty Fitttedราคาก็จะถูกลงมา
จนถึงหมวกแบบที่ถูกที่สุดก็คือแบบadjustableปรับสายด้านหลังได้ธรรมดา ราคาประมาณใบละ20เหรียญ
59 Fifty Fitted ปัจจุบันไม่ได้เน้นที่หมวกกีฬาใส่เชียร์ทีมที่ชอบ แต่ว่ามันคือแฟชั่น
อย่างเช่นหมวกที่วายบีใส่ในงานGolden Disk ที่มีคนหามาให้ดูแล้วว่าเป็นยี่ห้อTimberlandนั้น
มีสัญลักษณ์59 Fifty FittedของNew Eraอยู่ด้วย ก็คือ New Eraผลิตให้Timberlandค่ะ
นอกจากนี้ยังมีหมวกที่บรรดาฮิพฮอพคนดังทั้งหลายออกแบบและNew Eraเป็นผู้ผลิต
ถ้าจะมีกันให้ครบก็คงต้องขายบ้านซื้อเลยทีเดียว
หมวก 59 Fifty Fitted ดียังไง? เท่ห์ค่ะ เท่ห์เท่านั้น
เป็นหมวกแพงที่ต้องระวังการเจ๊งเป็นอย่างยิ่ง คนที่ใช้หมวกนี้ต้องรู้วิธีดูแล
เนื่องจากเนื้อเป็นwool เปียกน้ำไม่ได้นะ เพราะแห้งแล้วหด
แล้วถ้าเปียกทำไง? เอาใส่ไว้ที่หัวจนกว่ามันจะแห้งค่ะ เพื่อไม่ให้มันหดเล็กกว่าหัว
ซื้อหมวกมาแล้ว ปรากฏว่าคับไปนิดนึง ปรับก็ไม่ได้ ทำไงดี ?
ทำให้ชื้นค่ะ ชื้นแล้วดึงแควกๆให้มันยืดหน่อย ใส่ไว้ที่หัว พอแห้งแล้วมันจะหดลงมาเท่าหัว
ตลกดีใช่มั๊ย
แล้วหมวกเลอะ ทำไงดี ใส่เครื่องซักผ้า?
ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ ถ้ามีฝุ่นเอาสก๊อตเทปแปะออก ถ้าเลอะเอาผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดเท่านั้น
และเมื่อทำแล้ว แน่นอนค่ะ ใส่ไว้ที่หัวกันการหด
หมวกรุ่นที่วายบีใส่หลังๆนี่ไม่ใช่หมวกทีมเบสบอลใดๆค่ะ หมวกแฟชั่นล้วนๆ
แต่หมวกที่ลุงๆน้าๆวายจีเค้าใส่กันเมื่อก่อนนี้ เค้าใส่ของทีม New York Yankees ค่ะ NY
[C หมายถึงทีมChicago Cubs LA หมายถึงทีม Los Angeles Dodgers เป็นต้น]"
credit: bigbangthailand.com
มาที่ห้าง Longham แถวมงก๊กกันบ้าง ที่ปิดกันดึกดื่น คนไม่หลับไม่นอน มีโลโก้ H&M อยู่หน้าห้างเลย
ปลอกแขนเก๋ๆ เผื่อว่าจะได้ใช้ตอนถ่ายแบบ 50 เหรียญ ใส่แล้วอุ่นดี
ได้กระเป๋าหนังนุ่มมาใบนึง สีดำ จริงๆ มีสีม่วงอีกอัน เป็น sub brand ของ H&M ชื่อ Divided ใบละ 169 เหรียญ
ถือก็ได้ มีสายสะพายก็ได้
ผ้าคลุมไหล่ เก๋ๆ....ผืนใหญ่เหมือนกันว่ะ ใส่แล้วเป็นแบบนี้ เอาไว้ใส่แมทช์กับเสื้ออื่นๆ
จริงๆ มีเสื้อยืดโปโลที่ซื้อมาฝากคนแถวนี้อีกหลายตัว แต่ดันซื้อมาผิดไซส์อย่างแรวง
หรือจริงๆ แล้วตั้งใจซื้อไซส์เล็ก เพราะไซส์พอดี สีไม่สวย .....
ถ้าซะมีใส่ไม่ได้ จะเอาไปฝากนะ อิอิ
ปิดท้ายด้วยการแมทช์เสื้อเข้าด้วยกัน
ของชูมันเบ้าใหญ่เกินตานู๋
ดูดี