ชิมโจ๊กฮ่องกงสูตรต้นตำรับ กับปาท่องโก๋อันเท่าบ้าน
วันสุดท้าย ตื่นมาก็ตาบวมทีเดียว...ผมเผ้าก็ไม่ได้สระ กะว่าวันนี้ ยังไงๆก็ต้องได้กลับบ้านล่ะวะ
เริ่มมื้อแรกด้วยร้านโจ๊กดั้งเดิมแบบฮ่องกง แถวมงก๊กนั่นแหละ เห็นในหนังสือด้วย ในหนังสือบอกว่า ปาท่องโก๋(ขนาดใหญ่เท่าศอก) ราคา 5 เหรียญเอง
แต่ของเราสงสัยน้ำมันขึ้นราคา เลยเป็นตัวละ 7 เหรียญอ่ะ
สั่งมาพร้อมน้ำเต้าหู้ร่วมสาบาน อร่อยดี ...
แต่พวกเราโง่เกินไป ขนาดพวกเราจบป.โทนะ แต่ไม่มีคนเฉลียวใจเลยว่า Century egg คืออะไร
จนกระทั่ง....โจ๊กหมูใส่ century egg มาถึง...กูก็อึ้งแดก เพราะทั้ง 4 สาวไม่มีคนกินไข่เยี่ยวม้าเรย
แดกกันไม่ลงสิคะ...เหม็นมากมาย เลยอาศัยกินหมูฉีกในโจ๊กแทน แต่เนื้อจะละเอียดมากๆอ่ะ
ก็แอบไม่อิ่มนะ....แต่ก็ต้องทำใจ สั่งมาผิดเอง เพราะโง่วววว อีตูนเพิ่งนึกออก ตอนเค้ามาเสิร์ฟแล้ว จะให้เอาใหม่ คนขายคงสาดโจ๊กใส่เลย
** เกร็ดความรู้ Century egg ไม่ได้แปลว่า ไข่ 100 ปี แต่แปลว่า ไข่เยี่ยวม้า **
เดินเล่นจิมซาโจ่ยส่งท้าย
ไฟลท์เราออกตอน 16.40 น. เวลาฮ่องกง เราวางแผนกันว่า จะไปเก็บตกร้านแถวจิมซาจุ่ยก่อน และกินเป็ด หมูแดง หมูกรอบที่ฮ่องกงส่งท้าย
ตามร้านที่ในหนังสือแนะนำมา ...ชื่อร้าน Guang Dong Restaurant ที่เราไม่ได้กินเมื่อวันก่อน
ร้านนี้มีเมนูภาษาไทยด้วยนะ คิดดูละกันว่า ฮอตสำหรับคนไทยขนาดไหน
ดูรูปอาหารได้ที่มัลติพาย
ก่อนนั้น เราก็แวะร้าน Bonjours ร้านลักษณะเดียวกับ Sasa เดินเล่นกันก่อน เลยได้มาสคาร่าขนตาเด้งของมาจอริก้ามาอันนึง (4 สาาว ซื้อคนละอัน)
แล้วก็ร้านนี้จะมีสินค้าของ Etude ด้วย แต่ทำไมกลิ่นมันไม่เหมือนของ Etude เลยก็ไม่รู้ แต่เราก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Etude ก็เลยไม่ได้จับผิดอะไร
จากนั้นก็เดินเล่นเรื่อยๆ วันนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปอะ ฟ้าไม่สวย คนก็ไม่สวย โทรมกันได้อีก เหมือนเมื่อคืนรับแขกเยอะ ฮ่าๆๆๆๆ
เจอร้าน Milan Station ด้วย ขายกระเป๋าแบรนด์เนมอ่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปนะ มี France Station ด้วย
เมื่อกินร้านกวางตุ้งเรียบร้อยแล้ว (สั่งหมูกรอบ ได้หมูหันมา...แง๊) อุตส่าห์มีเมนูภาษาไทยไม่ช่วยอะไรกูเลย
จากนั้นก็เดินเจอร้านชื่อ Initial เป็นร้านเสื้ออารมณ์คล้ายร้านที่สยามมากๆ มีเสื้อผ้าแนวๆ เยอะมาก คือ ไม่ได้แนวแบบเด็กอินดี้นะ
แต่แนวแบบ..เก๋ๆอ่ะ และสามารถ mix and match ได้ทั้งร้าน สีก็ออกแนวเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาล เบจ น้ำเงิน เทา ขาว ไรงี้
ที่สำคัญคนขายสวยมากกกกก ผิวเนียนสวยจนมันเงา ตาโต จมูกโด่ง ตัวเล็กด้วย แต่งอะไรก็ขึ้น คนขายร้านนี้จะใส่ชุดของร้านเค้าเอง
มันแมทช์ได้ทุกชิ้นเลยอ่ะ เก่งจริงๆ เค้าจะแมทช์ให้กับลูกค้าด้วยนะ ว่าเหมาะกับเสื้อแบบไหน เหมือนว่าคนขายทุกคนเป็นสไตลิสต์ได้เลย
แต่ราคาก็แพงอ่ะ ตัวละ 800-900 เหรียญ
แต่มันก็มีอันที่ Sale นะ....เข้าไปดูตัวอย่างเสื้อผ้าได้ที่ http://www.initialshop.com/
กิ๊กผู้พิศมัยเสื้อผ้าเก๋ๆ ไม่มายด์เรื่องราคา ก็ซื้อไป ถามคนเจ้าของก็บอกว่า เค้าไปไทยปีละครั้ง ก็ไปเดินร้านตามสยามมาเหมือนกัน
มิน่า....เสื้อผ้า กับสไตล์การจัดร้านนี่ สยามมากๆ
คนมันซวย
จากนั้นก็รีบกลับไปเอากระเป๋าที่ Hostel แล้วกว่าจะออกจากที่พักไปสนามบินก็เกือบบ่าย 3 แล้ว ไอ่เราก็ชะล่าใจ นึกว่ารถมันมาทุก 15 นาที
แต่เราลืมไปว่า เราต้องลากกระเป๋าสัมภาระ และของที่ช้อปปิ้งมาเป็นระยะทางอันยาวไกล ต้องเบียดกับคนที่เดินในละแวกนั้นอีก
โคตรลำบากเลยกู 4 สาวสู้ชีวิตอีกแล้ว....ต้องข้ามถนนเยอะมากๆ กว่าจะมาถึงถนนนาธานได้..แต่ที่เจ็บใจคือ อี Stanley มันบอกทางอ้อมให้เรา...
กว่าจะมาถึงป้ายก็บ่าย 3 ก็คิดว่าถ้าได้นั่งรถตอนนั้นเลย ก็น่าจะถึงสนามบินตอน 15.35 น. ซึ่งก่อนเครื่องขึ้นตั้ง 1 ชั่วโมงแน่ะ
แต่...
คนมันจะซวย ช่วยไม่ได้ เรายืนรอกันนานมาก หน้าแคลิฟอร์เนีย ฟิตเนสสาขาฮ่องกง มีประชากรรอเป็นเพื่อนเรา 2-3 คน
จนเหมียวทนไม่ไหว คิดจะไปโบกแท็กซี่ เราก็สังหรณ์ใจแล้วว่า พอกูไม่รอรถเมล์ แม่งต้องมาแน่ๆ
มันมาจริงๆว่ะ
สาย A21 ของช้านนนนนน
รู้สึกใจชื้น ถึงแม้ตอนนั้นจะเวลา 15.35 น. แล้วก็ตาม ก็คิดว่า เอาน่ะ มันน่าจะถึงสนามบินตอน 16.10 น. น่าจะทัน (อีกแล้ว)
แต่คนมันจะซวย (อีกแล้ว) รถแม่งขับด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. แน่ๆ แม่งงงงงงง กูก็ง่วง กูก็เหนื่อย หลับกันหมด
ไว้ใจรถมากไป ....ถ้าเป็นรถทัวร์เมืองไทย กูอาจจะไปกระซิบบอกแล้วว่า พี่คะ...เร่งนิดนึง หนูอยากกลับบ้านเกิดหนูจะแย่แล้ว
ยังพูดกันอยู่เลยว่า "เนี่ย ยังเดินไม่หมดเลยเนอะ อยากกลับไปเดินอีกจัง เอาไว้มาใหม่จะเดินอีก"
พอได้สติตอน 16.00 น. แม่งยังไม่ถึงเขตสนามบินเลย เราเลยต้องคิดแผนใหม่แล้วคือ
ให้ทัพหน้าไปถ่วงเวลาในการเช็คอินก่อน แล้วค่อยวิ่งเอากระเป๋าไป
ทัพหน้าที่เราได้เลือกแล้วก็คือ กิ๊ก นักวิ่งลมกรด แต่ถ้าให้มันวิ่งคนเดียว เกรงว่า มันจะหลงทาง...เลยส่งเหมียวในฐานะล่ามไปช่วย
แต่เราก็ดันไม่รู้อีกว่า HK Express เนี่ยมันอยู่ Terminal2 ไม่ใช่ Terminal1 ที่เราลงรถเมล์กัน อ๊ากกกกก
เราอยู่ทีมเดียวกับตูน ก็ต้องเข็นรถกระเป๋าไปตามหาพวกมันอีก แถมยังโดนยามหลอกอีกว่า เนี่ย จะไปสายการบินไรอ่ะ ได้หมดล่ะ (ไอ่สัด กูอ่านออกนะ มันไม่มี HK Express กูต้องการไป Terminal2)
กว่าจะงมได้ว่า ขึ้น Terminal 2 ทางไหน อีกิ๊กก็โทรมาบอกข่าวร้ายว่า
"มึง ไม่ต้องรีบแล้ว ตกเครื่อง"
กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
อารายนะ.....ม๊ายยยยยยยย
โอ้วววววว โน้วววววววว
ก้อดแดมน์.......
จากวิ่งสปีดเร็วกว่านรก ชั้นกับตูนก็เปลี่ยนเป็นเดินชิวคล้ายเดินสวนลุม เจอพวกกิ๊กกับเหมียวก็ถึงกับสติหลุด นั่งแดก Krispy Kreme (ที่คิดว่าจะเอาไปฝากทางบ้าน) กันเอร็ด หัวเราะคล้ายคนบ้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์
อีเหมียวเล่าว่า มีการหยุดถามทางเป็นระยะ โดยผลัดกันแซง คล้ายส่งไม้กัน ...กิ๊กมาถึงที่เช็คอินแบบเหนื่อยแฮก สุดท้ายก็ไม่ได้ไป
เพราะเค้าบอกว่า ต้องมาเช็คอินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนเครื่องขึ้น
สุดท้ายเราก็ได้ไฟลท์แรกของวันรุ่งขึ้น คือ 8.40 น. ต้องเช็คอินตอน 7 โมงเช้าเท่านั้น
นั่นแปลว่า เดี๊ยนและสหาย จำเป็นต้องนอนสนามบินฮ่องกง 1 คืนฮ่ะ
สิ้นสติสมประดีทีเดียว...
เกิดมาว่าเลทเครื่องแล้ว (ตอนกระบี่) ยังไม่เคยได้มีโอกาสนอนสนามบินซักที
เคยมองพวกฝรั่งที่หลับตามสนามบินด้วยซ้ำว่าแบบ...พวกนี้แม่งมานอนไรวะ นี่สนามบินนะ (หัวลำโพงด้วย)
ไงล่ะ...มาเป็นซะเอง
แง๊......
ครบทุกรูปแบบการเดินทาง และครบทุกรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ
ก็เลยคิดว่าจะเช่าล็อคเกอร์ฝากกระเป๋าเดินทาง แล้วก็ไปช้อปต่อ...อย่างที่เปรยไว้เลย อยากกลับไปอีกก็ได้กลับ
กลับไปอีกที ก็เหนื่อยมากมายแล้วอ่ะ ไม่มีแรงใจจะช้อปไรแล้ว ขอแค่กินข้าว แล้วก็กลับไปนอนสนามบินอ่ะ
ตัวเราเองอุตส่าห์รีบใช้เงินให้หมด เพราะไม่อยากแลกแล้ว ค่าเงินมันตก เลยมีเงินติดตัวอยู่ไม่กี่เหรียญเอง แทบเติมเงินบัตร Octopus ไม่ได้ (เติมได้ครั้งละ 50 เหรียญเท่านั้น)
ต้องยืมกัน อนาถมาก.....ฮือๆๆๆ ชีวิตเศร้า
ไปแวะช้อป Kipling ให้ญาติเหมียวที่ Timesquare เราเคยเข้าร้านข้างๆที่ขายรองเท้าอาดิดาสในนั้น
เราอยากได้ไซส์เล็กกว่านั้น คนขาย(หนุ่มแว่น)บอกว่า เด๋วเอาให้ รอนิดนึง แต่เรารอไม่ไหว เพราะวันนั้นต้องรีบไปต่อ เค้าก็รู้สึกผิด บอกว่า เด๋ววันหลังมาใหม่ก็ได้ จะหยิบให้เร็วๆเลย
ในที่สุด กูก็มาอีกจนได้ ...แต่ไม่กล้าเข้าร้านแล้วนะ กลัวห้ามใจไม่ไหว ซื้อมา อิอิ คู่ละ 550 เหรียญแน่ะ
แต่สุดท้าย ชั้นก็ได้ช้อป...เพราะแวะไป outlet Esprit แถว Timesquare จริงๆก็ไม่มีไร
แต่ดันเหลือบไปเห็น shop ของ Uniqlo ชั้นบน เสร็จกรู...เสื้อยืดสกรีนลายสวยๆ เพียบเลย
ทำไมกูเพิ่งมาเจอร้านนี้เนี่ย แบรนด์นี้ ทำแคมเปญโฆษณาออนไลน์ได้รางวัลคานส์มาแล้วด้วย เสื้อเนื้อผ้าดีมากนะ ราคาไม่แพงด้วย
มีเซลล์ด้วยตัวละ 39 เหรียญเอง....เลยสอยมา 2-3 ตัว รู้ว่าสามีใส่เสื้อยืด t-shirt ไม่ได้ก็เลยไม่ได้ซื้อของผู้ชายมา ทั้งๆที่สวยดีอ่ะ เป็นลายการ์ตูนญี่ปุ่น
แถมให้ลองได้ด้วย...ดีจริงๆ ก็รีบๆ ลอง รีบๆหยิบอ่ะนะ เด๋วเพื่อนรอ เกรงใจ ทุกคนหมดอายุแล้ว
พอเสร็จก็กลับมากินข้าวจิมซาโจ่ยเหมือนเดิม พร้อมเก็บตกร้าน Initial ของอีกิ๊กอีกที คราวนี้กิ๊กก็ได้มาอีกตัว
แล้วร้านข้าวที่เรากินอ่ะ อร่อยดี คล้ายข้าวขาหมู กับข้าวไก่ทอดอ่ะ จานใหญ่เท่าบ้านเช่นกัน ตกคนละ 45 เหรียญ
หรูหราตอนขากลับ
เสร็จปุ๊ปก็ต้องขึ้นรถไฟกลับไปสนามบิน จะต้องขึ้น Airport Express เท่านั้น ถ้าขึ้นจากสถานีฮ่องกง จะเสียเงิน 100 เหรียญทีเดียว
แต่ถ้าขึ้นตรงสถานี Tsing Yi จะเสียเงินแค่ 60 เหรียญ
อย่างที่บอกว่า พวกเราหมดตูดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ช้อปทิ้งทวนกันเรียบร้อย เลยไม่ค่อยมีเงิน เลยต้องอาศัยประหยัดเอาสุดๆ
นั่ง Airport Express ที่หมดตอน 00.45 น. และมีเที่ยวแรกตอน 5.45 น.
นั่งแล้วก็รู้สึกว่า คนน้อยจัง....ดูวิ่งเร็วม๊ากกกก มีทีวีให้ดูด้วย...เค้าบอกว่า ใช้เวลาจากสนามบินถึงใจกลางฮ่องกงแค่ 30 นาทีเอง
พอมาถึง พวกเราก็ไปล้างหน้า ล้างแจ๊ะในห้องน้ำสนามบิน โหย...ชีวิตโคตรเศร้าเลยว่ะ
ตอนแรกกิ๊กไม่อยากล้างหน้า จะรอกลับพร้อมกับขอบตาดำที่มันอุตส่าห์ถมทั้งเช้า เพราะไม่มีน้ำยาล้าง
เราเองก็เกือบใช้ oil ล้างเครื่องสำอางหมดก๊อกเหมือนกันเมื่อวาน ดีนะ ยังเหลือบ้าง เราก็ไม่ได้แต่งไรเยอะด้วย เหมียวก็เลยได้อานิสงส์เราอีกหน่อย
สุดท้าย เราก็อาศัยที่นั่งรอขึ้นเครื่องแถว row นั้นนอน ใจก็กลัวว่าของจะหายนะ (ไม่ได้กลัวคนมาทำมิดีมิร้ายหรอก) แต่ฝรั่งเค้านอนกอดกันบนพื้นเลยว่ะ
ของเรานั่งหลับกลายๆ แล้วเอาขาพาดเก้าอี้อีกฝั่งเอา กว่าจะได้นอนก็ตี 1 แล้วล่ะ แต่นอนไม่ได้ซักที เพราะมีอาแปะมาคุยปัญหาบ้านเมืองอะไรไม่รู้แถวนั้น
ตี 1 แล้วนะแปะ...กลับบ้านไปนอนไป๊ หงุดหงิด อีตูนก็เหมือนนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
ตื่นมา 6.30 น. งัวเงียมาก ไปล้างหน้า แปรงฟันอีกรอบ แล้วเราก็ต้องวิ่งไปซื้อ คริสปี้ ครีมของฝากจากฮ่องกงให้ครอบครัวและที่ทำงานด้วย
ดีนะ เมื่อคืนมันบอกว่าปิดเที่ยงคืน ชั้นไปตอน 23.50 น. ไม่เห็นมนุษย์ซักคน ก็เลยต้องช่วงชิงตอนเช้าเนี่ยแหละ
แต่สนามบินฮ่องกงมันงงๆอ่ะ เดินซับซ้อนได้อีก กว่าจะซื้อเสร็จ (ด้วยบัตรเครดิต เพราะไม่มีเงินแว้ว) ก็ต้องวิ่งขึ้นเครื่องอีก
ว่าแล้ว ว่าทำไมเรามาถึงตอน 16.15 น. เมื่อวานแล้วไม่ยอมให้กูขึ้นเครื่อง....
เพราะว่า มันต้องขึ้นรถไฟไปต่อรถ แล้วต่ออีกหลายต่อ โว๊กกกกกกกกกกก สติกูไม่อยู่แว้ว
ขึ้นปุ๊ป คาดเข็มขัด สิ้นสติเลย ...ตื่นอีกที มากินอาหาร (ที่ไม่อร่อย) นึกว่าเลือกอีกอย่าง (จำไม่ได้อ่ะ คิดดูว่าสิ้นสติขนาดนั้น)จะดีกว่าบะหมี่ผักกาด ที่ไหนได้ ไม่ได้ดีกว่ากันเล้ย
หลังจากนั้นก็หลับสนิท ศิษย์ส่ายหน้าอีก ขนาดแรงจะเอากล้องมาถ่ายรูปยังไม่มีแรงเลย
มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนล้อเครื่องบินกระทบพื้นสนามบินสุวรรณภูมินั่นแหละ...เบลอได้อีกกู
เหมียวสาวอักษรให้คำขวัญประจำทริปได้คือ
"เที่ยวฮ่องกง งงเส้นทาง ค้างสนามบิน"
อาจจะต่อได้อีกว่า "เที่ยวฮ่องกง งงเส้นทาง ค้างสนามบิน กินสุดมันส์"
ดูรูปทั้งหมดได้ที่ http://pompoko35.multiply.com/photos/album/65
มีคนอยากเห็นว่า ช้อปอะไรมาบ้าง บางส่วนถ่ายรูปเก็บไว้แล้ว เพราะเป็นของฝาก
แต่เสื้อผ้า ได้มา 7-8ชุดเอง อีก 5-6 ตัวเป็นของฝากเช่นกัน
เสื้อผ้าส่วนตัวได้ใส่เรียบร้อยแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ไม่ค่อยเห่ออ่ะนะ อิอิ ใส่แล้วก็สบายมากมาย โดยเฉพาะของ Uniqlo ผ้าดีมากมาย
เอนทรี่หน้าจะรวมมิตรสะกิดใจมาให้อีกรอบเด้อ
ไอ้แพท..