เอาร่ะ......คืนที่สอง เราเริ่มนอนหลับได้บ้าง เพราะย้ายเข้ามานอนข้างในแทนตูน
แต่ก็ใช่ว่าจะมีเวลานอนเยอะ เพราะฉะนั้นบางคนบอกว่าอยากไปฮ่องกงแล้วพักดีๆหน่อยเนี่ย ถามจริงๆเหอะ ว่าจะได้พักกี่ชม.กัน เรานอนมากสุดก็ 6 ชม.อ่ะนะ ก็สู้นอนที่ถูกๆ ห้องน้ำแยกดีกว่า
Day 3 (July 18) Repulse Bay/ Disney/ Outlet/ Causeway Bay
ออกเดินทาง 9.00 น.** ทานอาหารก่อนเข้า Disney เอาน้ำติดตัวไปด้วยก็ดี
- ถึง Disney land ประมาณ 10-10.30 น.
- 12.00 น. กินข้าวในดิสนีย์แลนด์
- 13.00 – 15.00 น. ช้อปที่ Citygate Outlet จะมีสินค้าแบรนด์ Esprit, Gior, Adidas, Nike, Samsonite
- ย่าน Causeway Bay
~ ห้าง Time Square อย่าลืมแวะซื้อคริสปี้ ครีมก่อนกลับบ้าน~ Outlet Esprit (อย่าลืมนะ มีแบรนด์ Bossini, G2000, Gior ด้วย)
~ ห้าง Sogo เปิด 10.00-22.00 น.
~ Fashion Walk แฟชั่นดีไซน์เก๋ ราคาไม่แพง + แหล่งอาหารนานาชาติ
~ ห้าง Lee theatre plaza มีสินค้าแฟชั่นกิ๊บเก๋
~ Jordine’s Crecent ขายสินค้าราคาถูก
~ Lane Crawford ก็โอนะ ลองไปเดินเล่นดู
โปรแกรมที่วางไว้สำหรับวันสุดท้าย ตอนแรกจะไม่ได้แวะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม แต่เนื่องจากเราเกิดจิตศรัทธาอยากจะไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกซักหน่อย เลยเปลี่ยนแผนเล็กน้อยก่อนไปดิสนีย์....
ตอนแรกเราเองไม่อยากไปดิสนีย์เลย เนื่องจากค่าเข้าแพงมาก ปกติราคา 300 เหรียญ แต่ช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง 31 สิงหา จะเป็นช่วง Peak ราคาจะขึ้นมาเป็น 350 เหรียญ
การเดินทางมาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะต้องไปที่ Repulse Bay ก่อน โดยขึ้นรถสาย 6,6A ที่สถานีเซ็นทรัล
เส้นทางจะคล้ายขึ้นเขา อารมณ์นั่งรถไปปายนั่นเอง คนขับรถที่นี่เหมือนไม่ค่อยเบรคกันนะ หวาดเสียวได้อีก
เวลาใกล้ถึงจะเห็นตึกโค้งๆ อยู่ริมทะเล ให้ลงได้เลย (อ่านหนังสือมาเป๊ะๆ) แล้วเราก็ลงเล่นเหยียบหาดของเค้าซะหน่อย
ทรายหยาบได้อีก พัทยา หรือเสม็ดบ้านเราสวยกว่าเยอะ แล้วก็มีตึกที่มีช่องว่างด้วย เค้าว่าให้มังกรผ่าน เป็นหลักฮวงจุ้ย
เอาล่ะ มาถึงพิธีสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของวันนั้น ที่อุตส่าห์อ่านหนังสือมาอย่างดี อิอิ
เดินไปถึงวัด ก็ไหว้ท่าน ตามหนังสือ เค้าบอกว่าให้ยืนในวงกลมแล้วหันหน้าไปทางเจ้าแม่กวนอิม แล้วอธิษฐาน
เสร็จแล้วให้ไปลูบเทพเจ้าที่อยู่ด้านหน้าเจ้าแม่กวนอิมจากหัวจดเท้า แล้วกำเข้ากระเป๋าตัวเอง ถือว่าเป็นการทำเพื่อให้เกิดสิริมงคล ให้ร่ำ ให้รวย อ่อ มีรูปปั้นรูปเงิน(สมัยก่อน)ที่เป็นเรือๆสีทองๆ ข้างๆด้วย เค้าว่าให้ลูบแล้วเก็บเข้ากระเป๋าเช่นกัน
เจ้าแม่กวนอิม
รูปปั้นเทพเจ้าด้านขวา ให้ลูบจากหัวจดเท้าแล้วกำใส่กระเป๋า
จากนั้นให้เดินข้ามสะพานไป เค้าเชื่อกันว่าข้ามแล้วจะอายุยืนขึ้น 3 ปี แต่ห้ามข้ามกลับ อายุจะสั้นขึ้น 3 ปี
พอข้ามไปแล้วจะเจอรูปปั้นปลาสีเหลืองค่ะ เค้าว่ากันว่า โยนเหรียญให้เข้าปากแล้วอธิษฐานจะประสบผลสำเร็จ
เรากับเพื่อนสาวโยนกันนานทีเดียว ตอนแรกๆ อาจจะกะไม่ถูก แต่ตอนหลังโยนเข้าแล้วแต่กลิ้งออกซะงั้น ....
เพื่อนเหมียวหมดความอดทนซะก่อน เลยไม่โยนแล้ว เราก็เกือบไม่ได้เหมือนกัน เพราะโยนแล้วเด้งออก ประมาณว่าคนโยนเยอะเหมือนกันมั้ง
แต่ตอนเราไป คนไม่ค่อยเยอะเลย หรือเพราะไม่ใช่ตอนเช้า? ตรงนี้ติดริมทะเลเลยอ่ะ ดูเป็นศาลเจ้าที่คุ้มครองชาวฮ่องกงริมฝั่งทะเลนะ
สะพานนี้ข้ามไปได้อย่างเดียวจ้ะ
ไหว้พระเสร็จก็ออกเดินทางมาแรดที่ดิสนีย์แลนด์ ในใจก็ไม่คิดจะเล่นอะไรหรอก ไปแค่ถ่ายรูปกรุบกริบ เพราะมีแต่คนบอกว่าถ้าอยากเล่นดิสนีย์แลนด์ต้องใช้เวลาทั้งวันอ่ะ เราไม่มีเวลาขนาดนั้น
พอไปถึงจริงๆ แม่งอยากเล่น Space Mountain อ้ะ.....แต่กว่าจะถึงคิวก็ทุ่มนึง (เค้าจะมีเครื่องจองคิวอ่ะ แล้วมาเล่นตามเวลานัดเลย ไม่ต้องรอ) แต่ถ้ารอก็ใช้เวลาอีก 25 นาทีแน่ะ เด๋วไปอีกที่ไม่ทัน โปรแกรมกูเร่งมาก
เราไปกินข้าวในโรงอาหาร (ที่ถูกสุดแล้ว) ราคา 67 เหรียญรวมน้ำ (แม่เจ้า) เป็นหมูกระเทียมกับข้าวนึ่ง
สุดท้าย เราก็ได้ดูพาเหรดด้วย...เป็นพาเหรดเปียกๆ รับหน้าร้อน ทุกคนเหมือนรู้อ่ะ กางร่ม ใส่เสื้อกันฝนเรียบร้อย
เหล่าชะนีไทย 4 ตัวก็แต่งตัวมาอย่างก๊อย...ทำไงดีวะ จะเปียกเยอะมั้ย เริ่มเอาหมวกมาใส่ เด๋วเมคอัพลบ เห็นเหง้าหน้าหมด
พอตอนพาเหรดมาจริงๆ โอว...Colorful ม๊ากกกกกก เก๋สุดๆ ขนมาหมดทั้งมิกกี้เมาส์, มินนี่, เทพนิยาย ซินเดอเรล่า, หมีพูห์, ทอยสตอรี่, ฯลฯ
แต่สีสันสดอย่างเดียวไม่พอ มีพ่นน้ำด้วย กรี๊ซซซซซซซซซซซซซ เริ่ดดดดดดดดด
เปียกสะใจต้องอีเหมียว.....เรานี่ไม่ค่อยได้น้ำมากมายเท่าไหร่ กลัวกล้องเปียกด้วยล่ะ แต่คนอยู่ริมขอบอ่ะ ได้เต็มๆ
มาถึงถ่ายรูปแล้วก็ต้องซื้อของที่ระลึกซะหน่อย ตามประสาชะโงกทัวร์ ราคาก็แพ๊ง แพง....ง่ะ
แต่มิกกี้เมาส์ที่นี่ซื้อไม่ลงนะ แม่งมิกกี้เมาส์ตาแบ๊วอ้ะ.....แง๊....เอามิกกี้แบบเก่าอ่ะ หายากเชียะ
ตุ๊กตาหมีพูห์ที่นี่ก็ตาตี่อ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ แก้มยุ้ย ตาตี่ด้วย....ดูเป็นสินค้าจากจีนของแท้เลยนะ ทำตามโครงหน้าคนจีนอย่างแท้จริง
หมีพูห์ฮ่องกงตาตี่จริงๆ
เสร็จจากดิสนีย์ก็เกือบเย็นแล้ว นี่ขนาดควบคุมเวลานะ ก็นั่งรถไฟไปต่อที่สถานี Tung Chung เพื่อไป Citygate Outlet ถ้าใครอยากช้อปก่อนขึ้นเครื่อง แนะนำให้แวะที่นี่เลย ของเยอะมาก หลากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Roxy, Adidas, Nike, Esprit, Club21, Benetton, Giordano เป็นต้น
อีกร้านที่เรามองข้าม มาซื้อเมื่อตอนจะกลับก็คือ ร้าน I.T. Outlet เป็นร้านที่ขายพวกแบรนด์เนม ลดตั้งแต่ 30-80% ทีเดียว เราเลยได้เสื้อกั๊ก Babyjane by Cacharel สีเทามาตอนก่อนกลับ 1 ตัว ด้วยการเดินผ่านแล้วสะดุดตาตอนออกแค่นั้นเอง อิอิ
อ่อ ได้หมวก New Era ที่บิ๊กแบงแทยังชอบใส่ด้วยจากร้าน Roxy เหลือแค่ 125 เหรียญเอง ส่วนหมวกแก็ปเหลือใบละ 99 เหรียญ ถ้าซื้อสามชิ้นจะได้ลดเพิ่มอีก 10%
ไปๆมาๆ ตอนจ่ายเราไปเนียนหารกับหนุ่มฮ่องกงคนนึง เลยได้ลด แถมแคชเชียร์ทอนผิดอีก อีเหมียวทำเนียนไม่ไปคืนอ่ะ...เลยได้ทรัพย์มาอีก 80 เหรียญ หลังจากเก็บเงินได้วันแรก 100 เหรียญ
เราก็กลัวกรรมตามสนองนะ.....แต่.....ก็ไม่ได้คืนอ่ะ ยังรู้สึกผิดกับน้องแคชเชียร์อยู่เรย
มาต่อกันย่าน Causeway Bay เป็นย่านช้อปปิ้งอีกแห่งฝั่งเกาะฮ่องกง มีห้าง Timesquare กับ SOGO และอีกหลายๆร้าน ย่านนั้น
แต่.......กำลังขาแต่ละคนไม่ไหวแล้วอ่ะ ก็ต้องกัดฟันเดิน หิวก็หิว ร้านก็เริ่มปิดแล้ว เพราะไปถึง 3 ทุ่มแระ
เริ่มจาก Timesquare ก่อน จุดนี้ เหมียวต้องไปซื้อกระเป๋า Kipling ให้พี่สาว แต่ก็ดันปิดพอดี อย่างซวย
ดีนะ เราซื้อ คริสปี้ ครีมทันเวลา ปฎิบัติภาระกิจได้สำเร็จหนึ่งอย่าง อิอิ
เราเองก็ปวดขาเหมือนกัน อาจเพราะเราเร่งเดินตอน Citygate มากไป เลยเกร็งและปวดขาขึ้นมา
ดีนะ ไม่ได้ปวดข้อเท้า เพราะเราใส่รองเท้าแตะ (เค้าบอกว่าให้ใส่รองเท้าใส่สบายไป เลยใส่ Adda นี่แหละ สบายสุดแล้ว ไม่สนด้วยว่าถ่ายรูปมาแล้วอนาถ อาศัยไม่ถ่ายเท้าเอา)
ทุกคนหมดอายุมากมาย หลงทางด้วยอีกต่างหาก ว่าจะกินติ่มซำก็ไม่ได้กิน เพราะร้านกินข้าวก็ปิดหมด
อย่างที่บอกไปเมื่อ entry ก่อนว่า ฝั่งฮ่องกงคนจะกลับบ้านไวมาก เหมือนว่าหลัง 4 ทุ่มเนี่ยจะร้านปิดหมดแล้ว สงสัยคนคงไปมงก๊ก ฝั่งเกาลูนกันหมด
เรื่องหน้าตาอ่ะ ก็สู้มงก๊กไม่ได้เลย ห้างแถวนั้นก็มีแต่ของแบรนด์เนม ซื้อไม่ลง
เราเลยตัดสินใจว่าไปตายเอาดาบหน้า กลับมงก๊กกันดีกว่า หาของกินแถวนั้นเอา
พอมาถึงมงก๊กก็หมดอายุของจริง ไม่มีร้านไหนเปิดแล้วอ่ะตอน 5 ทุ่ม
เจอแต่ร้านนึง ก็พอกินได้มั้ง เลยเข้าไป เจอตาเกรียนคนนึง ใส่แว่นหน้าเหมือนลูกค้าชั้นได้อีก 5555
สั่งข้าวก็ไม่รู้จะสั่งไร ไม่มีไอเดียเลย กิ๊กสั่งข้าวผัดปลาไหล อร่อยดี ตูนสั่งข้าวผัดสัปปะรด ส่วนเราสั่งจากเมนุอังกิด กับเหมียวชี้เอา ได้จานเดียวกัน คือ โกยซีหมี่ ....เอิ่ม....กูไม่ชอบเลย
เมนูที่เราสั่งอ่ะคือ Shreded Pork fried noodle ตอนนั้นโง่มาก นึกว่าแปลว่า บะหมี่หมูกรอบ ที่ไหนได้คือ หมี่กรอบราดหน้าหมูสามชั้น กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซ
จำไว้ๆ Shred แปลว่า หมูสามชั้น, Fried Noodle คือ หมี่กรอบ
ส่วนขนาดน่ะเหรอ......สั่งมาจานเดียวก็กินได้ 4 คนแล้วอ่ะ .....วีร์มาคงกินคนเดียวอิ่ม อิอิ
อาหารก็พอกินได้นะ แต่การบริการนี่สิ ร้านอาหารจีนแบบโบราณอ่ะ บริการแย่มาก โยนเงินทอนให้เงี้ย ไม่ใส่ใจลูกค้าเงี้ย
ผิดกับร้านแบบทันสมัยอ่ะ บริการดียังกะเราเป็นเจ้านายแน่ะ
กลับหอ เอ๊ย ที่พัก (ไม่อยากเรียกโรงแรม) ด้วยความเหนื่อยอ่อน พรุ่งนี้วัน(ที่คิดว่า)สุดท้ายแล้ว
จะไปไหนดีนะ?......
เหลืออีก 1 วัน กับ 1 เก็บตก
ดูรูปทั้งหมดได้ที่
http://pompoko35.multiply.com/photos/album/64/HK_Gal_gang_trip_Day_3_Repulse_Bay_Disney_Land_Causeway_Bay
เพื่ออ