คุณขา.....................ใจจริง เดี๊ยนเนี่ย อยากจะเขียนๆๆๆ เล่าๆๆๆๆ อะไรต่อมิอะไร เจ๊อะแจ๊ะไปหมด แต่สุดท้าย แรงหมดฮ่ะ หมอบอกให้นอนก่อน 4 ทุ่ม ว๊ายยยยยย ลืมดูเวลาประเทศไทย เพราะปกตินับตามเวลาฝรั่งเศสฮ่ะ
จุดนี้ ขอตั้งชื่อให้ตอนนี้ว่าเป็นมหากาพย์ปาย (เพราะมีหลายคนบอกว่ายาวม๊ากกกกกกกกกก) ถ้าใครขี้เกียจอ่าน แนะนำให้ดูแต่รูป
จริงๆ อยากจะแบ่งเป็น 3 ตอน Day 1,2,3 แต่กลัวไม่มีคนอ่านนินา เศร้า เลยเขียนทีเดียวเลย ไม่อ่าน ไม่เม้นให้รู้ไป
เอาล่ะ จะทำใจเล่าเรื่องไปเที่ยวปาย ให้เป็นที่ระทึกกับทริปนี้กันซะหน่อย เด๋วจะเน่าค้างปี เหมือนตอนไปเมกาฮ่ะ กร๊ากกกกกกกก
จะมีใครจำได้มั้ยเนี่ย จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป อุตส่าห์ดองมาตั้งเกือบ 2 ปี กรี๊ดดดดดดดดดดดด รูปกูเน่าหมดแล้ว
มาที่ทริปปายฮ่ะ จริงๆ เดี๊ยนชวนตาวีร์ไปมานานแล้ว เพราะชวนไปเสม็ดไม่สำเร็จซักที เค้าว่า"ไปเสม็ดเสร็จทุกราย" แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ก็ไปปายนี่ล่ะวะ
ในฐานะที่เดี๊ยนเชียวชาญในการจัดแจงอาจเพราะเคยไปสมัยลองทริป(ทริปที่เด็กนิเทศจะจัดตอนหยุดกีฬามหาลัย) มาก่อน ก็เลยอาสา arrange เองซะเลย
ก็หาข้อมูลไม่ใกล้ไม่ไกลฮ่ะ ในพันทิพห้อง Blueplanet ค้นคำว่า ปาย จะพบยาวเหยียดไม่ต้องเสียเวลาตั้งกระทู้รอคนตอบฮ่ะ (รู้ไว้ก็ใช้ซะนะฮ้า คำว่า Search เนี่ย)
เราเองเลือกการเดินทางแบบเครื่องบิน เนื่องจากเวลาเป็นตัวเงินตัวทอง เอ๊ย เป็นเงินเป็นทอง ก็ต้องเซฟเวลานิดนึง
นั่นก็คือ แอร์เอเชีย ใครๆก็กินได้ เอิ่ม...บิน เพราะว่าราคาถู๊กกกกก ถูก (ก็ถูกจริงๆอ่ะ แต่ยังไม่รวมค่าโง่นะ รวมแล้วก็พอๆกับนกแอร์แหละ)
แล้วรู้กันหรือไม่ว่า ถ้าคุณจองตั๋วก่อน คุณจะได้ราคาถูกกว่า ถ้าจองใกล้ๆวันเดินทาง จะเหลือแต่ราคา 990 หรือ พันกว่าๆเลยทีเดียว
ขนาดเราเลื่อนไฟลท์เสียคนละ 500 แล้ว ก็ยังเสียค่าโง่ที่โควต้ามันเต็ม คนนึงได้ตั๋ว 799 อีกคน 899 ฮ่ะ ไม่รู้เค้ามีโควต้าราคาละกี่คนนะ
เดี๊ยนล่ะเศร้าจิตตอนจองตั๋วเครื่องบินเนี่ยล่ะ
ส่วนที่พักนั้น.....หลังจากเล็งเห็นแล้วว่า คงอยู่กระท่อม ห้องน้ำรวมไม่ได้แน่ เลยต้องหาบ้านที่มีห้องน้ำส่วนตัว และค่อนข้างสะอาด
มาปิ๊งที่ Aqua resort ฮ่ะ เห็นรูปแล้วเพ้อไปเลย เพราะสวยมากๆ มีคนในพันทิพถ่ายมา โอ้ววว ดูโรแมนติคด้วย
เลยโทรไปจองและโอนเงินไปเรียบร้อย

แผนที่ฮ่ะ เอามาจากเว็บ http://www.aquaresortpai.com/
ส่วนรถที่จะต่อไปยังปายนั้น เราได้ศึกษามาแล้วว่า ควรใช้บริการของบริษัทเปรมประชา เป็นรถมินิบัสสีส้ม ซึ่งมีรอบเดียวต่อวัน คือ 8.20 น. มีเพียง 17 ที่นั่งเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นรถบัสแอร์ กับรถตู้ค่ะ
รถบัสแอร์คนละ 140 บาท รถส้ม 80 รถ AYA 150
สามารถจองได้ก่อนวันเดินทาง 3 วันกะเจ้า.....ดังนั้นเดี๊ยนไม่รอช้า กลัวพ่อเจ้าประคุณจะมึนตึ๊บกับรถตู้ เลยรีบจองรถบัสเล็ก ป๊ะ.....ได้วุ้ย
แต่เอ๊ะ ถ้าเครื่องชั้นดีเลย์ กูจะทำยังไงเนี่ย เลยโทรไปขอเลื่อนกับพ่ออุ๊ยค่ะ เค้าก็ใจดี๊ ใจดี บอกว่ามาไม่ทันค่อยว่ากัน อย่าเพิ่งแคนเซิลเลยอีหนูเอ๊ย
แล้วเรื่องราวตอนไปถึงจะเป็นยังไง เด๋วเจ๊เฉลยนะฮ้า อ่านต่อๆ

รถด้านซ้ายคือ มินิบัสไฮโซฮ่ะ ด้านขวาคือรถตู้นั่งสบาย
ถึงแม้อะไรจะฉุกละหุกไปบ้าง แต่เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่งฮ่ะ อย่างน้อยทริปนี้ก็พร้อมบ้างล่ะ ไม่ต้องมาทะเลาะกัน หรือเป็นทริปอะเมซซิ่งเรซแบบทุรกันดาร
เอาล่ะ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว เครื่องออก ตอน 6 โมงเช้า แต่ต้องไป check in ตอนตี 5 ได้ แม่เจ้า กูง่วงชิบหาย
ขึ้นเครื่องแล้วหลับปุ๋ย มาตื่นตอนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย แต่ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง เลยไม่ได้นอนเต็มตาเท่าไหร่
มาถึงสนามบินเชียงใหม่ปุ๊ป ตามเวลา depart เด๊ะ เดี๊ยนไม่เคยใช้บริการแอร์เอเชียมาก่อน แต่เคยโดนขู่ไว้ว่า ดีเลย์โคตรๆ ระวังตกรถ

เห็นขอบฟ้ามั้ยฮะ......ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น มองแล้วเหมือนเรื่อง Pirate ภาค 3 เลยแฮะ

พระอาทิตย์แยงตา

แต่นี่ก็เหมือนสวรรค์เป็นใจฮ่ะ พอล้อแตะสนามบินปุ๊ป อีป้อมวิ่งนำหน้าไปเอากระเป๋า ทิ้งให้วีร์ไปเรียกแท็กซี่ (จริงๆ ให้ไปสืบราคาฮ่ะ) ปรากฎราคาเท่ากันคือ 160 ต่อคัน ก็เลยรีบจับไปบขส.ใหม่เลย เค้าเรียกว่า อาเขตอ่ะค่ะ
เจอน้องก้อย ดีเจแฟตกับแฟนหนุ่มสุดเซอร์ (กรี๊ด.... หล่ออ้ะ) บนเครื่องด้วย อ่อ....หัวหน้าแอร์ เอ๊ย สจ๊วตที่ประกาศอ่ะ รู้สึกเป็นรุ่นพี่ที่เตรียมฯ แอบตกใจเล็กน้อย เพราะเมื่อก่อนเค้าดูเป็นหัวโจกๆ ออกแนวซ่าส์ๆ แต่ใส่กางเกงขาบานสั้นๆนะ เห็นภาพมะ ออกแนว stylish แต่เด็ก แต่ไม่คิดว่าพี่เค้าจะมาแนวนี้ไง
ตอนลุ้นสุดๆ เห็นจะเป็นตอนถึงอาเขต เพราะเราได้แบ่งทีมวิ่ง (อ่าว ไหนว่าไม่ใช่ Amazing Race ไง) ชั้นวิ่งไปเอาตั๋ว เพราะพ่ออุ๊ยโทรตาม ส่วนวีร์แบกกระเป๋า ดูสิ แบ่งทีมกันเท่าเที๊ยม เท่าเทียมกัน ชายหญิง
เราก็ลนสุดๆ กลัวไม่ทัน แต่มาถึงตรงเวลาเป๊ะ เย่....ภารกิจสำมะเร็จ
วีร์เจอญาติที่อาเขตด้วย พอดีมารับลูกทัวร์ (ญาติวีร์ทำทัวร์ค่ะ)
เรานั่งรถตู้แยกกันค่ะ เพราะเราจองช้า แต่ดีตรงที่ได้นั่งหน้าอ่ะ เพราะจะทำให้มึนรถน้อยกว่านั่งหลัง
มีการแวะพักกินน้ำด้วย แวะฉี่อ่ะ มีตรวจบัตรปชช.ตอนจะเข้าปายด้วยน้า กลัวแรงงานต่างด้าวมั้ง

เค้าว่ากันว่า ปาย หรือแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองร้อยโค้ง ชั้นว่าน่าจะ 875 โค้งมากกว่า โค้งจนชั้นทึ่งว่า คนขับรถนี่ เค้าไม่ปวดเมื่อยตอนสาวพวงมาลัยบ้างหรือไง
ขับไป ขับกลับ กูจะอ้วกกกกแทน
เอาล่ะ ตัดตอนมาตอนที่เราถึงท่ารถปายเลย ตอนแรกว่าจะจองตั๋วเลย แต่ก็ชะล่าใจ พี่แถวนั้นบอกว่า จองวันกลับเลยก็ได้ ไม่เต็มหรอก (แต่ไม่บอกว่า ไม่ได้รถดีนะ)
เราเองก็ไม่รู้จะไปรีสอร์ตยังไง เลยโทรหาพี่เจ้าของเค้า พี่เค้าอาสาจะมารับ เราก็รอๆๆๆ
และแล้ว พี่เค้าก็มาค่ะ............เอิ่ม พี่เค้า....เซอร์ม๊ากกกกกกกค่ะ
เซอร์จนเราแอบกลัวเลยอ่ะ พี่คนนี้เป็นน้องชายพี่เจ้าของ (พี่เด่น) อีกที เค้าบอกเราว่าจะมารับเราไปที่รีสอร์ต
เพราะเราสองคนขับมอไซค์ไม่เป็น ของก็เยอะ พี่เค้าก็จะจองรถมอไซค์ให้เราด้วย เพราะเราคิดว่าจะขี่มอไซค์แน่ๆ แต่วีร์จะขี่จักรยาน เพื่อความปลอดภัย
ทีนี้ พี่เค้าใช้เส้นสาย(มั้ง) จองที่ร้าน AYA ที่คนในพันทิพต่างร่ำลือว่าบริการแย่ แล้วไม่ค่อยดีกับคนไทย
แต่รถที่เราได้ก็ไม่ได้แย่อ่ะ เรารีเควสรถแบบออโต้ (เพราะขี้เกียจเข้าเกียร์) ก็เลยได้ฮอนด้าคลิกมา อร๊ายยย น่ารักจริงๆ
ตอนรับรถก็หัดขับแม่งตรงนั้นเลยอ่ะ เราคนเดียวไม่เท่าไหร่ แต่ต้องมีวีร์ซ้อนด้วยเนี่ยสิ (บวกกับกระเป๋าน้ำหนักกว่า 10 กิโล) ก็เลี้ยวไม่ค่อยรอด
วีร์เลยต้องระเห็ดไปนั่งรถมอไซค์พี่เค้าแทน ฮ่าๆๆๆ เราเองก็ขับเองสบายเฉิบ วู้ววววว วิญญาณแว๊นซ์เข้าสิง เข้าใจแล้วว่าอีพวกนี้มันชอบขี่มอไซค์เพราะอะไร
รีสอร์ทอยู่นอกเมืองไปเล็กน้อย บรรยากาศเงียบสงบ เสียอย่างเดียว ผ้าม่านรอบบ้านเนี่ย ไม่สามารถปิดบังความเป็นส่วนตัวของเราได้เลย เราก็ไม่ได้เอาสก๊อตเทปมาแปะด้วยอ่ะนะ เลยหวาดๆนิดหน่อย กลัวชาวบ้านแอบดู อิอิ มีแค่ต้นไม้รอบบ้านที่พอบังได้บ้าง กะจะแอบดูชาวบ้านซะหน่อย แต่ก็มองไม่ค่อยเห็นหรอกค่ะ
บ้านของ Aqua resort ไม่มีแอร์นะคะ มีแต่พัดลม แต่หลังคามีช่องว่างให้อากาศผ่าน ตอนกลางคืน หนาวโคตรๆ
หลังคาบ้าน

บรรยากาศด้านใน ก่อนทำรก ด้านขวาเป็นบรรยากาศด้านนอก

เค้าห้ามนำสัตว์เลี้ยงมานะคะ อิอิ ที่อยู่หน้าบ้านน่ะ ด้านขวาคือ ผ้าม่านเร้าใจ

น้ำตก ต้นไม้ใบเขียว

บรรยากาศรอบๆรีสอร์ท

มีสระว่ายน้ำ สมชื่อ Aqua แต่ไม่เคยเห็นคนลงไปว่ายเรย
หลังจากเอาของวาง วีร์ก็หิวขึ้นมาทันใด โปรแกรมแรกที่เราจะไปก็คือ หมู่บ้านสันติชนค่ะ เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ทีเด็ดก็คือ ขาหมูยูนนาน หมั่นโถวนั่นเองงง
วีร์เนี่ย หิวมาตั้งแต่เชียงใหม่และ แต่อดทนรอไปกินขาหมูเลยนะเนี่ย วีร์ยังใจเด็ดไม่ยอมซ้อนมอไซค์เรา เพราะปกติก็ไม่เชื่อใจเราอยู่แล้ว แถมยังพาไปเกือบล้มตอนมารีสอร์ทอีก ความเชื่อใจในตัวเราติดลบ
ฮีก็เลยไปยืมจักรยานรีสอร์ทข้างๆ ปั่นไปแรกๆก็แรงดีอยู่หรอกค่ะ แถมป้ายก็ติดไว้บอกว่า หมู่บ้านสันติชล ไปอีก 5 กม.
แต่วีร์ลืมคิดไป ว่า 5 กม.นั้น เป็นกิโลแม้ว แถมยังขึ้นเขาอีกด้วย งานนี้ เราต้องจอดพักรอวีร์เป็นระยะๆ สงสารก็สงสารนะ บอกให้มาซ้อนเราตั้งหลายครั้งยังหยิ่งอีก เหงื่อแตก ปากซีดเลยทีเดียว โคตรน่าสงสารเหอะ
สุดท้ายเราก็มาถึงหมู่บ้านสันติชลจนได้
ก่อนไปถึงจะผ่านวัดน้ำฮู แวะไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลกันได้นะคะ

ไอ่หนุ่มนักปั่น กับ อีสาวนักซิ่ง แว๊นซ์บอย สก๊อยเกิร์ลของแท้ฮ่ะ
เมนูมื้อนี้ คือ ขาหมู 1 ชาม ยำอะไรซักอย่าง หมั่นโถวธรรมดา 2 หมั่นโถวทอด 2 ลาบ ข้าว 2 นี่กินกันแค่ 2 คนนะ

ขาหมูยูนนานของแท้ เพราะรอนานสมชื่อ

บรรยากาศในร้าน หน้าคุ้นๆ คนกรุงเต้บทั้งน้าน วีร์เจอรุ่นน้องด้วย

ยำแสนอร่อย ทำมาจากเต้าหู้ อาจดูไม่น่ากิน แต่มันอร่อยอ่ะ อันล่างก็หมั่นโถว

ดูเหงื่อสิคะคุณ...........กินแบบไม่พูดไม่จา มาถึงสั่งเป็ปซี่ขวดลิตร
พนักงานเค้าฟังไทยไม่ค่อยออกค่ะ ใจเย็นกับเค้าหน่อยนะคะ จะมีคนไทยช่วยอยู่คนสองคน
แทะขาหมูอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็ไปถ่ายรูปกับบ้านดินกัน แต่วีร์รู้สึกหมดแรง เลยไม่ค่อยมีอารมณ์ถ่ายเท่าไหร่ ไปกันสองคนแต่ลืมเอาขาตั้งกล้องไป ก็แอ๊บลำบากนิดนึง


บ้านดิน บ้านในฝันของวีร์

ที่นี่เค้ามีม้าให้ขี่ด้วยนะ จ่ยเห็นรูปแล้วบอกว่า "ม้ามีสไตล์มาก" เห็นม้าฉี่โด้ย กร๊ากกก เห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็นจริงจริ๊ง เค้ามีม้าหมุนให้เล่นด้วยนะ แต่เห็นความสูงแล้วก็ไม่เล่นดีกว่า

ขากลับเป็นขาลงเนิน เลยลงเร็วนิดนึง มีช่วงนึงที่ถนนกำลังก่อสร้างอยู่ เป็นแอ่งกะทะมาก เราเองตอนแรกก็ไม่กล้าลงอ่ะ ต้องให้วีร์ค่อยๆจูงมอไซค์ขึ้นเนิน น่าสงสารมาก แต่ขากลับ มาลาดน้อยกว่า เราเลยผ่านมาได้ เพราะขาขึ้นเราค่อยบิดคันเร่ง
กลับมาถึงก็สลบเหมือด ทั้งฝุ่น ทั้งเหงื่อ ตื่นมาอีกทีก็ค่ำและ อากาศก็เริ่มหนาว
สุดท้ายวีร์ก็ยอมซ้อนมอไซค์เราไปกินข้าวในเมืองปายจนได้ อิอิ จากการสอบถามของพี่ๆเจ้าของ เค้าบอกว่าไปร้านน้องเบียร์ก็ได้ หรือจะเป็นร้านบ้านปายก็ดี
เมื่อขี่รถวนรอบเมืองจนได้ที่จอดรถเป็นที่เรียบร้อย ก็เลือกที่จะกินที่ร้านบ้านปาย คนเยอะดี อาหารก็หลากหลาย
ทั้งไทย ฝรั่ง โต๊ะก็พอมี เราเลยได้เข้าไปนั่ง

แต่........กว่าจะได้สั่ง ก็ประมาณ 30 นาที ที่สำคัญกว่านั้น คือ หลังจากสั่งแล้วกว่าจะได้อาหารนี่สิ ชั่วโมงครึ่งค่ะคุณ
อาจจะนานกว่าชั่วโมงครึ่งด้วยมั้ง แต่เพราะเรากินไส้กรอก และขนมกรุบกริบรองท้องไว้บ้างแล้ว เลยไม่โมโหหิวเท่าไหร่
ไม่ใช่โต๊ะเราโต๊ะเดียวที่มีปัญหา แต่มีปัญหากันทุกโต๊ะทีเดียว ลูกค้าโวยวายบ้าง ลูกค้าบางโต๊ะมากันเป็นครอบครัวก็รอไม่ไหว เดินออกเลย หลังจากรอตั้ง 30 นาที สงสารเค้านะ
สุดท้ายเราก็ได้อาหารอ่ะ รสชาติก็ใช้ได้ เค้าบอกว่าขอโทษจริงๆ คนงานลาไปเลือกตั้ง แต่เราคิดว่า น่าจะเลือกตั้งล่วงหน้าได้หรือเปล่า ไม่ควรปล่อยให้ลูกจ้างลากันจนงานเสียขนาดนี้ วันต่อมาร้านนี้เลยปิดซะเลย ไม่รู้ปิดเพราะอะไรอ่ะนะ
จริงๆ แล้วร้านอาหาร หรือร้านรวงที่ปายก็ต้องเข้าใจว่า ลูกค้าส่วนใหญ่คือ นักท่องเที่ยวที่มาแค่ไม่กี่วันแล้วจะกลับไป ถ้าเค้าได้รับการบริการที่ดี หรือประทับใจก็จะเกิดการบอกต่อ หรือหวนกลับมาใช้บริการใหม่
แค่ร้านบ้านปายพลาดไปวันนึง ก็ถือว่าค่อนข้างเสียหายทีเดียว สำหรับเรา เราไม่ติดใจอะไร แต่กับคนอื่นๆที่เค้าหิวๆ หรือรอนานมากล่ะ จะทำยังไง ถ้าเค้าบอกต่อ ว่าอย่ามาร้านนี้เลย ช้ามากๆ โดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง

กลับจากกินข้าวแล้ว ก็กลับบ้าน อากาศตอนนั้นหนาวน่าดู (ไหนว่าไม่หนาวไง) ดาวสวยมากๆ แต่ต้องรีบเข้าบ้าน เด๋วน้ำค้างลง
เช้าวันต่อมา เรามีแพลนว่าจะไปกินกาแฟและถ่ายรูปที่ร้าน Coffee in Love โดยเรามีแผนที่จาก AYA ที่โหลดจากในพันทิพเป็นไกด์
ตอนแรกสองจิตสองใจ ไม่อยากไปเผชิญรถในถนนใหญ่ กลัวรถเบียด แล้วเด๋วจะพลาดพลั้งไป แต่พอลองเลือกทางถนนเส้นเล็กแล้ว ดูเปลี่ยวๆชอบกล กลัวโดนโจรดักปล้น มีกันอยู่สองคนคงไม่รอด เลยเลือกเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้า ลองถนนใหญ่ดู
พอออกมาจริงๆ ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะเราขับตามไหล่ทาง ความเร็วแค่ 30-40 กม./ชม. ระยะทางประมาณ 5 กิโลได้ แนะนำว่าควรสวมแว่นกันแดด และหมวก เพราะมีฝุ่นเข้าตาเราบ่อยมาก อาจเกิดอุบัติเหตุได้
มาถึงร้าน ตาวีร์ผู้รักการกินคาเฟอีนก็เลือกชิมคาปูชิโน่ ส่วนเรามีอาการเสี้ยนเค้กส้มตั้งแต่อยู่กทม.แล้ว เลยสั่งชาเย็นและเค้กส้ม ชาเย็นพอได้ แต่เค้กส้มเนี่ย เอิ่ม.....เจอรุ่นพี่ด้วยล่ะ เด็กนิเทศมีทุกที่จริงๆ

เอาล่ะ กินเสร็จก็เริ่มถ่ายรูปๆๆๆๆ ตาวีร์ก็ถ่ายไม่ได้อย่างใจซักที เลยถ่ายเองแม่งเรย






รูปดอกไม้ เราถ่ายเองหมดอ่ะนะ ใช้ Ixus ของพรหล้าอันเดิม ปรับโหมด มาโคร
ดอกไม้ที่เค้าปลูกสวยดี มีบ้านสีเหลืองๆด้วย มีสไตล์ดี เลยถ่ายซะเยอะ เพราะบอกให้วีร์ถ่ายแบบที่เราถ่ายให้ดูเท่าไหร่ก็ไม่ได้อย่างใจเราซะที
ใจจริงอยากไปดูสะพานประวัติศาสตร์นะ แต่ก็ดูไกลเกินไป กลัวเป็นอันตรายอ่ะ เลยกลับดีกว่า

ก่อนกลับแวะถ่ายรูปกับของคู่บ้านคู่เมือง เอ๊ย คู่ร้าน Coffee in Love
กับคอนเซ็ปท์กินเป็นคู่ ถ่ายเป็นคู่



อาหารกลางวันของวันที่ 2 เราเลือกร้านดวง มีอาหารไทย ฝรั่ง และอาหารปายให้เลือก วีร์ก็เลือกเมนูแกงกะหรี่ไข่ อาหารพื้นบ้าน รสชาติอร่อยดีค่ะ แปลกตรงเอาไข่มาใส่นี่แหละ
เราน่ะเหรอ สั่งอาหารบ้านๆค่ะ ผัดผัด มัสมั่นไก่ ไรเงี้ย
หน้าตาอาหารค่ะ
ตอนเย็น อีตาวีร์ขอถ่ายรูปกับต้นกล้วยและกระท่อมของรีสอร์ทข้างๆ นิดนึง


จะเห็นได้ว่า คู่เราไม่ได้ใส่ใจเรื่องการกินเลยแม้แต่น้อย แม่งทุกมื้ออลังการยังกะกินเป็นหมู่คณะ
พอตอนเย็นเราก็เดินเล่นถนนคนเดิน มีร้านขายของที่ระลึกวางเรียงรายเต็มถนนเลย
บางคนก็เป็นคนพื้นที่ แต่บางกลุ่มก็เป็นคนที่อื่นมาใช้ประโยชน์ของความเป็นปายทำของมาสนองนี้ดคนเที่ยวปาย เช่น เสื้อยืดสกรีนคำว่าปาย, กระเป๋าผ้าดีไซน์เก๋ๆ ไรเงี้ย

มีแกลเลอรี่ด้วย
เมื่อก่อนเรามาปาย เห็นภาพถนนข้าวสารของแม่ฮ่องสอนเลยอ่ะ เพราะเป็นเมืองสงบมีแต่ฝรั่งกับคนพื้นเมือง ที่มีน้ำใจ (ตอนนี้ก็มีน้ำใจ)
แต่กลับไปอีกครั้ง ปายดูแปลกหูแปลกตา เป็นสถานที่ๆใครๆก็ต้องมากันในหน้าหนาว
ปายมีเซเว่น
ปายมีธนาคาร และ ATM
ปายมีเธค
ปายมีโรงแรมผุดขึ้นเต็มไปหมด
ปายมีคนเข้ามาทำมาหากินเยอะขึ้น
แต่ปายก็ยังคงมีสเน่ห์กับเราเสมอ
ถึงคนจะมากขึ้น ถ้าเขาเป็นคนดี เราก็คงรู้สึกดี เช่น พี่ๆที่ Aqua ก็ไม่ใช่คนพื้นที่เหมือนกัน
เคยอ่านในกระทู้สมัยพี่เด่นเพิ่งสร้าง aqua ใหม่ๆ พี่เค้ามาจากทางใต้ เราเห็นรูปที่แปะที่บาร์ในรีสอร์ทแล้ว พี่เค้าเฮ้วน่าดู
พี่เค้ามีมอไซค์คันเท่ด้วยนะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาแหงเลยกรู ขอไปหาก่อน
พี่เค้าบอกว่าไม่อยู่ต่ออีกวันเหรอ เพราะวันคริสมาสต์เค้าจะทำบาร์บีคิวด้วยนะ เราล่ะเสียดาย อยากอยู่ต่อมากๆ
ส่วนเซเว่นก็ช่วยเราได้หลายๆอย่าง เช่น เราลืมเอาโฟมล้างหน้ามา หรือทิชชู่ไรเงี้ย เราก็ติดนิสัยเข้าเซเว่นเหอะ
(จริงๆ แล้ว เพิ่งมาเห็นร้านโชห่วยตอนขากลับ หาร้านไม่เจอจริงๆ ก็เลยต้องเข้าเซเว่น)
วีรกรรมวันสุดท้ายนี่ก็เด็ด
เป็นวันที่ตื่นมา หมอกหนามาก เราก็อยากสัมผัสอากาศหนาวๆ และตลาดตอนเช้าเหมือนที่ชาวบ้านที่เค้ามากันเค้าไปกินโจ๊กสมุนไพรอ่ะ


แต่เรากินโจ๊กอีกร้านแทน ให้น้อยดีนะ แพงด้วย อิอิ ไม่น่าเรยเรา วีร์ก็กินข้าวเหนียวเนื้อ น่ากินมากๆๆๆ มีเนื้อหลายอย่างด้วย

ส่วนเราซื้อหมูทอดมากินแล้วตั้งแต่เดินถนนคนเดินคืนก่อน อร่อยมากมาย กินจนถึงเชียงใหม่เลยเหอะ คุ้มมากๆ
ไอ่ที่เด็ดก็ตอนออกจากรีสอร์ทนี่แหละ เราก็ขับมอไซฝ่าสายหมอกออกมาพร้อมมีวีร์เกาะมาด้วย
ปรากฎ เอ๊ะ ทำไมลงเนินแล้วเครื่องมันดับๆ เราก็ลองสตาร์ตอีก 3-4 ที ก็ไม่ดีขึ้น สำเหนียกอีกที เฮ่ยยยย น้ำมันหมดนี่หว่า
จริงๆ สังเกตตั้งแต่รับรถมาแล้ว แต่โง่เกินไปที่จะรู้ว่าคำว่า E แปลว่า ว่างเปล่า มิน่าขับเท่าไหร่ เข็มก็ไม่ลดลงเลย (อีโง่วววววววววว)
เพราะน้ำมันมันหมดตั้งแต่แรกแล้วโว้ย โอยยย ดีนะ ไม่ไปหมดตอนไป Coffee in love อ่ะ
ตอนนั้นก็เช้ามากๆ คนไม่ค่อยมีเลย ทำไงดีว้า.....เราไม่รู้จะพึ่งใคร ก็เลยโทรหาพี่เด่นซะงั้น
โคตรเกรงจายยยยยยยยยยย
สุดท้ายพี่เค้าก็ขับรถกะบะมาเรยค่า......พร้อมเอาน้ำมันถังลิตรมาเติมให้ พอขับต่อได้ เพราะเราจะกลับกันแล้ว ไม่อยากเติมเยอะ
เราไม่ได้ให้เงินพี่เค้าไปด้วยล่ะ กะจะให้ตอนจ่ายค่าห้องที่เหลืออ่ะนะ
คือ พี่เด่นกับน้องชายเค้าช่วยเราสองคนมากมาย ทั้งไปรับ และแนะนำสถานที่ ที่สำคัญก็ตอนเติมน้ำมันให้เนี่ย ลำบากพี่เค้าจริงๆ อีคู่นี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
ขากลับ เราก็ซวยจริงๆค่ะ รถเต็มหมด เสือกไม่จองไว้ อีโง่วววววว ได้นั่งรถแอร์เหมือนกันนะ แต่แอร์ไม่เย็น
รถส้มอ่ะค่ะ ทั่นผู้ชม..............รถใหญ่ หายใจก็ไม่ค่อยออก เราก็ออกอาการป่วยทีเดียว เหม็นน้ำมันอ่ะ
คิดดูนะ ว่าถ้านั่งรถแบบนี้กับทางธรรมดาก็แย่แล้ว นี่ต้องฝ่าด่านอีก 875 โค้ง กลับเชียงใหม่
สู้นั่งรถไม่แอร์ เปิดรับลมเย็นยังไม่น่าจะเมาขนาดนี้เลย กว่าจะถึงเชียงใหม่ เล่นเอาแทบอ้วก
ไหนจะอีแอร์เอเชียทำพิษตอนกลับอีก เพราะมันดีเลย์ฮ่ะ จากกลับตอน 4 ทุ่มเป็นเที่ยงคืนครึ่ง
อร๊ากกกกกกกกกกก กูจะฆ่าเมิงงงงงง
พอไปถึงเชียงใหม่ก็หมดแรงข้าวต้ม ขี้เกียจไปเที่ยวและ ของก็เยอะ เลยหน้าด้านให้วีร์โทรหาญาติที่ทำทัวร์ในเชียงใหม่อ่ะค่ะ
พี่เค้าก็เลยสงเคราะห์พวกเรา โดยให้บัตรทานขันโตกที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ดูล้านนาม๊ากกกกกก

เคยเห็นพ่อถ่ายรูปกลับมาด้วย พี่ที่ให้บัตรก็เตือนว่า เวลาเห็นคนชุดชาวเขามา บอกว่า ไม่ถ่ายรูปนะ
ไม่งั้นจะต้องเสียเงินค่ารูปอีก แต่ถ้าคุณต้องการถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกก็ได้ค่ะ ไม่ขัดศรัทธา แต่เราถนัดถ่ายกันเองมากกว่า

กินไปก็มีการแสดงพื้นเมืองเป็นระยะๆค่ะ อาหารเติมได้ตลอด แคบหมู น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล (เพิ่งรู้ว่าหน้าตายังงี้ อร่อยมาก) ไก่ทอด (ชิ้นใหญ่ดี) แต่เครื่องดื่มค่อนข้างแพงค่ะ น้ำขวดละ 30 ได้
หลังจากเราพยายามถ่วงเวลากินข้าว ก็ยังไม่ถึงเวลาขึ้นเครื่อง แต่ก็ต้องไปนั่งรอ นอนรอที่สนามบิน อนาถนัก
ตอนขากลับเครื่องที่เรานั่ง ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ จะอ้วกตลอดเวลา ที่นั่งก็ไม่สบาย กว่าจะกลับบ้านก็ตี 1 ทีเดียว
อย่างไรก็ดี ก็ถือว่า ทริปนี้ ผ่านไปได้ด้วยดี คราวหน้าจะไปไหนดีนะ
อย่าลืมไปงานไทยเที่ยวไทย พฤหัส-อาทิตย์นี้นะ
ถ้าอยากดูรูปใหญ่ๆ ชัดๆ ไปดูได้ที่ http://pompoko35.multiply.com/photos/album/41/Pompoko_trip_Pai_with_Me_and_Vee
ดูแล้วเม้นด้วยนะเฟ้ย
Thai Air Asia
โทร.02-515-9999
www.airasia.com
รับตั๋วก่อนเดินทาง 2 ชั่วโมง เคาน์เตอร์ปิดเช็คอิน 45 นาทีก่อนเดินทาง
ข้อมูลที่พัก
Aqua resort ราคาคืนละ 1000 ทุกเทศกาล ไม่จำกัดจำนวนคนที่พัก
www.aquaresortpai.com เบอร์โทรตามแผนที่ๆให้เด้อ ที่พักจะออกนอกเมืองปายมาหน่อย เงียบสงบ แต่ไม่ติดริมน้ำปายนะจ๊ะ
ที่พักทั่วไป
http://www.paitown.com/Thai/Resort/Resort.html
บ้านปายนา Tel.05-0377188 ราคาประมาณ 300 บาท
http://www.taluitamtawan.com/webboard/view.php?No=3027
หลับฝันดี เกสเฮ้าส์ Tel.081-883-5043 ประมาณ 300 บาท
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E4529924/E4529924.html
ปายลานนา Tel. 08-9691-3367 ราคาประมาณ 300-500 บาท
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E4669538/E4669538.html#28
แฟมิลี่ฮัท Tel.08-7172-7682, 08-9951-9693 ราคาประมาณ 100-400 บาท
http://www.taluitamtawan.com/webboard/view.php?No=570
Love Pai Home Tel.08-1817-3130 (พี่ต้อม) ราคา 900 บาท
www.lovepaihome.com
สิบสองพันนา Tel. 053-698-259 ราคาประมาณ 900-1,000 บาท
http://www.taluitamtawan.com/webboard/view.php?No=570
ณ ปาย รีสอร์ท Tel:02-361-4209,02-398-0458,07-015-3525 ราคา 900-1500 บาท
www.de-pai.com
รถตู้เปรมประชา
โทร. 053-304-748 (เชียงใหม่)
โทร.053-611-318 (แม่ฮ่องสอน)
มีรอบตั้งแต่ 6.30-16.30 น. ทุกวัน จองล่วงหน้าได้ 3 วัน รับตั๋วก่อนเดินทาง 1 ชั่วโมง
มินิบัสแบบเรานั่งมีรอบเดียวคือ 8.30 น. ราคา 150 บาท
แผนที่เมืองปาย
AYA ไม่ทราบเบอร์โทร.
ร้านเด่นเดือน ไม่ทราบเบอร์
แผนที่เมืองปาย
Credit: AYA service สแกนโดยคุณนังนู๋วา จากกระทู้ นี้


แบบมอไซค์

ค่าใช้จ่าย ต่อ 2 คน ในการไป 3 วัน 2 คืน
- เครื่องบิน Low cost ไปกลับ แต่มีค่าโง่เล็กน้อย 4,000
- ค่ารถตู้ ไป-กลับ จากเชียงใหม่ 150 x 2 ขา
- ค่ารถแท็กซี่จากสนามบินไปอาเขต 160 (แท็กซี่สนามบิน รถเก๋ง) +80 (สองแถว)
- ค่าที่พัก คืนละ 1000 x 2 คืน
- ค่ากินข้าวตกมื้อละ 100 x 5 มื้อ x 2 คน
- ค่าเช่ารถมอไซค์ 150 x 2 วัน
- ค่าของฝาก 300
สิริรวม บวกเอาเอง เจ๊เหนื่อย
แวะมา edit แล้วนะ