Korean WOW เจ้าแม่แห่งทริป ภูมิใจนำเสนอ
ทริปทุ่งทานตะวันนนนนนนนนนแดงสาดแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า มามะมามาฮ้านเก๊าไม้
(ชื่อยาวไปไหน)
อย่างที่รู้ๆกัน (ใครรู้?) ว่าช่วงธันวา-มกราเนี่ย จะเป็นช่วงที่ดอกทานตะวันบานได้ที่
ทางโคเรียนวาวก็ไม่พลาดเทศกาลดีๆ ที่จะได้ไปพักผ่อนสมองและถ่ายรูปเริ่ดๆมาอวดทุกคน
ไอ่กล้องน่ะ คอมแพคธรรมดา แต่คอมโพสเนี่ย ขอแรวงๆ
หลังจากนัดแนะกันเป็นอย่างดี นัดกันที่บ้านอีนุท (ชื่อในวงการ) ตอน 7 โมง
ห่า....กูเพิ่งไปแฮงก์กับเพื่อนสิงคโปรสลิงกลับมาตอนตีสอง นอนตอนตีสาม
ก็เลยเรื้อนไปถึงบ้านนุทตอน 8 โมง เอิ่ม แต่ด้วยความเรื้อนกว่าของตัวแม่ ก็เลยออกตอน 9 โมงพอดี
มีเกย์ 4 ชะนี 1 ตามสูตร จุดนี้ ได้ข่าวว่าข้างหลังนั่งเบียดมาก เพราะพี่อ้าย (สมาชิกใหม่) เพิ่งเพาะกล้ามปูมา ฮ่าๆๆๆ
Here is our Company
เราเลือกใช้เส้นทางพหลโยธิน (ลพบุรี-สระบุรี) แล้วตรงไปทางสระบุรีจะเร็วกว่า (น้านุทบอกมา)
แต่ด้วยความชำนาญ และรอบคอบ อีนุทผู้ที่ถูกโยนภาระให้เสาะหาเส้นทาง(แทนต้องแมน) ก็ได้จดมาว่า
"ไปตามถนนพหลโยธิน แล้วเข้าทางหลวง 3017 ไปทางอ.โคกตูม แถวๆวัดเวฬุวัน ก็จะเจอทุ่งทานตะวัน"
ไม่รู้มันไปหาจากเว็บไหน แต่ขอแนะนำว่า ถ้าไม่รู้ทางจริงๆ ก็ขับตรงไปเรื่อยๆ ตามป้ายที่เขียนว่าไป "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์"
แล้วจะเจอทางสว่างเอง ใกล้ๆเขื่อนจะมีทุ่งทานตะวันเยอะเว้ย (ในฐานะที่กูเคยไปมาแล้วหนนึง แต่อีจ่ยมีการด่ากูอีก แสดดดดด)
เด๋วนี้ ธุรกิจทุ่งทานตะวันเริ่มแพร่หลาย กลายเป็นสินค้าโอทอปของลพบุรีไปแล้ว ทั้งไร่คุณปู่ ไร่ณรงค์ฯ แต่เราเลือกไร่อีกที่นึง ใกล้ทางเข้าเขื่อน
เพราะเห็นว่ารถไม่เยอะ ดอกใหญ่พอสมควร แต่ในเว็บที่นุทดูมา เค้าบอกว่าให้ไปทางโคกตูม สี่แยกก่อนเลี้ยวขวาไปเขื่อน แต่ถ้าไปโคกตูมต้องเลี้ยวซ้าย (แต่เราไม่ไปกัน เลยไม่รู้ว่าที่นั่นจะสวยกว่ามั้ย)
จากปสก.ที่เคยไปมาเมื่อตอนปี 2 ตอนนั้นรู้สึกจะมีทุ่งทานตะวันใหญ่ๆแค่ 2 ที่เองมั้ง นอกนั้นก็คือ ปลูกไว้เพื่อการเกษตรจริงๆ ด้วย และถ่ายรูปเป็นกิจกรรมเสริม ไม่ได้ปลูกไว้เพื่อสำหรับถ่ายรูปแบบนี้
ดอกก็จะใหญ่มาก และความสูงเท่าหัว เวลาตะลุยไปถ่ายรูปจะได้อารมณ์ตะลุยทุ่งมากๆ แล้วดอกทานตะวันจะมีอายุของมัน ก็จะมีการปลูกผลัดกันเพื่อให้โตทันถ่ายรูป
อันไหนเหี่ยวก็จะฝังกลบ แล้วปลูกใหม่เรื่อยๆ เพื่อจะได้ไม่ขาดตอน นักท่องเที่ยวจะได้มาได้ตลอดไง อ่อ มีช้างขี่เดินชมทุ่งด้วยนะ ก็เป็นปสก.แปลกดี อาจจะได้เงินดีกว่าเอามาเดินตามถนนในกทม.นะ
ไร่ที่เราไป ดอกก็ไม่สูงเท่าไหร่ แถมไปตอนบ่าย ดอกมันก็คอตกอ้ะ....แง๊.....กูว่าแล้ว ดังนั้น ควรไปถึงก่อนเที่ยงจะดีกว่านะคะ
ไปถึงก็ถ่ายๆๆๆๆ ชอตที่ฮิตมาก ไม่ว่าจะถ่ายที่ไหนก็ตาม ทะเล ภูเขา หรือทุ่งทานตะวัน ก็คือ การกระโดด
และอีกชอตบังคับก็คือ เอาหน้าไปเทียบกับดอกทานตะวันวัดความใหญ่



จุดนี้ ขอแนะนำชอตที่น่าสนใจ ก็คือ ชอตตะลุยทุ่ง, ชอตเราจะเดินเคียงข้างกัน

แอบคล้ายโบร๊กแบ็ค


สีผมกู ก็แอบสวยนะนิ แต่ฮามากคือ อีจ่ยแย่งซีนด้านหลัง
นางเอกของทริป คือ Ixus ของพรหล้าเองค่ะ.....สีสวยสด ถ่ายง่าย ได้อารมณ์
โอลิมปุสอีจ่ย พลาด ส่วนหนอนของพี่อ้าย ยังไม่ได้ศึกษามากนัก แต่คิดว่าน่าจะสวยเช่นกัน
แถมด้วยคอลเลคชั่น Fall-Winter จากเสื้อผ้า Abercombie & Fitch และ Hybrid โดยนายแบบสั่งตรงจากออสเตรเลียทั้งสองคน
รูปนี้ Gay ได้อีก

ยกพลขึ้นบก

กูดูหน้าโบราณมาก


คอนเซ้ปท์เดียวกับ Hybrid ของอีจ่ย
เอิ่มกู.......ลืมใส่รองเท้าส้นสูง
หลังจากถ่ายรูปกันจนเบื่อ และคนเริ่มเยอะแล้ว เราก็เดินทางไปเขื่อนกัน (จริงๆ กล้อง Ixus ของพรหล้าแบตหมด)
ปรากฎว่าพอไปแวะที่เขื่อนฯ มีดอกทานตะวันปลูกประดับริมทาง ดอกใหญ่ม๊ากกกกกกกกก ดอกสูงม๊ากกก แต่มีแค่ 10 กว่าต้นเองอ่ะนะ จะถ่ายแบบเป็นทุ่งๆ
พอไปที่เขื่อน ก็รู้สึกชิวมากอะ น้ำที่เขื่อนสูงมาก มีคนมาตั้งเต็นท์และมาพักผ่อนเยอะเลย มีบริการเช่าจักรยาน ชั่วโมงละ 30 คืนละ 80 บาท มีรถม้าให้นั่งชมวิวด้วยน้าาา ชอบดูม้าอ่ะ เราว่ามันน่ารักดี
เสียด๊ายยยยยยยย แบตกล้องกูหมด ฮือๆๆๆ ทำไมแบตเรามันใช้แป๊ปเดียวเองวะ ว่าจะซื้อแบตสำรองก่อนไปแหละ แต่ก็ไม่มีเวลา
จริงๆ เอากล้องฟิล์มไปด้วย แต่ไปถึงทุ่งแล้วเรื้อน ขี้เกียจถ่ายซะงั้น เซ็ง.....เสียค่าฟิล์มที่แวะซื้อไปตั้ง 130 บาทแน่ะ เกินงบๆๆ
พอชิวจากเขื่อน นั่งชมวิวกัน ก็เริ่มเดินทางกลับและซื้อของฝาก (แต่จริงๆ ควรไปถ่ายรูปที่บริเวณทางรถไฟก่อนกลับนะ จะได้ครบสูตร แต่ตัวแม่เหนื่อยแล้ว)
มีไกด์เฉพาะกิจ (อีกแล้ว) ที่เคยแนะนำร้านผัดไทยนครนายกรสเด็ดที่เราประทับใจมาแล้วในทริปโรงเกลือ คราวนี้เป็นอีกจังหวัดใกล้กัน คือ สระบุรี ชีแนะนำร้าน "ครัวคนเห็น"
เออนะ...เข้าใจตั้งชื่อว่ะ ครัวคนเห็น หรือ กลัวคนเห็นวะ
ก็ขับจากเขื่อนแล้วไปทางสระบุรีเข้าเขตเทศบาลเลย แล้วพอข้ามทางรถไฟก็แวะซื้อของดีสระบุรี กะหรี่พั๊ฟฝากคนที่บ้านด้วย มีทั้งคุณเจี๊ยบ คุณจุ๋ม คุณจิ๋ม คุณต้อย คุณอร คุณเรณู คุณหริ ฯลฯ
เลือกชิมก่อนช้อป จะได้ตัดสินใจไม่พลาด อีจ่ยมีข้อเสนอแนะในการเลือกร้านคือ ร้านไหนเอาตะกร้ามาใส่โชว์หน้าร้าน แปลว่า ขายดี อร่อย
เด๋วนี้มีการพัฒนาออกมาหลายไส้ ทั้งไส้ช็อกโกเลต, สตรอเบอรี่, สับปะรด, ลูกเกด แต่ที่เด็ดสุด คือ ไส้องุ่น เพราะเด๋วนี้สระบุรีเค้ามีไร่องุ่นจ้าาาา น้ำองุ่นสดๆก็มีขายด้วยนะ ไส้องุ่นขายดีมาก ไปถึงตอนค่ำอาจหมดแล้ว
ชิ้นละ 5 บาท เท่ากันหมด แต่ของคุณเจี๊ยบจะดูลูกเล็กกว่าร้านอื่นเล็กน้อย
ตอนแรกไม่รู้ว่าร้านครัวคนเห็นอยู่ไหน ก็เลยถามคัมปะนีมอไซที่ติดไฟแดงด้วยกันว่า "แถวนี้ มีร้านอะไรอร่อยคะพี่" เค้าก็ตอบทันที "ร้านครัวคนเห็นไง เนี่ยอยู่ใกล้สะพานเนี่ย"
พวกเราในรถก็ โอ้วววว แปลว่า ดังจริงๆนะเนี่ย
พอไปถึง ก็นั่งกันเสร็จสรรพ จุดเด่นของที่นี่ เราว่าเป็นเรื่องของการบริการ และเสียงอาเฮียว่ะ แม่งโปรเจคเสียงสั่งการได้ใจมาก แถมมีการเช็ดกระจกรถให้ด้วย
แต่เรื่องอาหารนี่ เอิ่ม....ไหนบอกว่า หอยจ๊ออร่อยไง ร้านเจ๊โอวสวนหลวงยังอร่อยกว่าอ้ะ......กุ้งคนเห็น ไหนบอกว่า อาหารขึ้นชื่อไง....ทำไมเด๋วสด เด๋วไม่สดเป็นบางตัว
แต่ปลาหมึกผัดไข่นี่....ไข่ไม่สดได้อีก ที่พอให้อภัยก็เป็นปูผัดผงกะหรี่นะ พอแหลกล่าย เรื่องของข้าวเปล่า จะไม่ค่อยเป็นเม็ด อีจ่ยไม่ปลื้ม
แม่งสรุปเสียไปคนละ 151 แม่ง....เสียดายตังค์
แต่ที่เล่ามานั้น ไฮไลท์ของวันอยู่ที่ตอนก่อนหน้าที่จะไปถึงทุ่งทานตะวัน พี่ฝนกูรูประจำทริปขอนำเสนอร้านอาหารในสระบุรีร้านนึง ที่พี่เค้าเคยมากินแล้วประทับใจ ชื่อ ร้านเก๊าไม้ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ร้านรากไม้ (ตอนแรกแปลผิดเจ้า......)
พี่ฝนบอกว่า เป็นอาหารเหนือ อยู่ในหมู่บ้านยวน (เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ไม่ใช่ญวน แบบที่อยู่เวียดนาม แต่เป็นยวน ที่แผลงมาจาก โยนก)
ไอ่เราก็คิดว่า เวนกำ กูไม่ค่อยชอบกินอาหารเหนือเท่าไหร่ มันจะอร่อยจริงเหรอวะ
แม่งที่สำคัญ หายากสัดๆๆๆๆ มีคีย์เวิร์ดแค่ว่า อยู่ใน"ตำบลเสาไห้" "ติดริมน้ำ" "ในหมู่บ้านยวน" แค่เนี้ย
ขับจนหลงอ่ะ อีจ่ยถามคัมปะนีตลอดทาง จากสโลแกน "นกยอมรับแต่นกไม่ยอมแพ้" ก็เริ่มโมโหหิวกลายเป็น "นกยอมรับ แต่นกไม่ยอมหลง" และกลายเป็น "ไม่รู้ ไม่จำ ไม่สน" ในที่สุด เมื่อชีจำชื่อร้านไม่ได้ซักที
อีจ่ยถามพี่คนนึงว่า "พี่ครับ หมู่บ้านยวนอยู่ไหน" พี่เค้าก็ไม่รู้ (เอิ่ม เค้ากำลังก่อสร้างทางอ่ะ)
ความอดทนเริ่มหมดลง เมื่ออีจ่ยถามพี่เค้าว่า "พี่รู้มั้ยว่า แม่น้ำอยู่ไหน" โอ้วววววว นี่คือ โคว้ตออฟเดอะเดย์ หลังจากทริปที่แล้วเรามีประโยคเด็ดคือ "พี่คะ หนูจะกลับกรุงเทพ"
แต่สุดท้าย ปริศนาได้ไขกระจ่าง เมื่อมีคีย์เวิร์ดเพิ่มคือ "อยู่ในซอยวัดเขาแก้ว" กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุด เราก็ได้คัมปะนีแถวนั้นที่บอกทางได้
เส้นทางจากถนนใหญ่ก็ลึกลับซับซ้อนอยู่พอสมควร ลูกทัวร์ถึงกับรำพึง "ถ้าไม่อร่อยนะมึ๊งงงงง...."
ภาพแรกเมื่อถึงร้าน เจื่อนได้อีก
แต่ด้วยบรรยากาศร้าน และอาหาร ก็ทำให้จากที่เราติดลบ เพราะความหลง ก็ให้คะแนนบวกสิบ กับอาหารและขนมในร้านนี้
ดูเมนูเลยดีกว่า มีสเต็กกับอาหารพื้นบ้านชาวยวน
น้ำมะพร้าวผสมสีดอกอัญชัน

อาหารคาว ถ่ายไม่ทัน แร้งลงซะก่อน เราสั่งแต่อาหารพื้นเมืองหมดเลย นั่นคือ ลาบคั่วหมู, ส้มตำไข่เค็ม (อันนี้อร่อยอันดับ 1), ต้มแซ่บรวมมิตร, และหมูนุ่งซิ่น (อร่อยอันดับ 2 เป็นหมูสับปรุงรสแล้วห่อด้วยใบกะหล่ำแล้วต้มในน้ำซุป)
ขนมกง เจ้าของร้านให้ทานฟรี เป็นถั่วหรือมันทอดกรอบอ่ะ หวานๆ ถูกใจชาวเกย์มาก แต่เดี๊ยนเฉยๆ อร่อยพอใช้

แต่ที่เด็ดก็คือ ของหวานฮ่ะ มีอยู่ 3 เมนู พวกเราก็ลองสั่งดู เพราะประทับใจอาหารคาว ประกอบด้วย ไข่หวานน้ำขิง, กล้วยทอดไอติม, บลูเบอรี่ชีสเค้ก

ไข่หวานน้ำขิง จะคล้ายๆบัวลอยไข่หวานอ่ะ จะเอาไข่มาตอกใส่น้ำขิง ไม่ใช่น้ำขิงแบบกินเต้าฮวยนะ แต่เป็นน้ำขิงหวานๆแบบจินเจน มีขิงลอยด้วย

ไอติมกล้วยทอด เมนูนี้ หากินได้ตามบางกอกทั่วไป แต่ที่นี่เด็ดตรงที่กล้วยเค้าโคตรรรรรรรรกรอบ กรอบนอกนุ่มใน อร๊ายยยยย ยิ่งกินคู่กับไอติมวานิลลาเย็นๆนะ อร่อยมั่กๆ
จานแรกยังไม่เท่าไหร่ แต่จานที่สองนี่ แร้งลงเร็วมาก
ส่วนบลูเบอรี่ชีสเค้กก็ธรรมดาๆ บางที่อร่อยกว่าอ่ะ
ของหวานราคาเท่ากันหมด 35 บาทค่ะ รวมค่าเสียหายในมื้อนั้นตกคนละ 134 บาทเท่านั้น.....เย่ๆๆๆ อิ่มม๊ากกก
ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปกันจนคุ้มเช่นเคย
หลังจากนั้นก็แวะชมพิพิธภัณฑ์ชาวโยนกที่อาศัยอยู่ที่สระบุรีเล็กน้อย เป็นลักษณะของบ้านทรงไทยริมน้ำอ่ะ ดูวิถีชีวิต นั่งชิวๆ ริมน้ำก็ได้บรรยากาศดี
แวะถ่ายรูปซะหน่อย กู...แรวง ไม่เคยใส่ชุดนี้เลย เพราะว่าซื้อมาแล้วทุกคนส่ายหัว ไม่อยากให้ใส่ เพราะมันดูแก่ เหมือนคนท้อง เหมือนหางเครื่อง
แต่กูจะใส่อ่ะ สีมันสดดี แล้วก็ใส่จริงๆก็เดินสบายดี ไม่รัดหน้าท้อง มิน่าถึงบอกว่าเหมือนคนท้อง ฮ่าๆๆๆ
จริงๆ เตรียมพร็อพพวกรองเท้าส้นสูง และ accessories มาด้วย แต่จุดนั้น เหนื่อยมาก ใส่ไม่ไหวแล้ว
ได้รูปแนว (ทำร้าย) ธรรมชาติมาอีก ฝีมือการถ่ายโดยอีจ่ย ด้วยกล้อง Ixus ของกูเอง ออกแนวนิตยสาร In มีแสงแดดเลียไรผมเล็กน้อย

ข้อแนะนำสำหรับการมาถ่ายรูปในทุ่งทานตะวัน
1. เลือกเสื้อผ้าสีสดๆ ลายเพลนๆ เลือกสีตัดกับดอก(สีเหลือง) และสีฟ้า ก็จะดี อีจ่ยช่างภาพแนะนำให้ใส่สีชมพูสด จะเริ่ดมาก
2. เตรียมอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดด้วย เช่น ร่ม หรือหมวกเท่ๆ อาจใช้เป็นพร็อพได้ ถ้าเป็นชะนี แนะนำให้ทากันแดดและรองพื้นมาให้เรียบร้อย แต่งหน้ามาให้พร้อม
3. คิดคอนเซปท์การถ่ายมาก่อน หรืออาจดูภาพของชาวบ้านคนอื่นๆที่เค้าไปมาเป็นแนวทางก็ได้
4. เตรียมอุปกรณ์การถ่ายรูปมาให้พร้อม เช็คสภาพกล้อง และศึกษาเทคนิคที่จะใช้ถ่าย เช่น ชาร์ตแบตให้เต็ม, เตรียมการ์ดสำรอง, ซื้อฟิล์มให้พอ, ขาตั้งกล้องก็ควรเอาไป ถ้าไม่มีคัมปะนีช่วยถ่าย
5. นอนเยอะๆ หน้าตาจะได้สดใส
รูปอื่นๆอีกสองล้านกว่าเมก ไปดูที่มัลฮ่ะ
แล้วเจอกันทริปหน้าเน้อ
ป.ล. เพิ่มเบอร์ติดต่อเก๊าไม้ฮ่ะ 086-011-4161, 085-127-2125 คุณเจี๊ยบเจ้าของร้านฮ่ะ
ตอนนี้ มีสาขาสองขายแต่สเต็กที่ข้างโรงพยาบาลสระบุรีด้วยแฮะ
ให้แหละกันคะ