เมื่อก่อน เคยคิดว่า เอาวะ กูจะโม(ดิฟาย)ตัวเองให้เป็น"ผู้หญิงมีดั้ง"ให้ได้
แบบว่าคิดแผนกับแม่เสร็จสรรพ หาข้อมูลซะเยอะ รอแต่เงินนี่แหละ
ประมาณว่าตอนนั้นทำงานอยู่ ก็กะจะลาออกให้เรียบร้อยแล้วหาเรื่องเรียนต่อ (นี่ก็ทำแผนมาได้ครึ่งทางแล้วนิ)
พอใกล้จบ ก่อนรับปริญญานี่แหละ กูจะไปเสริมโหนก เอ๊ย ดั้ง
แบบว่า น้อยใจวาสนา ทำไมกูไม่เคยได้งานใช้หน้าตาทำเลยวะ เอิ่ม ล้อเล่น
จริงๆคือ อยากให้ตัวเองมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นน่ะแหละ กอปรกับไร้แฟน ไม่มีชายใดเหลียวหลังมามอง ฮือๆๆๆ เศร้าเนอะ
ตั้งแต่เกิดมาเด็กๆ แม่ก็ลืมเอานิ้วคีบดั้งตอนอาบน้ำ (นั่นโทษแม่ไปเลย)
แถมพ่อกับแม่ก็มีดั้งอยู่ประมาณนึง ดีนะ พ่อกับแม่ยังมีดีที่ฟัน .....(ฟันสวยมากอ่ะ)
แล้วเด็กๆก็ใช้วิธีบ้านๆ แบบว่า เอากิ๊บหนีบผ้ามาหนีบดั้ง (อย่าบอกนะ ว่าคนดั้งหักไม่เคยทำอ่ะ ยอมรับมาซะดีๆ)
แถมข้าวเหนียวที่เค้าว่ากันว่าเป็น สารละลายดั้ง กูก็กระแดะไม่กินซะงั้น แบบว่าลูกคนอีสานนะ แต่ไม่กินข้าวเหนียวค่า....
แต่แล้ว ช่วงดั้งเริ่มขึ้น (กูคิดเอง) ก็เอาจมูกไปรับล้อจักรยานเด็กแถวบ้านซะงั้น จมูกเลยบวมไปข้างนึงเลย
แม่ถาม ก็โกหกว่า ลูกบอลเด้งใส่ (มั้ง) จำไม่ได้แล้วว่า โกหกว่าไร เพราะตอนหลังแม่จับได้ว่า ไปโดนล้อจักรยานนี่เอง
ยัง ยังไม่พอ ดั้งน้อยๆของชั้นก็ต้องโดนลูกบาสพุ่งใส่หน้าเป็นประจำ (เพราะตอนนั้นอยากเป็นนางงามตัวสูงๆ เลยไปเล่นบาส แม่งได้แต่ล่ำ)
แล้วโตมาก็รู้เรื่องโหงวเฮ้งนิดนึง เค้าบอกว่า จมูกคือตำแหน่งที่บอกถึงฐานะการเงินว่าจะมีชีวิตการเงินอย่างไรนั่นเอง ถ้าจมูกโตหน่อย แปลว่า คุณน่ะ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเงินมากนัก (ใครอยากรู้เพิ่ม ลองไปหาอ่านเอานะ)
ผลที่ได้จากมรสุมชีวิตดั้ง ก็เลยได้แค่เนี้ยแหละ ถึงslopeจะน้อยไปหน่อย แต่เราชอบslopeนี้นะ ถ้าจะเสริม ก็อยากได้slopeเท่านี้แหละ แต่ยกขึ้นมาหน่อย
ไม่อยากได้เป็นแท่งๆอ่ะ ดูเป็นนักร้องคาเฟ่ไปหน่อย แต่มีบางคนเค้าบอกว่าอย่าเสริมเลยอ่ะ
เราก็แบบ........อืมๆ ตอนนี้เราล้มเลิกไปแล้ว เพราะอีตานั่นบอกว่า เอาเงินเสริมจมูกไปเสริมก้นดีกว่า
ฮ่วย.......
ก็เราเป็นคนไม่มีเนื้อก้นเลย เวลาเด็กๆไม่เคยมีคนยอมให้นั่งตักเลย กระซิกๆ
เพราะกูก้นแหลมนั่นเอง ใครได้ลองล่ะก็ ไม่เคยได้นั่งตักใครอีกเลย
โตมา ใส่กางเกงยีนส์เนี่ย ช่วงเอว สะโพก ก็พอดีอยู่หรอก แต่ตรงตูดเนี่ย เอาลูกบอลไปยัดแทนได้เลย
ที่ปัจจุบันมีให้เห็นนี่ แปลว่า กูอ้วนขึ้น ไขมันไปพอกซะ
พอลดความอ้วนนี่รู้เลยว่า ที่กูมีสะโพกเนี่ย (หมายถึงส่วนที่ต่างจากเอวอ่ะนะ) คือ การที่กูอ้วน แตกลายงาเป็นริ้วๆเล้ยยยยย
เห็นช่วงนึง ลือว่าทาทาไปตัดกรามมา กูก็อยากตัด แต่ไปตัดโหนกแทนนะ .....กูเชื่อ........ว่าหมอทำได้
แต่......
กูไม่ทำว่ะ กูกลัว .......
เอาล่ะ พล่ามมาซะยาว จะมาเล่าว่า ช่วงนี้รายการเมืองนอก มีแต่รายการศัลยกรรมความงามแบบปลอมๆ หรือแปลงโฉมจากหลังตีนเป็นหน้ามือได้เลย
เราเหรอ......ตอนนี้ปิดเทอม (ปกติ กูก็ดูอยู่แล้ว อย่ามาอ้าง...) ก็เลยดูมากขึ้นไปอีก
ทั้ง The Swan รายการประกวดความงามที่มาจากการศัลยกรรมล้วนๆ เอากามาทำเป็นหงส์นั่นแหละ แล้วเอามาประกวดนางงาม"ปลอมๆ"กัน
Extreme Makeover รายการนี้ แปลงโฉมสำหรับทุกคนที่มีปัญหาทางจิตใจว่าตัวเองไม่เป็นคนที่ต้องการ เช่น โดนแฟนทิ้ง เพราะผมปากเบี้ยว, ชั้นโดนฟ้องหย่า เพราะสามีไปมีเมียใหม่ที่สวยกว่าชั้นไรเงี้ย
Plastic Surgery : Before and After รายการนี้ จะเน้นเฉพาะเคสที่แปลกๆ และเป็นปัญหากับชีวิตประจำวัน บางคนหน้าอกไม่เท่ากันอย่างแรง ซึ่งปกติหน้าอกผู้หญิงจะไม่เท่ากันตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่นี่ ไม่เท่ากันแบบ ข้างนึงโดนผึ้งต่อย ข้างนึง ชามก๋วยเตี๋ยวอ่ะ อันนั้นก็น่าสงสารอยู่
อีกคนก็พวกลดน้ำหนักอย่างรุนแรง เนื้อย้วยเอามาทำสเต็กได้เลย แบบว่าเอามาพาดบ่าได้เลยอ่ะ ก็จะมีการ Nip and Tuck (ซึ่งคุณพี่ bick บอกว่ารากศัพท์คือ การเหน็บและสอด ประมาณนั้น) ก็คือ อาการใกล้ๆกัน -- พอดีไม่ได้ถ่ายมา
เค้าจะตัดเนื้อที่หย่อนนั้น แล้วเย็บปิดตามแนวกางเกงใน แล้วก็เอาสะดือมาแปะให้สวยงาม
หรือ การดูดไขมันตามส่วนต่างๆ ซึ่งอันนี้ น่าจะคุ้นกันอยู่แล้ว
แต่กรณีแรกที่จะเอามาให้ดูก็คือ การลดขนาดหน้าอก .....
มีแต่เค้าอยากจะเพิ่มกัน ป้าคนนี้มาลดทำไมนะ ก็ลองดูหน้าอกป้าซะก่อนดิ ขนาด 38 นิ้ว คัพทริปเปิ้ลไอ รอบอกวัดได้ 72 นิ้ว
(ขออธิบายผู้ไม่รู้เรื่องขนาดของหน้าอกผู้หญิง คือ เค้าจะวัดเป็นรอบอกอย่างที่เราพูดว่า 32-24-36 นั่นแหละ คือ ผู้หญิงคนนั้นมีรอบอก 32 นิ้ว แต่คัพ คือ ขนาดของหน้าอก
ใช้การวัดรอบอกแล้วลบกับขนาดรอบใต้อกหรือรอบลำตัวนั่นเอง ถ้าผู้หญิงหน้าอก 36 ไม่ได้แปลว่าหน้าอกใหญ่นะ ต้องดูที่คัพจ้ะ คัพเนี่ยจะเรียงตั้งแต่ A-...Z เลยก็ได้ เรียนรู้ขนาดบราที่นี่
แต่สำหรับหญิงไทย คัพซีนี่ก็เป็นเซ็กซ์บอมบ์ได้แล้ว ส่วนฝรั่งเนี่ย เค้าสำรวจมาว่าผู้หญิงเมกาคัพมาตรฐานคือ 34Bค่ะ เค้าจะมีมาตรวัดแบบ double A คือใหญ่กว่า A แต่ไม่ถึง บี หรือ ทริปเปิ้ลก็แปลว่า โคตรใหญ่ อีกนิดเดียวก็เปลี่ยนคัพแล้ว
ซึ่งแต่ละคัพจะแตกต่างกันประมาณ 5 ซ.ม.ค่ะ อยากรู้เรื่องหน้าอกมากขึ้น คลิกที่นี่ )
แต่ผัวป้าก็ยังรักนะ เค้าบอกว่า เมื่อก่อนป้าแกก็บะละเฮิ่มมาตั้งแต่สาวๆแล้ว รูปเค้าสาวๆสวยมาก (แต่ถ่ายไม่ทัน) ทีนี้พอมีลูกอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่ ใหญ่กว่าเดิม (ขอคอนเฟิร์มว่ามีลูกแล้ว โนจะตม มั่กๆ)
แต่ก็ให้อภัย ป้าแกเหอะนะ ก็ลูกชายแกหล่อนิ ฮี่ๆๆๆๆๆ
ป้าแกเลย ผ่าตัดกับหมอฮ่ะ.......แบบว่ายิ่งกว่านมวัวอะ พี่น้องคะ
หลังผ่า ก็เป็นเช่นนี้แล ก็ถือว่าใหญ่อยู่นะ แต่ก็ปกติกว่าเมื่อก่อนอ่ะ
ป้าแกดีใจมาก แกฝันจะทำศัลยกรรมนี้มานานแล้ว แต่ว่ากลัวสามีไม่ยอม ใจจริงเป็นปมด้อยของแกเลย เวลาเดินไปเจอใคร เค้าก็จะมองแล้วพูดว่า นั่นไง ยัย....กับคู่แฝดของเธอ 
มาอีกกรณีนึง ที่เดี๊ยนสนใจเรื่องนี้มานานมาก ไม่คิดว่าจะมีคนบ้าทำจริงๆ คือ เสริมก้น นั่นเอง
ปั่ม ป๊าม.........เธอพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา และหน้าอก ไม่เชื่อดู สวยออกเนอะ
แต่โถๆ คนสวยใครว่าจะสวยทุกส่วนล่ะคะ ไม่งั้นจะมีคำว่า Nobody's perfect หรือจ๊ะ?
เธอเป็นปมด้อยมากว่า ไฉนพระเจ้าประทานหน้าตา และหน้าอกมาให้แล้ว ไม่ประทานก้นมาให้ด้วย (ชอบสีผมเธอจัง)
เธอก็เลยไปปรึกษาแพทย์ว่า หนูอยากศัลยกรรมเสริมก้นค่ะ เวลาใส่บิกินี่ จะได้ไม่ต้องมีแผ่นเสริมก้นโผล่และไม่ต้องคอยระวังมันหล่นออกมาด้วยเวลาเดิน (คือ บิกินี่ มันจะไปจุกตรงร่องก้นน่ะค่ะ)
สิ่งที่เธอจับนี้ คือ แผ่นซิลิโคนสำหรับเสริมก้นค่ะ ซึ่งจะแข็งกว่าซิลิโคนที่เสริมหน้าอก เพราะต้องใช้รองรับน้ำหนักทั้งตัวเวลานั่งใช่มะ
แล้วการทำศัลยกรรมก็คือ จะสอดแผ่นนี้ ไว้ใต้กล้ามเนื้อก้นค่ะ ซึ่งการทำมันยากมาก เพราะเนื้อก้นคือ กล้ามเนื้อล้วนๆไม่เหมือนกับเสริมหน้าอก เพราะในหน้าอก ส่วนใหญ่คือ ไขมัน จึงเสริมง่าย
แถมทำมาแล้ว ระยะพักฟื้นก็นานกว่าด้วย เสริมหน้าอก จะพักประมาณอาทิตย์กว่าๆ จะหายสนิทตอน 1 เดือนค่ะ
แต่เสริมก้นเนี่ย ต้องไม่ให้ก้นสัมผัสกับอะไรเลย ก็คือ ห้ามนั่งนั่นเอง อย่างน้อย 3 อาทิตย์ โอ้วววว.......เลือกเอา จะยืนหรือนอนคว่ำ?
แต่เธอก็ยอมค่ะ แล้วก็พอใจมากๆด้วยว่าในที่สุด เธอก็เซ็กซี่ได้สมใจ มีทั้งนม ทั้งตูดฮ่าๆๆ
เรื่องศัลยกรรมสมัยนี้ เราว่าเป็นเรื่องธรรมดานะ แต่ก่อนทำต้องศึกษาข้อมูล ผลดี ผลเสียในระยะสั้นและระยะยาวด้วย
แล้วก็บางครั้งอาจเกิดการต่อต้านสารแปลกปลอม จะเน่าเอาง่ายๆนะจ๊ะสาวๆ
ถ้าจะทำก็ลองหาหมอที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง อย่างชอบจมูกแบบไหน หมอเค้าจะถนัดรูปทรงหรือวิธีที่แตกต่างกันนะคะ
วันหลัง ถ้าถ่ายรูปทัน หรือมีเกร็ดศัลยกรรมอะไรอีกจะมาเล่าให้ฟังค่ะ
อ่อ ค่าทำน่ะเหรอ คิดจาก US Dollarแล้วตีเป็นเงินไทย ก็ไม่ต่ำกว่าเคสละ 400,000 ค่ะ
ดูอีกทีนะคะ 4 แสนค่ะ บางเคสก็เป็นล้านบาทค่ะ
นอกจากอยากสวยก็ต้องทนเจ็บ
อยากสวยก็ต้องรวยด้วยค่ะ
เดี๋ยวเสริม เดี๋ยวลด