2005/May/18

มนุษย์ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ จึงทำให้มนุษย์มีคำๆนึงมานิยามความสัมพันธ์นั้นว่า "ความเป็นเพื่อน"

เพื่อนในความคิดของบางคนก็คือ คนที่เรียนมาด้วยกัน,ชอบอะไรคล้ายๆกัน, ให้คำปรึกษา,ดูแลห่วงใยกัน ฯลฯ
แต่....เพื่อนมันมีหลายประเภท เชื่อว่าหลายคนมีบรรทัดฐานของการแบ่งชนชั้นของเพื่อนกันทั้งนั้น

เราเองให้ความสำคัญกับเพื่อนมากเหมือนกัน...อาจเพราะในครอบครัว เราเป็นลูกคนเดียว
ความสนุกสนานจึงเกิดกับการอยู่ร่วมกับเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ซะอีก

เราเคยโดนเพื่อนบอยคอตมาหลายครั้ง......บางครั้งรู้ตัว รู้สึกผิดและเสียใจ แต่บางครั้งคนบางคนก็ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะคบต่อ

ตอนเด็กๆสมัยป.6 ก็เคยถูกเพื่อนสนิท(ในตอนนั้น)โกรธ เพราะว่าได้สอบได้คะแนนมากกว่าและปากไม่ดีไปบ้าง
เราเสียใจมากมาย....แทบไม่อยากไปเรียนเลย ทั้งๆที่ทุกเช้าอยากจะตื่นไปโรงเรียนเพราะจะได้เจอเพื่อน (ตอนนี้รึ?.....หึหึ ลากให้ไปยังไม่อยากเลย)
แต่ก็ต้องไปเรียน.....เพราะเราต้องแยกให้ออก ระหว่างเรียนและเพื่อน ไม่เกี่ยวกัน
และจะให้แม่รู้ไม่ได้ -- ฟอร์มจัด
ตอนกินข้าวกลางวันก็ต้องระเห็ดไปนั่งกับเพื่อนกลุ่มอิมๆแทน เค้าก็ดี๊ดีนะ....แต่เค้าพูดไม่เก่งอ่ะ...ก็ดีและ พูดมากก็มากเรื่อง จริงแมะ?
เราก็โคตรเก็บกดเลย เรานั่งร้องไห้คนเดียวบ้าง เขียนด่าลงกระดาษบ้าง กะจะทำเลียนแบบเอ็มวีตอนแฟนเลิกกัน แต่เสือกโง่ ไม่คิดว่าเค้าจะกลับมาอ่าน...ก็เลยโกรธต่อ
เป็นการกระทำที่โคตรเด็กอ่ะ.....สมัยนั้นชั้นคิดได้แล้วนะ ว่าแม่ง....เด็กจังเลยพวกนี้ มีคนโกรธกูคนเดียว แต่อีพวกขี้ข้าพลอยก็มาโกรธกูตามด้วย ถามจริงมีสมองมั้ยพวกนี้?
ตอนที่เราโกรธกันอ่ะ.....มันใกล้ช่วงสอบปลายภาคจะสอบม.1ด้วย โรงเรียนเรามีถึงแค่ป.6 ก็เลยต้องไปสอบกันที่อื่น
เราไปสอบที่นึง เค้าไม่สอบเพราะใช้โควต้าบ้านใกล้เข้าเลย แต่สุดท้ายดวงมันซวยเลยทำให้เราสองคนต้องเจอกันอีก
ที่โรงเรียนนี้ เรามักจะคิดแบบคนอีโก้สูงว่า "ชั้นอยู่เหนือเธอ" ด้วยยังใจยังแค้นอยู่ เพราะเราอยู่ห้องคิง เป็นนักเรียนที่คัดมา 100 คน จากโรงเรียนที่เราสอบไม่ติด--- เหมือนเอนท์เลยเนอะ
เค้าส่งจ.ม. หรือเราส่งจ.ม.ไปหว่า? ว่าขอโทษ แล้วหลังจากนั้นเราก็หายกัน....เดินสวนกันก็มองกันเฉยๆแต่ไม่ได้สนิทเท่าเดิมแล้ว....ความรู้สึกดีๆมันหมดไปนานแล้ว

มาถึงม.ต้น ก็ยังไม่วาย.....อาจเพราะความปากหมา และหน้าตาวีนๆของเรา ก็ทำให้คนเข้าใจผิดกันได้เยอะทีเดียว
แถมตอนนั้นยังทำตัวป๋าอีก เพื่อนหลายคนก็ไม่ค่อยชอบเราหรอก แต่สุดท้ายก็ยังคบกันมาถึงตอนนี้นะ
อาจเพราะเราโตขึ้นกันเยอะแล้วล่ะ......เรื่องสมัยนั้นก็เด็กๆอ่ะนะ

ม.ปลาย เป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกันจริงๆ ไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเรา เหมือนจะสนิทแต่ก็มีอะไรบางอย่างกั้นเอาไว้
สุดท้ายได้เพื่อนสนิทมาคนเดียว คือ แคนดี้....มาสนิทเอาตอนท้าย อ่อ มีอีกคนชื่อ อีดิน อีนี่ก็แปลกๆ เหมือนเป็นเพื่อนสนิท แต่ออกแนวน่ารำคาญและเห็นแก่ตัวพอสมควร
ก็เลยแบ่งเส้นเอาไว้แค่เป็นเพื่อนกลับบ้าน

มาปี 1 ที่ลาดกระบัง.....อันนี้มันส์สุด หลายคนยังไม่รู้เราเอนท์ติดม.5 ได้คณะวิทยาคอม ลาดกระบัง
ด้วยความที่เป็นลาดกระบัง.....นักศึกษาหญิงก็น้อย แถมคนสวยๆก็ดันอยู่ไอดีใกล้ๆเราด้วย
ไปๆมาๆ ไปอยู่กลุ่มนี้ได้ไงไม่รู้ เป็นผู้หญิงกลุ่มใหญ่ประมาณ 12-13 คนเลยล่ะ
ไอ่เราก็เรื่อยๆ ชิวๆ เล่นบาสไปตามเรื่อง เพราะไม่ได้คิดว่าจะจิงจังกับคณะนี้อยู่แล้ว เรากะจะเอนท์ใหม่
ตอนแรกๆก็ดีอยู่ร๊อกกก หลังๆนี่ เอ๊ะ ทำไมมันทำไรไม่เคยบอกเราเลยวะ?
หรือว่าเราตกข่าวเอง.....เอ๊ะ...ทำไมมันไมคุยกับเราวะ? เวลาทำงานกลุ่มก็ไม่เอาเราเข้าไปด้วย
เราก็เริ่มเอะใจ......ถามเพื่อนในกลุ่ม มันก็ไม่ยอมบอก....เราก็ "เออ......พวกมึงกำลังบอยคอตกูใช่มั้ย? ก็ได้ ไม่ง้อหรอก อีพวกนี้"
ตอนหลัง มีนุชเข้ามาปลอบเรา เป็นคนเดียวในกลุ่มนี้ ที่มาบอกเราว่าทำไมพวกมันถึงทำกับเราแบบนี้
มันบอกว่าเราปากไม่ดี อะไรทำนองนี้ .....เราก็อืมมมม.......ก็พอเข้าใจ แต่ทำใจไม่ได้ว่ะ นานแล้วที่กูโดนเพื่อนทั้งกลุ่มบอยคอต ตอนป.6 กูไม่คิดว่าจะมาเกิดกับกูอีกตอนอยู่มหาลัย
นุชบอกเราว่า "แกลองรักคนอื่นมากๆ แล้วคนอื่นจะได้รักแกไง"
เราก็ทำตามนะ แต่ไม่ไหวเลยว่ะ......ทำดีไปก็สูญเปล่า เหมือนทำกับคนที่ไม่รู้จักคุณค่า
สุดท้าย นุชก็โดนอีหรอบเดียวกับเรา.......ดูพวกมันดิ....ดีมั้ยล่ะนั่น?
เราถึงขั้นโทรไปร้องไห้กับแคนดี้......เรานอนอยู่ในหอ...เศร้ามาก...ปิดไฟร้องไห้อยู่คนเดียว เฝ้าถามว่าทำไมเราต้องโดนแบบนี้?
ตอนนั้นรูมเมทก็เอาเพื่อนๆมาทำงานอีก เราก็อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ แต่ไม่รู้จะทำไง
เราเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องอีก ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่.....
พอเทอมสองเราก็เลยตัดสินใจย้ายหอ ไปอยู่กับเพื่อนคณะเดียวกัน ซึ่งไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย --- เค้าชวนเราก็ไป --- ใจง่ายมาก
แล้วเราก็ย้ายกลุ่มเพื่อนสนิทมาเป็นอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มอิมอีกแล้วครับทั่น
รู้สึกดีมากๆเลยอ่ะนะ.....เพื่อนที่อิมน่ะแหละ เป็นเพื่อนที่ห่วงใยเรา เรากลายเป็นตัวฮา
เค้ารับเราได้ ที่เราปากไม่ค่อยดี เพราะคิดว่านี่ก็เป็นตัวเรา จะเลวร้ายยังไง.....เราก็ไม่เคยคิดร้ายกับพวกเค้า ปากร้ายแต่ใจดี สักแต่ว่าด่าๆแต่สุดท้ายเราก็ทำให้อ่ะนะ
รูมเมทเราจากคนที่ไม่เคยคุย กลายมาเป็นเพื่อนที่รู้ใจมากๆ ชอบอะไรคล้ายๆกัน และทำให้เราต้องติดยูบีซีให้ได้ เพราะอยากจะดูทีวีเรื่องเดียวกับเค้า
เค้าสอนให้เราอ่านคลีโอ สอนให้เราเป็นผู้หญิงมากขึ้น สอนให้เราแต่งตัว.....
จนวันที่เรารับปริญญา เค้าก็มางานเรา.....ดีใจจัง คิดถึงแกนะ แอน....แกคงไม่เคยอ่านบลอคเราหรอก
แต่เพื่อนกลุ่มอิมนั่น หลังจากเราเรียนนิเทศปี 3 เราก็เริ่มไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์เลย
รู้มั้ย? เพื่อนกลุ่มอิม เค้าให้ความสำคัญกับวันเกิดมากเลยนะ และให้ความสำคัญเท่ากันทุกคน....มีผู้หญิง 4 คน และมีผู้ชายแท้ๆอีก 1 คน
ตอนนี้ไม่ได้โทรไปหาเลยว่ะ........อยากรื้อฟื้นความจำเหมือนกันนะ ของขวัญทุกชิ้นยังเก็บไว้เสมอนะเว้ย

ในที่สุด เราก็เอนท์ติดนิเทศ.......เพื่อนคนแรกที่เราทักตอนรับน้องที่เกษตรก็คือ แอน
แต่ไม่คิดว่า จะเป็นเพื่อนคนที่จะมาเริ่มงานที่แรกด้วยกันในตอนท้ายอีก
แอน คือ หนึ่งในเพื่อนที่ช่วยเหลือในงานfinal Projectมากๆ
สังคมในนั้นเป็นสังคมที่ดีนะ....แต่ก็มีหน้ากากกันบ้างล่ะ บางคนหน้ากากหนาไป เราไม่อาจเข้าถึงได้
แต่บางคนไม่มีหน้ากากเลย จนทำให้คิดว่า เฮ่ย...ช่วยมองคนอื่นในแง่ร้ายบ้างก็ได้
กลุ่มแรกที่เราอยู่ เหมือนกับว่าจะไปได้ด้วยดี ชาย 3 หญิง 3 แต่มันก็ก่อชนวนจนได้ ที่เราปากไม่ดีกับเพื่อนเรา ชื่อ โก้ย ทำให้เค้าออกจากกลุ่มและไม่ได้พูดกับเราหลายปี....ตอนนี้สำนึกผิดแล้วจ้า
ซักพัก เอ๊ะ ทำไมเพื่อนเริ่มแปลกๆอีกและ? จนไอ่นัทมาบอกเราว่า เพื่อนในกลุ่มบอยคอตเราและมัน (อีกแล้วหรือกู?)
เราก็งงดิแม่งกูสองคนไปทำไรอีกเนี่ย? .....อันนี้ไม่รู้จริงๆ
ตอนหลังนัทมันก็บอกว่า เพื่อนเราคิดว่าเราสองคนสนิทกันมากไป ไปไหนก็ชวนกันอยู่สองคน ลืมคนอื่นหมด
เราก็ "เอ๊ะ....พวกมึงนี่....คบกันแบบเด็กๆไปหรือเปล่า? จะให้ตัวติดกันตลอด อยู่ส่วนตัวกันไม่ได้เลยเหรอไง?"
อีนัทก็เลยจูงมือเราออกมาจากกลุ่มนั้น ....แล้วเราก็ได้มาเจอกลุ่มภูธรนี่ล่ะ ที่เรียกว่า ภูธรก็เพราะว่าแต่ละคนมาจากต่างจังหวัดกันหมด กูเป็นคนกทม.แท้ๆแต่หน้าภูธร
ก็มีทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่เคยเกลียดกัน ชอบนิสัยใครก็คุย ไม่ค่อยถูกกันก็พยายามไม่คุย จะได้ไม่ทะเลาะ
ตอนหลังเข้าภาคและเราทำกิจกรรมในคณะมากขึ้นก็เริ่มสนิทกับอีมิ้นและอีเอินมากขึ้น เพราะอีเอินกลับทางเดียวกัน ชั้นเลยได้เพื่อนให้เกาะอีกและ ฮี่ๆๆๆๆ
อาจเป็นเพราะมิ้นกับเอิน ไม่มีนิสัยผู้หญิงมากๆก็ได้ เลยทำให้เข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ไม่ต้องพูดกันมากมาย
เราอาจจะทำใจคบกับเพื่อนที่มีความเป็นผู้หญิงสูงมากๆไม่ค่อยได้อ่ะ ........
เรารำคาญ......เพราะพวกผู้หญิง จู้จี้ จุกจิก ตัดสินใจช้า ตัวติดกันตลอด ฯลฯ
เอ......นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราเข้ากับเพื่อนที่ลาดกระบังไม่ได้ด้วยมั้ง?

ตอนนี้ เรียนจบกันแล้ว...เราก็เลือกเพื่อนที่จะคบได้มากขึ้นไปอีก เพราะด้วยหน้าที่ประจำวันที่ต้องทำงาน
เราไม่จำเป็นต้องเจอหน้าเพื่อนทุกคน รวมทั้งคนที่ไม่ถูกกับเรา หรือคนที่ใส่หน้ากากเข้าหาเรา
เราเลือกได้นิ.....ว่าอยากจะคบเพื่อนคนไหน? นิสัยยังไง?
แต่ตอนจบแล้วนี่แหละ ที่จะรู้ว่าคนไหน เป็นเพื่อนแท้ เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนเฮฮาหรือแค่เพื่อนร่วมที่เรียน

ถ้าใครเจอปัญหาแบบเราล่ะก็....ขอให้หันมามองที่ตัวเราเองก่อน ว่าเรามีข้อเสียอะไรที่ทำให้เพื่อนคิดแบบนั้น แต่ไม่ใช่การโทษตัวเองนะ
ถ้ามองเห็นข้อเสียแล้ว ก็ให้ปรับปรุงซะ แต่ถ้าทำแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ก็ทำใจซะ.....คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนกันทุกคน
ต่างจิตต่างใจ ร้อยพ่อพันแม่ .....มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถเป็น "เพื่อน" กับเราได้
เพราะฉะนั้นไม่ต้องเศร้าใจ เก็บกด ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมดูนะ หากิจกรรมใหม่ๆทำ
บางทีเราอาจได้เพื่อนแท้กลับมา โดยไม่รู้ตัว เพื่อนที่รับในตัวเราได้ และเป็นเพื่อนที่ดีต่อไปอีกนานๆ
และคนเราก็อยู่กับตัวเองบ้างก็ได้ จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับเพื่อน หรือเอาเพื่อนมาผูกติดซึ่งกันและกัน
ต่างคนก็มีชีวิตส่วนตัว ที่ยังหวงห้าม อย่าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงชีวิตเขาจนมากเกินไป
เว้น space ไว้บ้าง......จะได้เป็นเพื่อนกันนานๆ (อาจเอาไปใช้กับการเป็นแฟนด้วยก็ได้นะ)

ตอนนี้เราว่า เรามีความสุขตามอัตภาพ......เพราะเราเลือกที่จะรับหรือจะตัดอะไรออกจากชีวิตเพื่อทำให้เรามีความสุข
ไม่จำเป็นต้องก้มหน้าทนกับคนที่ไม่จริงใจ หรือเราไม่สนิทใจ

เราเลือกเพื่อนดีๆ ได้....ทำไมต้องยึดติด?

ป.ล. แล้วเพื่อนที่เรียนโทกับกรูนี่......จะต้องมีปัญหาอีกมั้ยวะ? กูไม่อยากมีแล้วนะ รำคาญ....
ไม่มีเพื่อนเลยจะดีกว่ามั้ยเนี่ย?

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมก็ปฏิบัติตัวกับเพื่อนแต่ละกลุ่มต่างกัน อาจจะเพราะโตขึ้นด้วย

บางทีเพื่อนก็เป็นตัวพาปัญหาหลายๆ อย่าง บางทีก็เป็นตัวแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง

ว่าแต่อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง "หนังสือรุ่น" ของพี่ป้าง
#1  by   มาสเตอร์แชมป์ At 2005-05-18 00:20, 
...นั่งอ่านเรื่องเพื่อนแล้ว...
นึกถึงตัวเอง...
เคยโดนเหมือนกันเรื่องประมาณนี้...
อ่านแล้วให้ข้อคิดมากมาย...
#2  by  ░░AYASUNO ░░ At 2005-05-18 00:56, 
ถ้าเราให้ความจิงใจกะเพื่อนแต่เค้ากลับโหกเราหล่ะจะทำไงดี
แต่ว่าเราก้อยังมีเพื่อนดีๆอีกมากมายที่ค่อยอยู่ข้างเราในวันที่เราเศร้า
#3  by  Winter|3erry At 2005-05-18 01:57, 
winterberry : แล้วเค้าโกหกเราเพราะอะไรล่ะ?
ถ้าเป็นเรื่องของการโกหกเพื่อให้สบายใจเราอาจให้อภัยได้
แต่ถ้าโกหกเราเป็นนิสัยล่ะก็......เลิกคบเหอะ เพื่อนแบบนี้
#4  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2005-05-18 01:59, 
เราก็เคยโดนเหมือนกันนะ พอดีว่ากลุ่มที่เป็นเด็กเรียนน่ะ เค้าเองก็ไม่ได้ไปสนใจกับพวกปากหอยปากปู ชวนเรากินข้าวด้วยประจำ แล้วเราก็ได้ดิบได้ดี เพราะเรียนแม่งอย่างเดียว...

ท้ายสุดเจ้าแม่ที่ชักชวนคนอื่น ๆ ให้แอนตี้เรากลับโดนแอนตี้ซะเอง แล้วก็ต้องมาร้องห่มร้องไห้กะเรา... เราคบมันมาตั้งแต่ม.ต้น.. ไม่เคยทำอะไรให้มันเจ็บซักครั้งแล้วดูมันทำเราดิ.. เพื่อน ๆ ปกติไม่คุยกับเราไป เป็นปี ๆ ตามมัน.. ท้ายที่สุด..มันก็ย้อนมา... "ขอโทษ" คำเดียว... ไอ้เราก็ไม่คิดมากหรอก..เพราะเค้าก็ได้รับบทเรียนไปแล้ว..

ตอนนี้เพิ่งจะคุยกับมัน..มันกลายเป็นคุณแม่แล้วล่ะ.. ท้องได้2เดือน.. แถมฝากให้เราตั้งชื่อเล่นให้ลูกมันด้วย...

อย่าไปคิดมากเลย.. ใครคุยกับเราก็คุย. . ใครมาแล้ววุ่นวายเราก็ห่าง... แต่ถ้าใครมาวีน..อย่าไปยอมมมมมมมมมมม
#5  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2005-05-18 09:51, 
มีเพื่อนรักอยู่แค่ 3 คนเอง นอกนั้นอยู่ในสถานะคนรู้จัก
#6  by  Mrs. Holmes At 2005-05-18 10:14, 
ผมก้อเคยเจอแบบพี่นะ





ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันแฮะบางทีอ่ะ
#7  by  ปาม มี่ ♫ At 2005-05-18 11:16, 
"พวกผู้หญิงจู้จี้จุกจิก ตัดสินใจช้า ตัวติดกันตลอดเวลา"
เหตุผลคล้ายๆกัน ที่ทำให้เราออกจะรำคาญเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่ๆ (555) ก็เราไม่ติดดารา ไม่ติดแฟชั่นไม่ชอบ shopping ไม่ส่องผู้ชาย คลานตามกระแส อีกทั้งนิสัยส่วนตัว รำคาญแล้วจะหงุดหงิด หงุดหงิดแล้วจะไม่พูด ถ้าไม่พูดก็จะปากเสีย
สาเหตุทั้งหลายทั้งแหลนี้ บางครั้งก็ทำให้เพื่อนๆเสียความรู้สึก และมานั่งจับกลุ่มนินทาเรา... อะนะ อันนินทากาเล เหมือนเทน้ำ ยังดีมีเพื่อนอีกมากมายคอยระบายทุกข์ให้เรา
ปัจจุบัน ยังไม่กล้าเรียกเพื่อนคนใดว่า เพื่อนสนิท มีแต่เพื่อนที่อยู่ด้วยแล้ว สบายจายยยย
#8  by  kororo At 2005-05-18 11:45, 
อืมม ผมเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากเท่าไหร่นะ
นิสัยคือในแต่ละช่วงจะมีแค่คน (หรือสองคน) ที่ซี้สุดๆ
(แล้วก็จะมีกลุ่มสนิทๆ อีกเป็นกลุ่มๆ)
อยู่ด้วยกันคือ เจอคนนึงต้องเจออีกคน
แต่พอถึงเวลามันแยกกัน ก็ห่างๆ กันไป..
เป็นอย่างงี้ตลอดเลยแฮะ

ปล. ชอบตอนท้ายครับ

"อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับเพื่อน หรือเอาเพื่อนมาผูกติดซึ่งกันและกัน
ต่างคนก็มีชีวิตส่วนตัว ที่ยังหวงห้าม อย่าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงชีวิตเขาจนมากเกินไป
เว้น space ไว้บ้าง......จะได้เป็นเพื่อนกันนานๆ"
#9  by   ไอ้แพท.. At 2005-05-18 12:07, 
ผมว่า 'เพื่อน' เป็นคำจำกัดความที่หาความหมาย
ยากพอพอกับคำว่า 'รัก'
#10  by  dj-indy.exteen At 2005-05-18 12:23, 
สิ่งร้ายๆ ที่เราเจอ

มันทำให้เรารู้คุณค่าของเพื่อนที่เรามีตอนนี้มากขึ้นนะ

^v^

#11  by  \=+=[~MasKoto~]=+=/ At 2005-05-18 12:30, 
ใช่ๆ เลือกแฟนดีๆได้... ทำไมต้องยึดติด
#12  by  kaze At 2005-05-18 13:44, 
มาเป็นเพื่อนผมดิ
เจอมาเยอะเหมือนกัน
ไอ้เพื่อนแท้เพื่อนเทียมเนี่ย
บางคน ยังไม่อยากจะเรียกว่าเพื่อนเล้ย
แต่ก็ไม่คิดไรมากอ่ะ
ขอแค่มีเพื่อนแท้แค่ไม่กี่คนก็พอละ
ว่าม๊ะ ..
ระวังงงงงงง
เพื่อนป.โทที่แรงสุด
(ได้ข่าวมาจากพี่ที่เคยเรียน)

อยู่กันแบบเฟคๆ
#15  by  HINEY At 2005-05-18 16:34, 
ตั้งแต่จบ ช.3 มาเนี่ยรู้ซึ้งถึงเพื่อนทรยศได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อนที่คิดว่าจะไม่ทำร้ายเรากลับเอาเรื่องของเราไปพูดเสียๆหายๆ เจ็บใจมากๆ เป็นบทเรียนเลยว่าเราต้องเชื่อตัวเองมากกว่าคนที่เราคิดว่าเค้าน่าไว้ใจมากที่สุด เสียใจอย่างแรง (ยังหวั่นๆ อยู่ว่าจะเจอเพื่อนอย่างที่ P' Pompoko เจอหรือเปล่า)
#16  by  taita At 2005-05-18 19:54, 
1704... : ชั้นก็ได้ยินกิตติศัพท์มาแบบนั้นเหมือนกัน กลัวว่ะ
แต่ไม่เป็นไร เรื่องเฟคมา ชั้นก็เฟคตอบได้เหมือนกัน....ฮี่ๆๆๆ
#17  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2005-05-18 21:13, 
เขาว่ากันว่าถ้าชีวิตนี้มีเพื่อนสนิทหนึ่งคนก็นับว่าชีวิตนี้ก็มีเพื่อนแล้ว...เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ ก็คิดว่าการมีเพื่อนมากมายคือการมีเพื่อน แต่ตอนนี้ แบ่งได้แล้วว่า เพื่อนมีหลายระดับ ระดับ คนรู้จัก ระดับเป็นเพื่อน และระดับเป็นเพื่อนสนิท
อืม...แล้วก็เคยอ่านเจอว่า มิตรภาพคือการยอมรับในความแตกต่างไม่ใช่ชื่นชมในความคล้ายคลึงกัน
#18  by  mariposa (203.155.167.103) At 2005-05-19 11:32, 
ข้อแตกต่างที่เจอบ่อยมากสำหรับสังคมผู้หญิง กับผู้ชายคือ

ผู้หญิงจะบอกว่ากลุ่มชั้นมี xxx คนนะ
ในขณะที่ผู้ชายจะถามว่าตกลงกูอยู่กลุ่มมึงตั้งกะเมื่อไร
#19  by  markpeak At 2005-05-19 11:39, 
รูปแบบของคำว่าเพื่อนเนี่ย..หาคำจำกัดความไม่ได้จริงๆนะคะป้อม..

แต่ครูว่า.. ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน.. เราก็มักอุ่นใจทุกครั้งที่มีพวกเค๊า เป็นเพื่อน..
#20  by   ครูตอง® At 2005-05-19 13:44, 
mk : ชั้นก็รู้สึกแบบนั้นว่ะ เบื่อเพื่อนหญิงกูเหมือนกัน
#21  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2005-05-19 16:56, 
ขอบใจแกนะ ที่เป็นเพื่อนชั้น
#22  by  นุช (203.152.50.226) At 2005-05-20 18:11, 


เรานี่มีเพื่อนแย่อยู่หลายคน
คิดอยู่ว่าจะคบต่อดีใหม??
เฮ้ออ..
#23  by  p r i n z e s s i n At 2005-06-09 15:31, 
จิงด้วย เพื่อนที่เราคบอยู่ เราค้นพบแล้ว แม่งเพื่อนเทียม เห็นแก่ตัวที่ซู้ดดด ขี้อิจฉาด้วย ยามเราทุกข์มันบอกเราว่า ไม่ชอบรับฟังความทุกข์ของใคร ทีมันทุกข์แม่งปรึกษา ระบายกับเราทุกเรื่อง พอแม่งสบายใจ เราอยากระบายบ้าง แม่งบอกไม่ว่าง วางหูเฉย โครตยี้มาก เจอเราแม่งติทุกเรื่อง ชมแต่ตัวเองว่าสวย สวย ตลอด นี่แหละเพื่อนฉัน
นัดไปดูหนัง มันขับรถไปกับแฟนไปเจอกันที่โรงหนังเลย พอขากลับมันบอกว่า จาส่งเราขึ้นรถเมล์ แล้วมันค่อยขับรถกลับกับแฟนมัน บ้านเราก็ทางผ่านมัน นี่แหละเพื่อนกรู
#24  by  ppppp (203.152.15.3) At 2005-11-02 11:35, 
ทำไมถึงเพื่อนไม่คบเราไม่ดีตรงไหน
#26  by  ว.ช (203.113.71.196) At 2006-12-09 18:12, 
#27  by   (203.146.63.187) At 2006-12-18 13:01, 
#28  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:49, 
พ่อมึงตาย(ทักษิณ) 077407200
เบอร์โทรบ้านกู
#29  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:50, 
พ่อมึงตาย(ทักษิณ) 077407200
เบอร์โทรบ้านกู
#30  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:51, 
พ่อมึงตาย(ทักษิณ) 077407200
เบอร์โทรบ้านกู
#31  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:51, 
พ่อมึงตาย(ทักษิณ) 077407200
เบอร์โทรบ้านกู
#32  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:51, 
#33  by   (203.113.70.8) At 2007-03-02 14:52, 
เราเคยคิดนะว่าเพื่อนนี่แย่จังแต่คิดดูดีๆนะเราจะอยู่โดยไม่มีเพื่อนไม่ได้ทุกคนถูกสร้างมาไม่เหมือนกันเราไม่สามารถคาดหวังหรือตั้งกฎเกณว่าเพื่อนต้องเป็นงี่นะงั้นนะเพราะเขาก็เป็นแค่คนๆหนึ่งเหมือนเราคนเรามีความขัดแย้งกันได้เพราะคนๆนั้นก็แค่มีความคิดไม่ตรงกับเราเท่านั้นแต่ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไหนดีไม่ดีเราก็เลือกได้นี่ว่าจะทำหรือไม่ทำบางครั้งการที่เราเงียบไม่พูดไม่รับรู้แล้วปล่อยเรื่องบางเรื่องผ่านเลยไปมันก็ดีนะมันจะได้ไม่มีปัญหาแล้วเราต่างหากที่เป็นฝ่ายชนะชนะใจตนเองเรารับฟังได้แต่เราไม่ทำตามก็ได้ถ้าเรารู้ว่าเราถูกเรายังต้องเจออะไรอีกเยะนะเราเราต้องเรียนรู้อะไรอีกยาวไกลสักวันเราก็ต้องเจอเพื่อนแท้สำหรับเราปัญหาต่างๆเธอไม่ได้เจอคนเดียวนะคนบนโลกก็เจออีกเยะเราต้องเรียนรู้และผ่านมันไปได้ด้วยดี
#34  by  ทราย (124.121.1.46) At 2007-03-03 00:44, 
ตอนนี้เพิ่งโดนบอยคอตมา..ครั้งแรกในชีวิตเลยมั้ง เหอะๆ
มันก็อดแปลกใจไม่ได้อ่ะนะ แต่ก็ยอมรับว่าอาจเพราะเรามั้ง...เราคงเข้ากันไม่ได้จิงๆอ่ะดิ ถึงจะบอกว่าราดีเกินไป แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลหรอก ..เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมากกว่า ก็คงได้แต่ขอให้เวลาช่วยเยียวยามันแล้วกัน เราเหนื่อยพอแล้ว มันคงถึงจุดอิ่มตัวที่เราไม่สามารถกลับไปเริ่มใหม่หรือแก้ไขอะไรๆได้อีกแล้วแหละ พอแล้วเนอะ...หยุดดีกว่า 55+
#35  by  sUn-lAdY (203.113.55.211) At 2007-04-06 13:02, 
เคยเหมือนกันแต่ไม่ได้ทั้งกลุ่มแค่5คนจาก7 เราปากไม่ดีอะชอนนินทา เราไม่คิดว่ามันจะโกดเราด้วยเรื่องแค่เนี้ยเพราะเราก็จับกลุ่มนินทาบ่อยๆ พอมันรู้ว่าเราว่ามันก็โกดคนอื่นก็โกดตาม มันเย็นชามากเลย เราเลยร้องไห้ๆๆๆขอโทด มันบอกด้วยว่าไม่ได้โกดเราแต่เกลียดเราเลยร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่ มีเพื่อนมาปลอบเราเยอะแยะอะ เราตัดใจไปอยู่กลุ่มใหม่แต่เรารู้สึกเหมือนไม่มีเพื่อนหนิด ก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลาอะ แต่ทนไม่ได้แล้วเราก็เลยไปอยู่อีกกลุ่มนึงที่รุสึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่กลุ่นี้เด็กเรียนอะ แล้วไม่เลยอะ เรายอมรับว่าเรายึดติดแบบว่าเพื่อนชั้นต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันทำให้ไม่มีความสุขเพราะไม่มีเพื่อนคนไหนเหมือนที่ตั้งไว้ มันเป็นความคิดที่ผิดอะ ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว เปิดเทอมค่อยเรื่มต้นใหม่เพื่อนยังมีอีกเยอะ หาใหม่ก็ได้เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เจอ

แต่เรามีเพื่อนแท้นะ อยู่คนละโรงเรียนแต่ยังติดต่อกัน ไปเที่ยวกัน ปรึกษาปัญหา
#36  by  . (125.24.51.124) At 2007-04-30 15:23, 
โครตจาเมหือนผมเลย ต้องย้ายไปกลุ่มอื่น บางทีก็อยุ่คนเดียว โครตเกบกด
#37  by  กำ (222.123.221.147) At 2007-05-17 20:25, 
เรื่องแบบ นี้เราก็เคยเจอ ตอนแรกๆ ก็มีเพื่อนสนิททั้งกลุ่ม สามคน รวมเราเปงสี่ คราวนี้ช่วงหลังๆนะ ไอ้สองตัวนะ แม่ง เลิกคุยกะเราเลย แบบ ตอนแรกก็ทามเปงไปพูดกะเพื่อนใหม่เราว่า อย่ามาแย่งเราไป ยังนู้นอย่างนี้ เหมือนเราเปงคนสำคัญ สุดท้าย ตัวมานก็หายไป แบบ ไม่มีคุยกัน แบบ ว่าแต่เขาอิเหนาเปงเอง
#38  by   เด็ก วุ่น วาย (125.24.144.126) At 2007-07-02 20:39, 
เรื่องแบบ นี้เราก็เคยเจอ ตอนแรกๆ ก็มีเพื่อนสนิททั้งกลุ่ม สามคน รวมเราเปงสี่ คราวนี้ช่วงหลังๆนะ ไอ้สองตัวนะ แม่ง เลิกคุยกะเราเลย แบบ ตอนแรกก็ทามเปงไปพูดกะเพื่อนใหม่เราว่า อย่ามาแย่งเราไป ยังนู้นอย่างนี้ เหมือนเราเปงคนสำคัญ สุดท้าย ตัวมานก็หายไป แบบ ไม่มีคุยกัน แบบ ว่าแต่เขาอิเหนาเปงเอง
#39  by   เด็ก วุ่น วาย (125.24.144.126) At 2007-07-02 20:39, 
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
#40  by  แคท (203.113.51.36) At 2007-09-01 17:37, 
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
#41  by  แคท (203.113.51.36) At 2007-09-01 17:38, 
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
#42  by  แคท (203.113.51.36) At 2007-09-01 17:38, 
#43  by   (202.129.54.51) At 2007-11-09 14:42, 
ชีวิตชั้นเคยคิดว่ามีเพื่อนรักเเละเพื่อนเเท้คนเดียวเท่านั้น
ชั้นมีเพื่อนที่ผูกพันมานาน หลายปี สนิทกันมากที่สุดเเล้ว เเม้ว่ามีบางทีที่เค้าจะไม่ดีกะเราบ้าง เเต่ชั้นก้อรู้เสมอว่าเค้าคือเพื่อนที่ชั้น"รัก"
ต่อมามีเพื่อนที่เข้ามาไม่นาน มาดึงเค้าไป มันช่างง่ายดายซะเหลือเกิน ถ้าไม่มีคนคนนี้ เพื่อนรักชั้น ชั้นก้อคงจะเป็นเพื่อนรักของเค้าอยู่เหมือนกัน
เเต่ตอนนี้เค้าคงลืมอดีตที่เคยผูกพันไปเเล้ว สิ่งดีๆที่ชั้นทำให้เค้ามันสูญเปล่าไปเเล้ว เพียงเเค่เค้า"ลืม"เท่านั้น
เพื่อนรักของชั้นจ๋า หากวันไหนที่เธอเหงา ให้เธอนึกถึงชั้นนะจ๊ะ
ถ้าวันไหนเพื่อนของเธอไม่รักเธอเหมือนเดิม อย่าลืมชั้นนะจ๊ะ
เเม้วันนี้จะไม่มีกันเเละกันเหมือนเดิม
เเต่ชั้นยังรักเธอเสมอนะ
ชั้นคงเป็นได้เเค่เพื่อนเเท้ของใครบ้างคน บางคนที่เค้าไม่ใช่เพื่อนเเท้ของชั้น บางคนที่ชั้นอาจจะไม่สามารถเฮฮากับเค้าได้ทุกเรื่อง
ถึงวันนี้ชั้นไม่มีเธอเเล้ว ชั้นจะเก็บความทรงจำดีๆของเราเอาไว้เสมอนะ
รักเพื่อนอย่างเเกหว่ะ
#44  by  lonely girl (124.120.186.192) At 2007-12-03 02:28, 
ขอแจม เพื่อนแท้จะวัดกันได้ด้วยปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ "เงิน" เราพิสูจน์มาแล้ว เหอ ๆ ว่าไม่มีเพื่อนแท้ในโลกนี้หรอก นอกจากครอบครัวตัวเอง
#45  by  Yo (58.10.143.223) At 2008-01-29 11:19, 
ยังอ่านไม่จบเลยเยอะมากเลยอะถ้าเรามีเพื่อนดีเราจะมีคนพึ่งเสมอquestion sad smile
#46  by  พ-ต (75.66.45.70) At 2008-02-01 04:42, 
เราก้อว่าความคิดดีเหมือนกันนะ เพราะเราก้อได้เจอกับตัวเองเหมือนกัน แบบว่าเราเงียบบ เเต่เพื่อนมัน
ตรงง ก้อเลยเข้ากันไม่ได้ เราก้อกำลังหาเพื่อนใหม่อยู่เหมือนกัน เเละปีหน้าคงย้ายห้องด้วยหละangry smile
#47  by   (203.131.217.12) At 2008-02-08 16:25, 
อ่านแล้วเคร้านะ เห็นใจด้วย เราเองก็กำลังมีปัญหากับเพื่อน ไม่รู้ว่าทำไมนะ ช่วงนี้รู้สึกว่าอึดอัด จะทำอะไรก็โดนว่าอย่างนู้นอย่างนี้ พูดนิดพูดหน่อยก็ว่า พอไม่พูดก็ว่า ชอบพูดกระแทกแดกดัน พูดจาส่อเสียดไม่ไว้หน้า พอมีปัญหามาปรึกษาก็ไม่อยากฟัง ไม่เคยสนใจความรู้สึก ทำไรก็ผิด สอบได้คะแนนน้อยก็เยาะเย้ย สอบได้คะแนนมากก็พูดให้ ทำงานดีเกินไปก็ว่า ตกลงเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่มั๊ย เธอเคยสนใจความรู้สึกฉันอยู่มั๊ย
#48  by   (118.174.186.39) At 2008-06-28 18:20, 
#49  by  เเพร (202.143.135.244) At 2008-07-30 15:20, 
angry smile ตอนเราอยู่ป.6 เราก็เคยโดนเพื่อนไม่เล่นด้วย ไม่มีคนคุยด้วย โดนล่อแสบๆ
( หมา-กะ-ทุ = หมูกระทะ)ทุกวันเลย เราเลยไม่อยากไปโรงเรียนเลย angry smile
#50  by   (125.27.6.30) At 2009-11-06 18:22, 

<< Home


Pompoko Luv Everybody
View full profile