มนุษย์ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ จึงทำให้มนุษย์มีคำๆนึงมานิยามความสัมพันธ์นั้นว่า "ความเป็นเพื่อน"
เพื่อนในความคิดของบางคนก็คือ คนที่เรียนมาด้วยกัน,ชอบอะไรคล้ายๆกัน, ให้คำปรึกษา,ดูแลห่วงใยกัน ฯลฯ
แต่....เพื่อนมันมีหลายประเภท เชื่อว่าหลายคนมีบรรทัดฐานของการแบ่งชนชั้นของเพื่อนกันทั้งนั้น
เราเองให้ความสำคัญกับเพื่อนมากเหมือนกัน...อาจเพราะในครอบครัว เราเป็นลูกคนเดียว
ความสนุกสนานจึงเกิดกับการอยู่ร่วมกับเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ซะอีก
เราเคยโดนเพื่อนบอยคอตมาหลายครั้ง......บางครั้งรู้ตัว รู้สึกผิดและเสียใจ แต่บางครั้งคนบางคนก็ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะคบต่อ
ตอนเด็กๆสมัยป.6 ก็เคยถูกเพื่อนสนิท(ในตอนนั้น)โกรธ เพราะว่าได้สอบได้คะแนนมากกว่าและปากไม่ดีไปบ้าง
เราเสียใจมากมาย....แทบไม่อยากไปเรียนเลย ทั้งๆที่ทุกเช้าอยากจะตื่นไปโรงเรียนเพราะจะได้เจอเพื่อน (ตอนนี้รึ?.....หึหึ ลากให้ไปยังไม่อยากเลย)
แต่ก็ต้องไปเรียน.....เพราะเราต้องแยกให้ออก ระหว่างเรียนและเพื่อน ไม่เกี่ยวกัน
และจะให้แม่รู้ไม่ได้ -- ฟอร์มจัด
ตอนกินข้าวกลางวันก็ต้องระเห็ดไปนั่งกับเพื่อนกลุ่มอิมๆแทน เค้าก็ดี๊ดีนะ....แต่เค้าพูดไม่เก่งอ่ะ...ก็ดีและ พูดมากก็มากเรื่อง จริงแมะ?
เราก็โคตรเก็บกดเลย เรานั่งร้องไห้คนเดียวบ้าง เขียนด่าลงกระดาษบ้าง กะจะทำเลียนแบบเอ็มวีตอนแฟนเลิกกัน แต่เสือกโง่ ไม่คิดว่าเค้าจะกลับมาอ่าน...ก็เลยโกรธต่อ
เป็นการกระทำที่โคตรเด็กอ่ะ.....สมัยนั้นชั้นคิดได้แล้วนะ ว่าแม่ง....เด็กจังเลยพวกนี้ มีคนโกรธกูคนเดียว แต่อีพวกขี้ข้าพลอยก็มาโกรธกูตามด้วย ถามจริงมีสมองมั้ยพวกนี้?
ตอนที่เราโกรธกันอ่ะ.....มันใกล้ช่วงสอบปลายภาคจะสอบม.1ด้วย โรงเรียนเรามีถึงแค่ป.6 ก็เลยต้องไปสอบกันที่อื่น
เราไปสอบที่นึง เค้าไม่สอบเพราะใช้โควต้าบ้านใกล้เข้าเลย แต่สุดท้ายดวงมันซวยเลยทำให้เราสองคนต้องเจอกันอีก
ที่โรงเรียนนี้ เรามักจะคิดแบบคนอีโก้สูงว่า "ชั้นอยู่เหนือเธอ" ด้วยยังใจยังแค้นอยู่ เพราะเราอยู่ห้องคิง เป็นนักเรียนที่คัดมา 100 คน จากโรงเรียนที่เราสอบไม่ติด--- เหมือนเอนท์เลยเนอะ
เค้าส่งจ.ม. หรือเราส่งจ.ม.ไปหว่า? ว่าขอโทษ แล้วหลังจากนั้นเราก็หายกัน....เดินสวนกันก็มองกันเฉยๆแต่ไม่ได้สนิทเท่าเดิมแล้ว....ความรู้สึกดีๆมันหมดไปนานแล้ว
มาถึงม.ต้น ก็ยังไม่วาย.....อาจเพราะความปากหมา และหน้าตาวีนๆของเรา ก็ทำให้คนเข้าใจผิดกันได้เยอะทีเดียว
แถมตอนนั้นยังทำตัวป๋าอีก เพื่อนหลายคนก็ไม่ค่อยชอบเราหรอก แต่สุดท้ายก็ยังคบกันมาถึงตอนนี้นะ
อาจเพราะเราโตขึ้นกันเยอะแล้วล่ะ......เรื่องสมัยนั้นก็เด็กๆอ่ะนะ
ม.ปลาย เป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกันจริงๆ ไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเรา เหมือนจะสนิทแต่ก็มีอะไรบางอย่างกั้นเอาไว้
สุดท้ายได้เพื่อนสนิทมาคนเดียว คือ แคนดี้....มาสนิทเอาตอนท้าย อ่อ มีอีกคนชื่อ อีดิน อีนี่ก็แปลกๆ เหมือนเป็นเพื่อนสนิท แต่ออกแนวน่ารำคาญและเห็นแก่ตัวพอสมควร
ก็เลยแบ่งเส้นเอาไว้แค่เป็นเพื่อนกลับบ้าน
มาปี 1 ที่ลาดกระบัง.....อันนี้มันส์สุด หลายคนยังไม่รู้เราเอนท์ติดม.5 ได้คณะวิทยาคอม ลาดกระบัง
ด้วยความที่เป็นลาดกระบัง.....นักศึกษาหญิงก็น้อย แถมคนสวยๆก็ดันอยู่ไอดีใกล้ๆเราด้วย
ไปๆมาๆ ไปอยู่กลุ่มนี้ได้ไงไม่รู้ เป็นผู้หญิงกลุ่มใหญ่ประมาณ 12-13 คนเลยล่ะ
ไอ่เราก็เรื่อยๆ ชิวๆ เล่นบาสไปตามเรื่อง เพราะไม่ได้คิดว่าจะจิงจังกับคณะนี้อยู่แล้ว เรากะจะเอนท์ใหม่
ตอนแรกๆก็ดีอยู่ร๊อกกก หลังๆนี่ เอ๊ะ ทำไมมันทำไรไม่เคยบอกเราเลยวะ?
หรือว่าเราตกข่าวเอง.....เอ๊ะ...ทำไมมันไมคุยกับเราวะ? เวลาทำงานกลุ่มก็ไม่เอาเราเข้าไปด้วย
เราก็เริ่มเอะใจ......ถามเพื่อนในกลุ่ม มันก็ไม่ยอมบอก....เราก็ "เออ......พวกมึงกำลังบอยคอตกูใช่มั้ย? ก็ได้ ไม่ง้อหรอก อีพวกนี้"
ตอนหลัง มีนุชเข้ามาปลอบเรา เป็นคนเดียวในกลุ่มนี้ ที่มาบอกเราว่าทำไมพวกมันถึงทำกับเราแบบนี้
มันบอกว่าเราปากไม่ดี อะไรทำนองนี้ .....เราก็อืมมมม.......ก็พอเข้าใจ แต่ทำใจไม่ได้ว่ะ นานแล้วที่กูโดนเพื่อนทั้งกลุ่มบอยคอต ตอนป.6 กูไม่คิดว่าจะมาเกิดกับกูอีกตอนอยู่มหาลัย
นุชบอกเราว่า "แกลองรักคนอื่นมากๆ แล้วคนอื่นจะได้รักแกไง"
เราก็ทำตามนะ แต่ไม่ไหวเลยว่ะ......ทำดีไปก็สูญเปล่า เหมือนทำกับคนที่ไม่รู้จักคุณค่า
สุดท้าย นุชก็โดนอีหรอบเดียวกับเรา.......ดูพวกมันดิ....ดีมั้ยล่ะนั่น?
เราถึงขั้นโทรไปร้องไห้กับแคนดี้......เรานอนอยู่ในหอ...เศร้ามาก...ปิดไฟร้องไห้อยู่คนเดียว เฝ้าถามว่าทำไมเราต้องโดนแบบนี้?
ตอนนั้นรูมเมทก็เอาเพื่อนๆมาทำงานอีก เราก็อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ แต่ไม่รู้จะทำไง
เราเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องอีก ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่.....
พอเทอมสองเราก็เลยตัดสินใจย้ายหอ ไปอยู่กับเพื่อนคณะเดียวกัน ซึ่งไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย --- เค้าชวนเราก็ไป --- ใจง่ายมาก
แล้วเราก็ย้ายกลุ่มเพื่อนสนิทมาเป็นอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มอิมอีกแล้วครับทั่น
รู้สึกดีมากๆเลยอ่ะนะ.....เพื่อนที่อิมน่ะแหละ เป็นเพื่อนที่ห่วงใยเรา เรากลายเป็นตัวฮา
เค้ารับเราได้ ที่เราปากไม่ค่อยดี เพราะคิดว่านี่ก็เป็นตัวเรา จะเลวร้ายยังไง.....เราก็ไม่เคยคิดร้ายกับพวกเค้า ปากร้ายแต่ใจดี สักแต่ว่าด่าๆแต่สุดท้ายเราก็ทำให้อ่ะนะ
รูมเมทเราจากคนที่ไม่เคยคุย กลายมาเป็นเพื่อนที่รู้ใจมากๆ ชอบอะไรคล้ายๆกัน และทำให้เราต้องติดยูบีซีให้ได้ เพราะอยากจะดูทีวีเรื่องเดียวกับเค้า
เค้าสอนให้เราอ่านคลีโอ สอนให้เราเป็นผู้หญิงมากขึ้น สอนให้เราแต่งตัว.....
จนวันที่เรารับปริญญา เค้าก็มางานเรา.....ดีใจจัง คิดถึงแกนะ แอน....แกคงไม่เคยอ่านบลอคเราหรอก
แต่เพื่อนกลุ่มอิมนั่น หลังจากเราเรียนนิเทศปี 3 เราก็เริ่มไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์เลย
รู้มั้ย? เพื่อนกลุ่มอิม เค้าให้ความสำคัญกับวันเกิดมากเลยนะ และให้ความสำคัญเท่ากันทุกคน....มีผู้หญิง 4 คน และมีผู้ชายแท้ๆอีก 1 คน
ตอนนี้ไม่ได้โทรไปหาเลยว่ะ........อยากรื้อฟื้นความจำเหมือนกันนะ ของขวัญทุกชิ้นยังเก็บไว้เสมอนะเว้ย
ในที่สุด เราก็เอนท์ติดนิเทศ.......เพื่อนคนแรกที่เราทักตอนรับน้องที่เกษตรก็คือ แอน
แต่ไม่คิดว่า จะเป็นเพื่อนคนที่จะมาเริ่มงานที่แรกด้วยกันในตอนท้ายอีก
แอน คือ หนึ่งในเพื่อนที่ช่วยเหลือในงานfinal Projectมากๆ
สังคมในนั้นเป็นสังคมที่ดีนะ....แต่ก็มีหน้ากากกันบ้างล่ะ บางคนหน้ากากหนาไป เราไม่อาจเข้าถึงได้
แต่บางคนไม่มีหน้ากากเลย จนทำให้คิดว่า เฮ่ย...ช่วยมองคนอื่นในแง่ร้ายบ้างก็ได้
กลุ่มแรกที่เราอยู่ เหมือนกับว่าจะไปได้ด้วยดี ชาย 3 หญิง 3 แต่มันก็ก่อชนวนจนได้ ที่เราปากไม่ดีกับเพื่อนเรา ชื่อ โก้ย ทำให้เค้าออกจากกลุ่มและไม่ได้พูดกับเราหลายปี....ตอนนี้สำนึกผิดแล้วจ้า
ซักพัก เอ๊ะ ทำไมเพื่อนเริ่มแปลกๆอีกและ? จนไอ่นัทมาบอกเราว่า เพื่อนในกลุ่มบอยคอตเราและมัน (อีกแล้วหรือกู?)
เราก็งงดิแม่งกูสองคนไปทำไรอีกเนี่ย? .....อันนี้ไม่รู้จริงๆ
ตอนหลังนัทมันก็บอกว่า เพื่อนเราคิดว่าเราสองคนสนิทกันมากไป ไปไหนก็ชวนกันอยู่สองคน ลืมคนอื่นหมด
เราก็ "เอ๊ะ....พวกมึงนี่....คบกันแบบเด็กๆไปหรือเปล่า? จะให้ตัวติดกันตลอด อยู่ส่วนตัวกันไม่ได้เลยเหรอไง?"
อีนัทก็เลยจูงมือเราออกมาจากกลุ่มนั้น ....แล้วเราก็ได้มาเจอกลุ่มภูธรนี่ล่ะ ที่เรียกว่า ภูธรก็เพราะว่าแต่ละคนมาจากต่างจังหวัดกันหมด กูเป็นคนกทม.แท้ๆแต่หน้าภูธร
ก็มีทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่เคยเกลียดกัน ชอบนิสัยใครก็คุย ไม่ค่อยถูกกันก็พยายามไม่คุย จะได้ไม่ทะเลาะ
ตอนหลังเข้าภาคและเราทำกิจกรรมในคณะมากขึ้นก็เริ่มสนิทกับอีมิ้นและอีเอินมากขึ้น เพราะอีเอินกลับทางเดียวกัน ชั้นเลยได้เพื่อนให้เกาะอีกและ ฮี่ๆๆๆๆ
อาจเป็นเพราะมิ้นกับเอิน ไม่มีนิสัยผู้หญิงมากๆก็ได้ เลยทำให้เข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ไม่ต้องพูดกันมากมาย
เราอาจจะทำใจคบกับเพื่อนที่มีความเป็นผู้หญิงสูงมากๆไม่ค่อยได้อ่ะ ........
เรารำคาญ......เพราะพวกผู้หญิง จู้จี้ จุกจิก ตัดสินใจช้า ตัวติดกันตลอด ฯลฯ
เอ......นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราเข้ากับเพื่อนที่ลาดกระบังไม่ได้ด้วยมั้ง?
ตอนนี้ เรียนจบกันแล้ว...เราก็เลือกเพื่อนที่จะคบได้มากขึ้นไปอีก เพราะด้วยหน้าที่ประจำวันที่ต้องทำงาน
เราไม่จำเป็นต้องเจอหน้าเพื่อนทุกคน รวมทั้งคนที่ไม่ถูกกับเรา หรือคนที่ใส่หน้ากากเข้าหาเรา
เราเลือกได้นิ.....ว่าอยากจะคบเพื่อนคนไหน? นิสัยยังไง?
แต่ตอนจบแล้วนี่แหละ ที่จะรู้ว่าคนไหน เป็นเพื่อนแท้ เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนเฮฮาหรือแค่เพื่อนร่วมที่เรียน
ถ้าใครเจอปัญหาแบบเราล่ะก็....ขอให้หันมามองที่ตัวเราเองก่อน ว่าเรามีข้อเสียอะไรที่ทำให้เพื่อนคิดแบบนั้น แต่ไม่ใช่การโทษตัวเองนะ
ถ้ามองเห็นข้อเสียแล้ว ก็ให้ปรับปรุงซะ แต่ถ้าทำแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ก็ทำใจซะ.....คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนกันทุกคน
ต่างจิตต่างใจ ร้อยพ่อพันแม่ .....มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถเป็น "เพื่อน" กับเราได้
เพราะฉะนั้นไม่ต้องเศร้าใจ เก็บกด ลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมดูนะ หากิจกรรมใหม่ๆทำ
บางทีเราอาจได้เพื่อนแท้กลับมา โดยไม่รู้ตัว เพื่อนที่รับในตัวเราได้ และเป็นเพื่อนที่ดีต่อไปอีกนานๆ
และคนเราก็อยู่กับตัวเองบ้างก็ได้ จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับเพื่อน หรือเอาเพื่อนมาผูกติดซึ่งกันและกัน
ต่างคนก็มีชีวิตส่วนตัว ที่ยังหวงห้าม อย่าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงชีวิตเขาจนมากเกินไป
เว้น space ไว้บ้าง......จะได้เป็นเพื่อนกันนานๆ (อาจเอาไปใช้กับการเป็นแฟนด้วยก็ได้นะ)
ตอนนี้เราว่า เรามีความสุขตามอัตภาพ......เพราะเราเลือกที่จะรับหรือจะตัดอะไรออกจากชีวิตเพื่อทำให้เรามีความสุข
ไม่จำเป็นต้องก้มหน้าทนกับคนที่ไม่จริงใจ หรือเราไม่สนิทใจ
เราเลือกเพื่อนดีๆ ได้....ทำไมต้องยึดติด?
ป.ล. แล้วเพื่อนที่เรียนโทกับกรูนี่......จะต้องมีปัญหาอีกมั้ยวะ? กูไม่อยากมีแล้วนะ รำคาญ....
ไม่มีเพื่อนเลยจะดีกว่ามั้ยเนี่ย?
2005/May/18
ผมก็ปฏิบัติตัวกับเพื่อนแต่ละกลุ่มต่างกัน อาจจะเพราะโตขึ้นด้วย
บางทีเพื่อนก็เป็นตัวพาปัญหาหลายๆ อย่าง บางทีก็เป็นตัวแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง
ว่าแต่อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง "หนังสือรุ่น" ของพี่ป้าง
บางทีเพื่อนก็เป็นตัวพาปัญหาหลายๆ อย่าง บางทีก็เป็นตัวแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง
ว่าแต่อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง "หนังสือรุ่น" ของพี่ป้าง
...นั่งอ่านเรื่องเพื่อนแล้ว...
นึกถึงตัวเอง...
เคยโดนเหมือนกันเรื่องประมาณนี้...
อ่านแล้วให้ข้อคิดมากมาย...
นึกถึงตัวเอง...
เคยโดนเหมือนกันเรื่องประมาณนี้...
อ่านแล้วให้ข้อคิดมากมาย...
ถ้าเราให้ความจิงใจกะเพื่อนแต่เค้ากลับโหกเราหล่ะจะทำไงดี
แต่ว่าเราก้อยังมีเพื่อนดีๆอีกมากมายที่ค่อยอยู่ข้างเราในวันที่เราเศร้า
แต่ว่าเราก้อยังมีเพื่อนดีๆอีกมากมายที่ค่อยอยู่ข้างเราในวันที่เราเศร้า
winterberry : แล้วเค้าโกหกเราเพราะอะไรล่ะ?
ถ้าเป็นเรื่องของการโกหกเพื่อให้สบายใจเราอาจให้อภัยได้
แต่ถ้าโกหกเราเป็นนิสัยล่ะก็......เลิกคบเหอะ เพื่อนแบบนี้
ถ้าเป็นเรื่องของการโกหกเพื่อให้สบายใจเราอาจให้อภัยได้
แต่ถ้าโกหกเราเป็นนิสัยล่ะก็......เลิกคบเหอะ เพื่อนแบบนี้
เราก็เคยโดนเหมือนกันนะ พอดีว่ากลุ่มที่เป็นเด็กเรียนน่ะ เค้าเองก็ไม่ได้ไปสนใจกับพวกปากหอยปากปู ชวนเรากินข้าวด้วยประจำ แล้วเราก็ได้ดิบได้ดี เพราะเรียนแม่งอย่างเดียว...
ท้ายสุดเจ้าแม่ที่ชักชวนคนอื่น ๆ ให้แอนตี้เรากลับโดนแอนตี้ซะเอง แล้วก็ต้องมาร้องห่มร้องไห้กะเรา... เราคบมันมาตั้งแต่ม.ต้น.. ไม่เคยทำอะไรให้มันเจ็บซักครั้งแล้วดูมันทำเราดิ.. เพื่อน ๆ ปกติไม่คุยกับเราไป เป็นปี ๆ ตามมัน.. ท้ายที่สุด..มันก็ย้อนมา... "ขอโทษ" คำเดียว... ไอ้เราก็ไม่คิดมากหรอก..เพราะเค้าก็ได้รับบทเรียนไปแล้ว..
ตอนนี้เพิ่งจะคุยกับมัน..มันกลายเป็นคุณแม่แล้วล่ะ.. ท้องได้2เดือน.. แถมฝากให้เราตั้งชื่อเล่นให้ลูกมันด้วย...
อย่าไปคิดมากเลย.. ใครคุยกับเราก็คุย. . ใครมาแล้ววุ่นวายเราก็ห่าง... แต่ถ้าใครมาวีน..อย่าไปยอมมมมมมมมมมม
ท้ายสุดเจ้าแม่ที่ชักชวนคนอื่น ๆ ให้แอนตี้เรากลับโดนแอนตี้ซะเอง แล้วก็ต้องมาร้องห่มร้องไห้กะเรา... เราคบมันมาตั้งแต่ม.ต้น.. ไม่เคยทำอะไรให้มันเจ็บซักครั้งแล้วดูมันทำเราดิ.. เพื่อน ๆ ปกติไม่คุยกับเราไป เป็นปี ๆ ตามมัน.. ท้ายที่สุด..มันก็ย้อนมา... "ขอโทษ" คำเดียว... ไอ้เราก็ไม่คิดมากหรอก..เพราะเค้าก็ได้รับบทเรียนไปแล้ว..
ตอนนี้เพิ่งจะคุยกับมัน..มันกลายเป็นคุณแม่แล้วล่ะ.. ท้องได้2เดือน.. แถมฝากให้เราตั้งชื่อเล่นให้ลูกมันด้วย...
อย่าไปคิดมากเลย.. ใครคุยกับเราก็คุย. . ใครมาแล้ววุ่นวายเราก็ห่าง... แต่ถ้าใครมาวีน..อย่าไปยอมมมมมมมมมมม
"พวกผู้หญิงจู้จี้จุกจิก ตัดสินใจช้า ตัวติดกันตลอดเวลา"
เหตุผลคล้ายๆกัน ที่ทำให้เราออกจะรำคาญเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่ๆ (555) ก็เราไม่ติดดารา ไม่ติดแฟชั่นไม่ชอบ shopping ไม่ส่องผู้ชาย คลานตามกระแส อีกทั้งนิสัยส่วนตัว รำคาญแล้วจะหงุดหงิด หงุดหงิดแล้วจะไม่พูด ถ้าไม่พูดก็จะปากเสีย
สาเหตุทั้งหลายทั้งแหลนี้ บางครั้งก็ทำให้เพื่อนๆเสียความรู้สึก และมานั่งจับกลุ่มนินทาเรา... อะนะ อันนินทากาเล เหมือนเทน้ำ ยังดีมีเพื่อนอีกมากมายคอยระบายทุกข์ให้เรา
ปัจจุบัน ยังไม่กล้าเรียกเพื่อนคนใดว่า เพื่อนสนิท มีแต่เพื่อนที่อยู่ด้วยแล้ว สบายจายยยย
เหตุผลคล้ายๆกัน ที่ทำให้เราออกจะรำคาญเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่ๆ (555) ก็เราไม่ติดดารา ไม่ติดแฟชั่นไม่ชอบ shopping ไม่ส่องผู้ชาย คลานตามกระแส อีกทั้งนิสัยส่วนตัว รำคาญแล้วจะหงุดหงิด หงุดหงิดแล้วจะไม่พูด ถ้าไม่พูดก็จะปากเสีย
สาเหตุทั้งหลายทั้งแหลนี้ บางครั้งก็ทำให้เพื่อนๆเสียความรู้สึก และมานั่งจับกลุ่มนินทาเรา... อะนะ อันนินทากาเล เหมือนเทน้ำ ยังดีมีเพื่อนอีกมากมายคอยระบายทุกข์ให้เรา
ปัจจุบัน ยังไม่กล้าเรียกเพื่อนคนใดว่า เพื่อนสนิท มีแต่เพื่อนที่อยู่ด้วยแล้ว สบายจายยยย
อืมม ผมเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากเท่าไหร่นะ
นิสัยคือในแต่ละช่วงจะมีแค่คน (หรือสองคน) ที่ซี้สุดๆ
(แล้วก็จะมีกลุ่มสนิทๆ อีกเป็นกลุ่มๆ)
อยู่ด้วยกันคือ เจอคนนึงต้องเจออีกคน
แต่พอถึงเวลามันแยกกัน ก็ห่างๆ กันไป..
เป็นอย่างงี้ตลอดเลยแฮะ
ปล. ชอบตอนท้ายครับ
"อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับเพื่อน หรือเอาเพื่อนมาผูกติดซึ่งกันและกัน
ต่างคนก็มีชีวิตส่วนตัว ที่ยังหวงห้าม อย่าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงชีวิตเขาจนมากเกินไป
เว้น space ไว้บ้าง......จะได้เป็นเพื่อนกันนานๆ"
นิสัยคือในแต่ละช่วงจะมีแค่คน (หรือสองคน) ที่ซี้สุดๆ
(แล้วก็จะมีกลุ่มสนิทๆ อีกเป็นกลุ่มๆ)
อยู่ด้วยกันคือ เจอคนนึงต้องเจออีกคน
แต่พอถึงเวลามันแยกกัน ก็ห่างๆ กันไป..
เป็นอย่างงี้ตลอดเลยแฮะ
ปล. ชอบตอนท้ายครับ
"อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับเพื่อน หรือเอาเพื่อนมาผูกติดซึ่งกันและกัน
ต่างคนก็มีชีวิตส่วนตัว ที่ยังหวงห้าม อย่าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงชีวิตเขาจนมากเกินไป
เว้น space ไว้บ้าง......จะได้เป็นเพื่อนกันนานๆ"
เจอมาเยอะเหมือนกัน
ไอ้เพื่อนแท้เพื่อนเทียมเนี่ย
บางคน ยังไม่อยากจะเรียกว่าเพื่อนเล้ย
แต่ก็ไม่คิดไรมากอ่ะ
ขอแค่มีเพื่อนแท้แค่ไม่กี่คนก็พอละ
ว่าม๊ะ ..
ไอ้เพื่อนแท้เพื่อนเทียมเนี่ย
บางคน ยังไม่อยากจะเรียกว่าเพื่อนเล้ย
แต่ก็ไม่คิดไรมากอ่ะ
ขอแค่มีเพื่อนแท้แค่ไม่กี่คนก็พอละ
ว่าม๊ะ ..
ตั้งแต่จบ ช.3 มาเนี่ยรู้ซึ้งถึงเพื่อนทรยศได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อนที่คิดว่าจะไม่ทำร้ายเรากลับเอาเรื่องของเราไปพูดเสียๆหายๆ เจ็บใจมากๆ เป็นบทเรียนเลยว่าเราต้องเชื่อตัวเองมากกว่าคนที่เราคิดว่าเค้าน่าไว้ใจมากที่สุด เสียใจอย่างแรง (ยังหวั่นๆ อยู่ว่าจะเจอเพื่อนอย่างที่ P' Pompoko เจอหรือเปล่า)
1704... : ชั้นก็ได้ยินกิตติศัพท์มาแบบนั้นเหมือนกัน กลัวว่ะ
แต่ไม่เป็นไร เรื่องเฟคมา ชั้นก็เฟคตอบได้เหมือนกัน....ฮี่ๆๆๆ
แต่ไม่เป็นไร เรื่องเฟคมา ชั้นก็เฟคตอบได้เหมือนกัน....ฮี่ๆๆๆ
เขาว่ากันว่าถ้าชีวิตนี้มีเพื่อนสนิทหนึ่งคนก็นับว่าชีวิตนี้ก็มีเพื่อนแล้ว...เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ ก็คิดว่าการมีเพื่อนมากมายคือการมีเพื่อน แต่ตอนนี้ แบ่งได้แล้วว่า เพื่อนมีหลายระดับ ระดับ คนรู้จัก ระดับเป็นเพื่อน และระดับเป็นเพื่อนสนิท
อืม...แล้วก็เคยอ่านเจอว่า มิตรภาพคือการยอมรับในความแตกต่างไม่ใช่ชื่นชมในความคล้ายคลึงกัน
อืม...แล้วก็เคยอ่านเจอว่า มิตรภาพคือการยอมรับในความแตกต่างไม่ใช่ชื่นชมในความคล้ายคลึงกัน
ข้อแตกต่างที่เจอบ่อยมากสำหรับสังคมผู้หญิง กับผู้ชายคือ
ผู้หญิงจะบอกว่ากลุ่มชั้นมี xxx คนนะ
ในขณะที่ผู้ชายจะถามว่าตกลงกูอยู่กลุ่มมึงตั้งกะเมื่อไร
ผู้หญิงจะบอกว่ากลุ่มชั้นมี xxx คนนะ
ในขณะที่ผู้ชายจะถามว่าตกลงกูอยู่กลุ่มมึงตั้งกะเมื่อไร
รูปแบบของคำว่าเพื่อนเนี่ย..หาคำจำกัดความไม่ได้จริงๆนะคะป้อม..
แต่ครูว่า.. ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน.. เราก็มักอุ่นใจทุกครั้งที่มีพวกเค๊า เป็นเพื่อน..
แต่ครูว่า.. ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน.. เราก็มักอุ่นใจทุกครั้งที่มีพวกเค๊า เป็นเพื่อน..
จิงด้วย เพื่อนที่เราคบอยู่ เราค้นพบแล้ว แม่งเพื่อนเทียม เห็นแก่ตัวที่ซู้ดดด ขี้อิจฉาด้วย ยามเราทุกข์มันบอกเราว่า ไม่ชอบรับฟังความทุกข์ของใคร ทีมันทุกข์แม่งปรึกษา ระบายกับเราทุกเรื่อง พอแม่งสบายใจ เราอยากระบายบ้าง แม่งบอกไม่ว่าง วางหูเฉย โครตยี้มาก เจอเราแม่งติทุกเรื่อง ชมแต่ตัวเองว่าสวย สวย ตลอด นี่แหละเพื่อนฉัน
นัดไปดูหนัง มันขับรถไปกับแฟนไปเจอกันที่โรงหนังเลย พอขากลับมันบอกว่า จาส่งเราขึ้นรถเมล์ แล้วมันค่อยขับรถกลับกับแฟนมัน บ้านเราก็ทางผ่านมัน นี่แหละเพื่อนกรู
นัดไปดูหนัง มันขับรถไปกับแฟนไปเจอกันที่โรงหนังเลย พอขากลับมันบอกว่า จาส่งเราขึ้นรถเมล์ แล้วมันค่อยขับรถกลับกับแฟนมัน บ้านเราก็ทางผ่านมัน นี่แหละเพื่อนกรู
เราเคยคิดนะว่าเพื่อนนี่แย่จังแต่คิดดูดีๆนะเราจะอยู่โดยไม่มีเพื่อนไม่ได้ทุกคนถูกสร้างมาไม่เหมือนกันเราไม่สามารถคาดหวังหรือตั้งกฎเกณว่าเพื่อนต้องเป็นงี่นะงั้นนะเพราะเขาก็เป็นแค่คนๆหนึ่งเหมือนเราคนเรามีความขัดแย้งกันได้เพราะคนๆนั้นก็แค่มีความคิดไม่ตรงกับเราเท่านั้นแต่ถ้าเรารู้ว่าสิ่งไหนดีไม่ดีเราก็เลือกได้นี่ว่าจะทำหรือไม่ทำบางครั้งการที่เราเงียบไม่พูดไม่รับรู้แล้วปล่อยเรื่องบางเรื่องผ่านเลยไปมันก็ดีนะมันจะได้ไม่มีปัญหาแล้วเราต่างหากที่เป็นฝ่ายชนะชนะใจตนเองเรารับฟังได้แต่เราไม่ทำตามก็ได้ถ้าเรารู้ว่าเราถูกเรายังต้องเจออะไรอีกเยะนะเราเราต้องเรียนรู้อะไรอีกยาวไกลสักวันเราก็ต้องเจอเพื่อนแท้สำหรับเราปัญหาต่างๆเธอไม่ได้เจอคนเดียวนะคนบนโลกก็เจออีกเยะเราต้องเรียนรู้และผ่านมันไปได้ด้วยดี
ตอนนี้เพิ่งโดนบอยคอตมา..ครั้งแรกในชีวิตเลยมั้ง เหอะๆ
มันก็อดแปลกใจไม่ได้อ่ะนะ แต่ก็ยอมรับว่าอาจเพราะเรามั้ง...เราคงเข้ากันไม่ได้จิงๆอ่ะดิ ถึงจะบอกว่าราดีเกินไป แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลหรอก ..เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมากกว่า ก็คงได้แต่ขอให้เวลาช่วยเยียวยามันแล้วกัน เราเหนื่อยพอแล้ว มันคงถึงจุดอิ่มตัวที่เราไม่สามารถกลับไปเริ่มใหม่หรือแก้ไขอะไรๆได้อีกแล้วแหละ พอแล้วเนอะ...หยุดดีกว่า 55+
มันก็อดแปลกใจไม่ได้อ่ะนะ แต่ก็ยอมรับว่าอาจเพราะเรามั้ง...เราคงเข้ากันไม่ได้จิงๆอ่ะดิ ถึงจะบอกว่าราดีเกินไป แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลหรอก ..เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมากกว่า ก็คงได้แต่ขอให้เวลาช่วยเยียวยามันแล้วกัน เราเหนื่อยพอแล้ว มันคงถึงจุดอิ่มตัวที่เราไม่สามารถกลับไปเริ่มใหม่หรือแก้ไขอะไรๆได้อีกแล้วแหละ พอแล้วเนอะ...หยุดดีกว่า 55+
เคยเหมือนกันแต่ไม่ได้ทั้งกลุ่มแค่5คนจาก7 เราปากไม่ดีอะชอนนินทา เราไม่คิดว่ามันจะโกดเราด้วยเรื่องแค่เนี้ยเพราะเราก็จับกลุ่มนินทาบ่อยๆ พอมันรู้ว่าเราว่ามันก็โกดคนอื่นก็โกดตาม มันเย็นชามากเลย เราเลยร้องไห้ๆๆๆขอโทด มันบอกด้วยว่าไม่ได้โกดเราแต่เกลียดเราเลยร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่ มีเพื่อนมาปลอบเราเยอะแยะอะ เราตัดใจไปอยู่กลุ่มใหม่แต่เรารู้สึกเหมือนไม่มีเพื่อนหนิด ก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลาอะ แต่ทนไม่ได้แล้วเราก็เลยไปอยู่อีกกลุ่มนึงที่รุสึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่กลุ่นี้เด็กเรียนอะ แล้วไม่เลยอะ เรายอมรับว่าเรายึดติดแบบว่าเพื่อนชั้นต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันทำให้ไม่มีความสุขเพราะไม่มีเพื่อนคนไหนเหมือนที่ตั้งไว้ มันเป็นความคิดที่ผิดอะ ตอนนี้ปิดเทอมแล้ว เปิดเทอมค่อยเรื่มต้นใหม่เพื่อนยังมีอีกเยอะ หาใหม่ก็ได้เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เจอ
แต่เรามีเพื่อนแท้นะ อยู่คนละโรงเรียนแต่ยังติดต่อกัน ไปเที่ยวกัน ปรึกษาปัญหา
แต่เรามีเพื่อนแท้นะ อยู่คนละโรงเรียนแต่ยังติดต่อกัน ไปเที่ยวกัน ปรึกษาปัญหา
เรื่องแบบ นี้เราก็เคยเจอ ตอนแรกๆ ก็มีเพื่อนสนิททั้งกลุ่ม สามคน รวมเราเปงสี่ คราวนี้ช่วงหลังๆนะ ไอ้สองตัวนะ แม่ง เลิกคุยกะเราเลย แบบ ตอนแรกก็ทามเปงไปพูดกะเพื่อนใหม่เราว่า อย่ามาแย่งเราไป ยังนู้นอย่างนี้ เหมือนเราเปงคนสำคัญ สุดท้าย ตัวมานก็หายไป แบบ ไม่มีคุยกัน แบบ ว่าแต่เขาอิเหนาเปงเอง
เรื่องแบบ นี้เราก็เคยเจอ ตอนแรกๆ ก็มีเพื่อนสนิททั้งกลุ่ม สามคน รวมเราเปงสี่ คราวนี้ช่วงหลังๆนะ ไอ้สองตัวนะ แม่ง เลิกคุยกะเราเลย แบบ ตอนแรกก็ทามเปงไปพูดกะเพื่อนใหม่เราว่า อย่ามาแย่งเราไป ยังนู้นอย่างนี้ เหมือนเราเปงคนสำคัญ สุดท้าย ตัวมานก็หายไป แบบ ไม่มีคุยกัน แบบ ว่าแต่เขาอิเหนาเปงเอง
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
เพื่อนที่ไม่ให้อาภัยเขาคิดว่าเพื่อนหรือไง ตอบมาเบอร์ที่ 0852494464 รับฟังได้ทุกเวลา เบอร์จริงไม่ได้โม
ชีวิตชั้นเคยคิดว่ามีเพื่อนรักเเละเพื่อนเเท้คนเดียวเท่านั้น
ชั้นมีเพื่อนที่ผูกพันมานาน หลายปี สนิทกันมากที่สุดเเล้ว เเม้ว่ามีบางทีที่เค้าจะไม่ดีกะเราบ้าง เเต่ชั้นก้อรู้เสมอว่าเค้าคือเพื่อนที่ชั้น"รัก"
ต่อมามีเพื่อนที่เข้ามาไม่นาน มาดึงเค้าไป มันช่างง่ายดายซะเหลือเกิน ถ้าไม่มีคนคนนี้ เพื่อนรักชั้น ชั้นก้อคงจะเป็นเพื่อนรักของเค้าอยู่เหมือนกัน
เเต่ตอนนี้เค้าคงลืมอดีตที่เคยผูกพันไปเเล้ว สิ่งดีๆที่ชั้นทำให้เค้ามันสูญเปล่าไปเเล้ว เพียงเเค่เค้า"ลืม"เท่านั้น
เพื่อนรักของชั้นจ๋า หากวันไหนที่เธอเหงา ให้เธอนึกถึงชั้นนะจ๊ะ
ถ้าวันไหนเพื่อนของเธอไม่รักเธอเหมือนเดิม อย่าลืมชั้นนะจ๊ะ
เเม้วันนี้จะไม่มีกันเเละกันเหมือนเดิม
เเต่ชั้นยังรักเธอเสมอนะ
ชั้นคงเป็นได้เเค่เพื่อนเเท้ของใครบ้างคน บางคนที่เค้าไม่ใช่เพื่อนเเท้ของชั้น บางคนที่ชั้นอาจจะไม่สามารถเฮฮากับเค้าได้ทุกเรื่อง
ถึงวันนี้ชั้นไม่มีเธอเเล้ว ชั้นจะเก็บความทรงจำดีๆของเราเอาไว้เสมอนะ
รักเพื่อนอย่างเเกหว่ะ
ชั้นมีเพื่อนที่ผูกพันมานาน หลายปี สนิทกันมากที่สุดเเล้ว เเม้ว่ามีบางทีที่เค้าจะไม่ดีกะเราบ้าง เเต่ชั้นก้อรู้เสมอว่าเค้าคือเพื่อนที่ชั้น"รัก"
ต่อมามีเพื่อนที่เข้ามาไม่นาน มาดึงเค้าไป มันช่างง่ายดายซะเหลือเกิน ถ้าไม่มีคนคนนี้ เพื่อนรักชั้น ชั้นก้อคงจะเป็นเพื่อนรักของเค้าอยู่เหมือนกัน
เเต่ตอนนี้เค้าคงลืมอดีตที่เคยผูกพันไปเเล้ว สิ่งดีๆที่ชั้นทำให้เค้ามันสูญเปล่าไปเเล้ว เพียงเเค่เค้า"ลืม"เท่านั้น
เพื่อนรักของชั้นจ๋า หากวันไหนที่เธอเหงา ให้เธอนึกถึงชั้นนะจ๊ะ
ถ้าวันไหนเพื่อนของเธอไม่รักเธอเหมือนเดิม อย่าลืมชั้นนะจ๊ะ
เเม้วันนี้จะไม่มีกันเเละกันเหมือนเดิม
เเต่ชั้นยังรักเธอเสมอนะ
ชั้นคงเป็นได้เเค่เพื่อนเเท้ของใครบ้างคน บางคนที่เค้าไม่ใช่เพื่อนเเท้ของชั้น บางคนที่ชั้นอาจจะไม่สามารถเฮฮากับเค้าได้ทุกเรื่อง
ถึงวันนี้ชั้นไม่มีเธอเเล้ว ชั้นจะเก็บความทรงจำดีๆของเราเอาไว้เสมอนะ
รักเพื่อนอย่างเเกหว่ะ
ขอแจม เพื่อนแท้จะวัดกันได้ด้วยปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ "เงิน" เราพิสูจน์มาแล้ว เหอ ๆ ว่าไม่มีเพื่อนแท้ในโลกนี้หรอก นอกจากครอบครัวตัวเอง
เราก้อว่าความคิดดีเหมือนกันนะ เพราะเราก้อได้เจอกับตัวเองเหมือนกัน แบบว่าเราเงียบบ เเต่เพื่อนมัน
ตรงง ก้อเลยเข้ากันไม่ได้ เราก้อกำลังหาเพื่อนใหม่อยู่เหมือนกัน เเละปีหน้าคงย้ายห้องด้วยหละ
ตรงง ก้อเลยเข้ากันไม่ได้ เราก้อกำลังหาเพื่อนใหม่อยู่เหมือนกัน เเละปีหน้าคงย้ายห้องด้วยหละ
อ่านแล้วเคร้านะ เห็นใจด้วย เราเองก็กำลังมีปัญหากับเพื่อน ไม่รู้ว่าทำไมนะ ช่วงนี้รู้สึกว่าอึดอัด จะทำอะไรก็โดนว่าอย่างนู้นอย่างนี้ พูดนิดพูดหน่อยก็ว่า พอไม่พูดก็ว่า ชอบพูดกระแทกแดกดัน พูดจาส่อเสียดไม่ไว้หน้า พอมีปัญหามาปรึกษาก็ไม่อยากฟัง ไม่เคยสนใจความรู้สึก ทำไรก็ผิด สอบได้คะแนนน้อยก็เยาะเย้ย สอบได้คะแนนมากก็พูดให้ ทำงานดีเกินไปก็ว่า ตกลงเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่มั๊ย เธอเคยสนใจความรู้สึกฉันอยู่มั๊ย
ตอนเราอยู่ป.6 เราก็เคยโดนเพื่อนไม่เล่นด้วย ไม่มีคนคุยด้วย โดนล่อแสบๆ
( หมา-กะ-ทุ = หมูกระทะ)ทุกวันเลย เราเลยไม่อยากไปโรงเรียนเลย
มาสเตอร์แชมป์
ไอ้แพท..