2004/Dec/19

มีหลายคนสงสัยว่า เค้านับกันยังไงนะ...
ขนาดเราเรียนเพศศึกษามาหลายปี ยังงงเล้ยยย...
แต่ที่จะเขียนเนี่ย เขียนไว้เป็นวิทยาทานนะ สำหรับคนที่กำลังสับสน
เราเองไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ในการคุมกำเนิดเท่าไหร่
เพราะนับ 7 ไป นับ 7 มา ก็มีลูก 7 คนเข้าไปและ
ทางที่ดี สวมเสื้อฝนให้น้องชายก่อนปฎิบัติกิจก็ไม่เลวนะเคอะ ไม่ต้องมานั่งกังวลด้วย

เอาล่ะ มาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่า

วิธีการคุมกำเนิดจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ แบบชั่วคราวและแบบถาวร

โดยแบบที่นิยมใช้กันมากคือ แบบชั่วคราว ซึ่งมีหลายวิธีการ กล่าวคือ การนับวันที่ที่ปลอดภัย หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "หน้า 7 หลัง 7" ซึ่งหมายถึงนับจากวันที่มีประจำเดือนคราวที่แล้ว โดยคาดการณ์ว่าประจำเดือนจะมาอีกครั้งเป็นวันที่เท่าไร โดยช่วงก่อนประจำเดือนรอบใหม่มา 7 วัน และนับจากที่มีประจำเดือนมาต่อไปอีก 7 วัน เบ็ดเสร็จรวม 14 วัน นับเป็นช่วงที่ปลอดภัย
ตัวอย่างเช่น น้องเอ มีประจำเดือนมาในวันที่ 9 ของทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นช่วงที่ปลอดภัยของน้องเอและแฟนหนุ่มก็คือ วันที่ 2-8 และวันที่ 10-16 ของเดือนนั้น
เป็นวิธีการควบคุมกำเนิดแบบวิถีธรรมชาติ จะได้ผลดีเมื่อมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอ เป็นรอบที่แน่นอน แต่ก็เสี่ยงต่อการจำวันผิดพลาดถ้าไม่ได้มีการจดบันทึก
อีกประการหนึ่งคือ ช่วงที่มีประจำเดือนปากมดลูกจะเปิดเพื่อให้ขับเลือดออก ถ้ามีการร่วมเพศช่วงนั้นมีโอกาสที่จะติดเชื้อทำให้มดลูกอักเสบมีมากกว่าช่วงปกติ เพราะเชื้ออสุจิจะนำเอาเชื้อโรคภายนอกเข้าสู่โพรงมดลูกที่มีการลอกหลุดทำให้เกิดปัญหาได้

การรับประทานยาคุมกำเนิด

โดยทั่วไปยาคุมกำเนิดจะมี 2 แบบ คือ แบบ 21 เม็ดและแบบ 28 เม็ด โดยแบบ 28 เม็ดมี 7 เม็ดสุดท้ายจะเป็นวิตามิน ให้รับประทานเพื่อกันลืม
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานจะมีข้อห้ามใช้ในบางคนที่มีโรคหรือภาวะต่อไปนี้ คือ เส้นเลือดอุดตันที่สมอง เส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ คนตั้งครรภ์ คนเป็นโรคตับหรือเคยตัวเหลือง ความผิดปกติของอวัยวะเพศ เช่น เป็นกะเทย เป็นมะเร็งเต้านม และคนที่มีเลือดออกจากช่องคลอดแบบผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุการวินิจฉัย ดังนั้นก่อนจะเลือกวิธีคุมกำเนิดชนิดนี้ ควรได้มีการสอบถามรายละเอียดดังกล่าว นอกจากนี้อาการอื่นอันเป็นผลจาฮอร์โมนเอสโตรเจนจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อันเป็นผลข้างเคียงของยา ไม่ใช่อาการแพ้ยา
การเลือกยาคุมกำเนิดชนิดไหนควรจะปรึกษากันระหว่างผู้ใช้กับผู้รู้ ส่วนเทคนิคการทานควรจะทานเป็นเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อกันลืม โดยเริ่มยาคุมกำเนิดเม็ดแรกภายในวันที่ 5 ของวันที่มีประจำเดือนมา ถ้าลืมรับประทาน 1 เม็ด ให้รับประทานชดเชยวันรุ่งขึ้นเป็น 1 เม็ดเช้าเย็น ถ้าลืม 2 วันให้เพิ่มชดเชยเป็น 1 เม็ด เช้าเย็น 2 วัน ถ้าลืมรับประทานยา 3 เม็ด ให้งดยาแผงนั้นแล้วคุมกำเนิดโดยวิธีอื่น จนกว่าประจำเดือนจะมาค่อยเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ ซึ่งยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานเหมาะสำหรับสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่ที่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร

การฉีดยาคุมกำเนิด
ยาฉีดเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยขนาดที่ใช้ 1 ขวด 3 มล. มียาอยู่ 150 มก. โดยฉีดทุก 84 วันหรือ 12 สัปดาห์ ไม่ใช่ 90 วัน เพราะโอกาสพลาดจะเพิ่มขึ้น ถ้านับ 90 วัน การใช้ยาฉีดจะพบว่า ประจำเดือนจะมาน้อยหรือขาดหายไป และถ้าฉีดช่วงแรกๆ อาจพบมีประจำเดือนมากระปริบกระปรอย (Estrogen Withdrowal Bleeding) การฉีดจะทำให้ไข่ไม่ตก และอาจเกิดภาวะหมันชั่วคราวได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตรมาแล้ว และผู้ที่ทนผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานไม่ไหว ข้อห้ามยาฉีดใกล้เคียงยารับประทาน การหยุดฉีดเพื่อให้มีบุตรต้องวางแผนล่วงหน้า 6-12 เดือน เพราะบางครั้งกว่าร่างกายจะปรับสมดุลย์ฮอร์โมนสู่ภาวะปกติอาจต้องใช้เวลานานดังกล่าว

ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง (Norplant)
เป็นยาคุมที่ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลักษณะเป็นหลอด ใช้ฝังบริเวณต้นแขนด้านใน โดยฮอร์โมนจะค่อยๆ กระจายสู่ร่างกายช้าๆ มีผลคุมกำเนิดนานประมาณ 5 ปี เหมาะสำหรับผู้มีบุตรเพียงพอแล้ว หรือต้องการเว้นระยะห่างของการมีบุตรนานๆ ปัจจุบันสะดวกสามารถรับบริการได้ตามโรงพยาบาลของรัฐและคลีนิคทั่วไป
การใส่ห่วงอนามัย (IUD)
เป็นการคุมกำเนิดที่นิยมทำกันในกลุ่มแม่บ้านที่ต้องการคุมกำเนิดนานๆ อาจใส่หลังคลอดหรือช่วงประจำเดือนมา (จริงๆ ใส่ช่วงไหนก็ได้ที่ไม่ตั้งครรภ์)
ปัจจุบันมีห่วงที่นิยมใช้อยู่ 2 แบบ คือ คอปเปอร์ที่ (CU-T) และมัลติโหลด (Multiload) การใส่ห่วงอนามัยต้องอาศัยบุลากรที่ผ่านการอบรมด้านเทคนิค ห่วงสามารถคุมกำเนิดได้นานประมาณ 3 ปี หลังใส่อาจมีอาการปวดเกร็งท้องได้ ห่วงอนามัยไม่เหมาะกับคนที่มีโอกาสติดเชื้อง่าย
การสวมถุงยางอนามัยสตรี (Diaphragm)
เป็นถุงยางขนาดค่อนข้างใหญ่ให้ผู้หญิงสวมก่อนมีเพศสัมพันธ์มีมานานแล้วแต่เพิ่งมาเพิ่มความนิยมช่วงที่มีการนำเอามาใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ ปัจจุบันออกแบบใช้สะดวกขึ้น ไม่รำคาญ ใช้ง่าย ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เหมาะสำหรับการคุมกำเนิดและป้องกันการติดเชื้อ กรณีผู้ชายปฏิเสธถุงยางอนามัยแบบผู้ชาย

การสวมถุงยางอนามัยผู้ชาย (Condom)
เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่ายสะดวกและมีความปลอดภัยในการป้องกันการตั้งครรภ์ และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่น เอดส์ หนองใน แผลริมอ่อน ซิฟิลิส ฯลฯ เทคนิควิธีการใช้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ กล่าวคือ ต้องมีการพิจารณาถึงคุณภาพและชนิดของถุงยาง โดยดูวันหมดอายุ การฉีกซองต้องระวังถุงยางจะรั่วขาด การสวมต้องขณะอวัยวะเพศชายแข็งตัว โดยบีบที่ปลายถุงแล้วสวมเพื่อให้ส่วนปลายเป็นที่รองรับน้ำอสุจิที่จะหลั่งออกมา ห้ามใช้วาสลินหรือน้ำมันเป็นสารหล่อลื่น แต่ให้ใช้เจลหรือน้ำแทน เมื่อใช้เสร็จการถอดต้องใช้กระดาษทิชชูพันรอบแล้วดึงออกมานำทิ้งในภาชนะที่จัดไว้ เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย ราคาไม่แพง (ศึกษาวิธีใส่ได้จากบลอคของanew)
นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ยังมีการนำวิธีคุมกำเนิดมาใช้หลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว คือ คุมกำเนิดหลังร่วมเพศ ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในสังคมปัจจุบัน เพราะมีอิสระในการหาซื้อยา และมีอิสระในเรื่องเพศ

วิธีการคุมกำเนิดหลังร่วมเพศมีหลายวิธีดังต่อไปนี้
การรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณเอสโตรเจนสูง เพื่อป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อน โดยเพิ่มการเคลื่อนไหว บีบตัวของมดลุกและท่อนำไข่ ทำให้การผสมกันระหว่างไข่และเชื้ออสุจิเป็นไปได้ยาก ยากลุ่มนี้ชื่อ ออพรอล (Ovral) โดยรับประทานครั้งเดียว 4 เม็ด หลังร่วมเพศ พบว่า มีผลคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ อาการข้างเคียงจากยา คือ คลื่นไส้ อาเจียน พบได้บ่อย

ยาอีกตัวที่นำมาใช้คือ โพสตินอร์ (Postinor) ซึ่งมีปริมาณโปรเจสเตอโรนสูง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ควรรับประทานมากกว่า 4 เม็ดต่อเดือน และควรใช้หลังร่วมเพศภายใน 3 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง ผลระยะยาวของยาตัวนี้คือ เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของมดลูกได้ นอกจากนี้ยาฉีดที่มีปริมาณโปรเจสเตอโรนสูง ก็มีการนำมาใช้โดยหวังผลการออกฤทธิ์ ทำให้เกิดภาวะเหมือนมีประจำเดือนคือ ผนังมดลูกลอกหลุด แบบช่วงมีประจำเดือน การใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ก็มีการนำมาใช้ โดยใส่ห่วงอนามัยภายใน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ นับว่าป้องกันการตั้งครรภ์ก็ได้ผลดี

ทั้งนี้ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เตรียมการป้องกันการตั้งครรภ์ คือ ยังไม่พร้อม แต่มีเพศสัมพันธ์แล้วเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็พยายามหาทางที่จะทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง อาจจะหาซื้อยาขับเลือดตามท้องตลาดหรือใช้วิธีบีบรัดหน้าท้อง หรือหาผู้รับจ้างทำแท้งเถื่อนด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดการติดเชื้อจนถึงเสียชีวิตปีละจำนวนมาก

ปัจจุบันปัญหานี้ได้มีการพิจารณาและเปิดเป็นคลีนิคดาวพระศุกร์ตามโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ต่อไป จริงๆ แล้วการทำแท้งเถื่อนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีต่อไปนี้คือ เพื่อสุขภาพของแม่ทั้งร่างกายและจิตใจ ทางคดีที่เกี่ยวข้องกับการข่มขื่น โดยต้องมีใบแจ้งความจากเจ้าพนักงาน นอกเหนือจากนี้ถือเป็นการทำแท้งเถื่อนทั้งนั้น

วิธีการคุมกำเนิดหรือการวางแผนครอบครัวเป็นเรื่องใกล้ตัว การจะบอกว่าวิธีไหนดีที่สุดคงบอกไม่ได้ แต่ถ้าได้มีการปรึกษาถึงเรื่องข้อดี ข้อด้อยของแต่ละวิธี ความพร้อมของผู้ใช้ ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนปัจจัยทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจก็จะหาวิธีที่เหมาะสมของแต่ละคนได้ การวางแผนล่วงหน้าจะทำให้เกิดปัญหาได้น้อยมาก

อย่างนี้ หนูจะท้องมั้ยคะ?
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน แล้วสงสัยว่าจะปลอดภัยจากการตั้งครรภ์หรือไม่ ก็คงต้องเข้าใจกลไกการตั้งครรภ์ก่อน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีตัวอสุจิผสมกับไข่
2. ไข่ของผู้หญิงจะสุกเดือนละครั้ง และมีอายุประมาณ 24 ชั่วโมง
3. เชื้ออสุจิเมื่อมาอยู่ในตัวผู้หญิงแล้ว มีคุณสมบัติที่จะผสมได้ 48 ชั่วโมง
4. เมื่อไข่ของหญิงสุกแล้วถ้าไม่มีการปฏิสนธิ อีก14 วันต่อมาก็จะมีรอบเดือน
5. การตกไข่อาจมีการคลาดเคลื่อนจากวันที่คำนวณ บวกลบ 2วัน (แปลว่าอาจมีก่อน 2 วัน หรือหลัง 2 วัน )
รอบเดือน
โดยปกติหญิงจะมีรอบเดือนรอบละ 4 สัปดาห์ นั่นคือ 28 วันจะมาหนึ่งครั้ง แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีรอบเดือน รอบละ 28 วันเสมอไป บางคนก็มีรอบสั้น บางคนก็มีรอบยาว ถ้ามีรอบสั้นก็มาเร็ว เช่น รอบละ 24 วัน ก็แปลว่า ทุกๆ 24 วัน จะมาหนึ่งครั้ง ถ้าดูจากวันที่ในปฏิทิน วันที่รอบเดือนมาก็จะร่นเข้ามาเรื่อยๆ ถ้ามีรอบที่ยาว รอบเดือนก็จะมาช้าไป เช่น รอบละ 32 วัน ก็แปลว่า ทุกๆ 32 วันก็จะมีรอบเดือนหนึ่งครั้ง กรณีนี้ ถ้าดูวันที่ในปฏิทินก็จะเห็นว่า รอบเดือนจะเลื่อนออกไปทุกเดือน

แล้วอย่างนี้จะท้องหรือเปล่า
เวลาคุณถามมาว่า มีเพศสัมพันธ์วันที่....จะท้องหรือเปล่า
ผมก็จะถามว่า
  • รอบเดือนมาครั้งสุดท้าย วันที่เท่าไหร่ (วันแรกที่มา) ?
  • รอบเดือนมาสม่ำเสมอหรือไม่ ?
  • รอบเดือน กี่วันมาครั้ง (เช่น 30-31 วันมาครั้ง) ?
ผมก็นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา ไปอีก 30 วัน ก็คือวันที่คาดว่ารอบเดือนควรจะมาครั้งต่อไป ผมก็เอา 14 ลบจากวันที่คาดว่ารอบเดือนจะมาครั้งต่อไป วันนั้นควรจะเป็นวันที่ไข่สุก ซึ่งเป็นวันที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด

ตัวอย่าง

สมมุติว่า คุณถามมาว่ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 25 เมษายน จะตั้งครรภ์ไหม
สมมุติว่ารอบเดือนมาครั้งสุดท้ายวันที่ 7 เมษายน (7-8-9-10 เมษายน)
รอบเดือนมาสม่ำเสมอทุกเดือน 31 วันมาหนึ่งครั้ง ก็นับจากวันที่ 7 เมษายน ไปอีก 31 วัน ก็ตรงวับวันที่ 8 พฤษภาคม รอบเดือนก็จะมาอีกครั้ง (เพราะมาตรงสม่ำเสมอ) นับถอยหลังจากวันที่ 8 พฤษภาคม (ที่กะว่ารอบเดือนจะมาครั้งต่อไป) มา 14 วัน ไข่จะสุก ก็ตรงกับวันที่ 24 เมษายน แต่เผื่อไว้ว่าไข่อาจสุก บวกลบ 2 วัน นั่นก็คือ ไข่อาจสุกได้ในวันที่ 22 - 23 - 24 - 25 - 26 เมษายน แล้วมีชีวิตถึง 27 เมษายน (มีชีวิตต่ออีก 24 ชั่วโมงที่จะผสมได้)
ถ้ามีเพศสัมพันธ์ วันที่ 20 -21 เมษายนก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะเชื้อสุจิมีชีวิต 48 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยคือ 20 - 21- 22 - 23 - 24 - 25 - 26 - 27 เมษายน

คุณคงได้คำตอบว่า ถ้ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 25 เมษายน (ที่ถามมา) จะปลอดภัยหรือไม่

ข้อยกเว้น
ที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้นนี้ พูดถึงกรณีที่หญิงมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอ สามารถกะวันที่รอบเดือนจะมาครั้งต่อไปได้ แต่ก็มีหญิงอีกจำนวนมากที่รอบเดือนมาเอาแน่นอนไม่ได้ บางเดือนก็มาเร็ว บางเดือนก็มาช้า เรียกว่ามาแบบสะเปะสะปะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่สามารถตอบได้แล้วครับ ว่าท้องหรือไม่ท้อง

คำถามเพิ่มเติม
ถาม : กรณีที่ไม่สอดใส่ แต่ masturbate จนของฝ่ายชายหลั่งแล้วบังเอิญมาโดนบริเวณอวัยวะเพศ จะท้องไหม
ตอบ : โดยปกติถ้าไม่มีการสอดใส่โอกาสตั้งครรภ์แทบจะไม่มี ยังไม่เคยมีรายงานการตั้งครรภ์แบบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าถ้ามีน้ำอสุจิไปโดนบริเวณนั้น เพื่อความไม่ประมาท ควรล้างหรือเช็ดออกโดยเร็ว ถ้าไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ ก็ไม่ควรเปิดโอกาสใดๆที่อาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้น

ถาม : นิ้วฝ่ายชายเปื้อนอสุจิ (ช่วยตัวเองมาก่อน) แล้วมาแหย่เข้าช่องคลอด จะท้องไหม
ตอบ : ถ้าคราบอสุจิยังเปียกอยู่ โอกาสตั้งครรภ์ก็มี ถ้าอยู่ในช่วงไม่ปลอดภัย หรือถ้าเป็นรายพันธุ์ดก (ครอบครัวมีลูกมาก) แต่โอกาสก็น้อยยยยยย และถ้าได้เช็ดหรือล้างแล้วก็ไม่มีอะไรต้องห่วงครับ

ถาม : อสุจิอยู่ในช่องคลอดได้นานแค่ไหน
ตอบ : โดยปกติ ก็48 ชั่วโมง แต่ก็มีบางรายที่เป็น super sperm ( แบบ superman นั่นแหละ) ก็อาจอยู่ได้นานกว่านั้น บางรายงานก็ว่า 5วันหรือ 6 วันก็มี

ถาม : แล้วนอกช่องคลอดล่ะ อสุจิอยู่ได้นานแค่ไหน
ตอบ : ก็อยู่กับสภาพแวดล้อม ถ้าอากาศแห้ง หรือโดนแดด ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็หายซ่าแล้ว แต่ถ้าอากาศเป็นใจ ในห้องแอร์ อาจอยู่ได้หลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามถ้าคราบอสุจิแห้งแล้ว ตัวอสุจิก็หงิกตายหมดแล้วครับ
ถ้าเอาคราบอสุจิที่ทิ้งเรี่ยราดมาป้ายใส่ช่องคลอดจะท้องไหม...แหม ปลาขึ้นบกนานๆ ก็อ่อนแรงจนไม่สามารถผสมได้แล้วครับ

ถาม : ร่วมกันตอนมีรอบเดือนจะท้องไหม
ตอบ : ขึ้นอยู่กับว่ารอบเดือนมาสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าไม่สม่ำเสมอ แล้วเกิดไข่ตกเร็วในช่วงท้ายๆของการมีเลือด ก็อาจตั้งครรภ์ได้
แล้วถ้ารอบเดือนมาสม่ำเสมอ 28 วันมาทีล่ะ จะปลอดภัยไหม ก็ไม่แน่อีกนั่นแหละ คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าคราวหน้าเลือดจะมาตรงอีก แล้วถ้าเกิดคราวหน้าเลือดเกิดมาเร็วเพราะไข่ตกเร็ว เช่นตกตอนวันที่ 6 หรือ 7 นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา ก็อาจทำให้ตั้งครรภ์ได้
(แต่ถ้าไม่ตั้งครรภ์ รอบเดือนถัดมาก็จะมาเร็วกว่ากำหนด) ซึ่งก็พบได้บ่อยๆ


หลายคนสงสัยถึงการขาดประจำเดือน ว่าเค้านับกันยังไง ถึงจะสงสัยว่าตัวเองจะท้อง
ให้นับจากวันที่ประจำเดือนควรจะมาในเดือนนั้น หากคลาดเคลื่อน 1-14 วันก็ตรวจได้เลย
แต่ไม่ใช่การตรวจหลังจากมีเพศสัมพันธ์นะจ๊ะ อย่าสับสน
ซึ่งเด๋วนี้ เครื่องมือในการตรวจการตั้งครรภ์เนี่ย ก็มีขายตามเซเว่นหรือร้านขายยาทั่วไป
ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจจากปัสสาวะแล้วนำมาทดสอบกับแถบสี ซึ่งจะรู้ผลทันที หลังจากทดสอบประมาณ 3-5 นาที
แต่ก็ให้ความมั่นใจเพียง 90% เท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจก็ควรไปตรวจในคลีนิคหรือโรงพยาบาลเลยดีกว่า

ที่สำคัญป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้ ถึงแม้ว่าจะใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ก็ตาม
อย่างไร เราก็ควรยับยั้งชั่งใจและมั่นใจในคู่รักของตัวเองด้วย ทางที่ดีก่อนจะแต่งงานหรือตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์กัน ควรตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อHIVก่อนก็จะเป็นการดีนะจ๊ะ

เนื้อหาบางส่วน รวบรวมข้อมูลจาก www.clinicrak.com โดย บทความของคุณหมอพิทยา จารุพูนผลและคุณหมอรุ่งโรจน์ ตรีนิติ

http://www.clinicrak.com/birthcontrol/birthcontrol.html
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=0061&maintype=บทความเกี่ยวกับคุมกำเนิด-ท้อง-แท้ง


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อย่าเพิ่งตกใจว่าบลอคเราจะเทียบชั้นกับanew
แต่เพื่อนเราอยากรู้เรื่องนี้จริงๆ ก็เลยไปหาข้อมูลมาให้น่ะ
#1  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2004-12-19 12:55, 
Blog anti Anew-
Anew - offensive
Pompoko - defensive
#2  by  Catkun At 2004-12-19 13:58, 
เธอนี่..รับช่วงต่อยายนิวได้สบายมาก ยายป้อมมมมม
#3  by  kunow At 2004-12-19 14:15, 
โอ้ววว หุหุ
#4  by  ไอ้แพท.. At 2004-12-19 14:21, 
อ้าวๆ คุณนิวมีคู่แข่งแล้ว

เปลี่ยนแนวเหรอคุณป้อม
#5  by  นายเมฆ (61.91.106.198) At 2004-12-19 15:38, 
แหม กลายเปนทายาทอสูร
รับมรดกจากบล็อคเจ๊นิวไปซะแร้น~!

เจ้าคือทายาทคนต่อไป~~~~~
#6  by  \=+=[~MasKoto~]=+=/ At 2004-12-19 16:02, 
อืมม์ มากราบคารวะค่ะ
เอาของฝากจากอียิปต์มาด้วย
แวะไปรับที่บล็อคด้วยนะคะ เจ๊ปลอม
/ME กราบเบญจางคประดิษฐ์
#7  by  bwitch At 2004-12-19 17:57, 
คนลาวเรียกถุงยางว่า ``เสื้อฝนน้อย'' :-)
#8  by  veer At 2004-12-19 18:33, 
เราว่าจับมือกันเปิดคลีนิครับปรึกษาปัญหาทางเพศเลยดิ อิอิ ^^
#9  by  pine At 2004-12-19 20:52, 
วันนี้มาแปลก..
555+
#10  by  d ii z e m b e r* At 2004-12-20 01:37, 
ง่า...กลายเป็น Apom สืบทายาทต่อจาก Anew อิอิ
#11  by  mariposa (203.146.255.66) At 2004-12-20 13:29, 
เจ๊ปลอมๆ
เปลี่ยนRINGเหอะ
มาอยู่กะหนูกะเจ๊นิว


เจ๊ๆอย่าให้ผู้ชายเขารู้นะว่าเราศึกษาเรื่องพวกนี้นะ..
เดี๋ยวจะหาว่าหนูไม่เตือน

เออๆ ทำงัยให้ไอ้ข้อมูลด้านขวามันระเห็ดลงไปข้างล่างอย่างของเจ๊กะเฮียล่ะ


ดูจากปีเกิดแล้ว...ท่าทางเราจะทันรุ่นกันว่ะ
ที่โรงเรียนน่ะ...
#12  by  มือที่สามของความรักเจ๊...ถ้าเขาเผลอเจอกันนะคะพี่วีร์ กรี๊วว์ (202.176.117.247) At 2004-12-20 16:52, 
ดีแล้วฮ่ะหนูป้อม

คุณนิวจะได้เขียนแต่กระทู้เสียตัวเสียผัวเสียเมียอย่างเดียวเลย

ส่วนหนูป้อมก็เขียนกระทู้ป้องกันต่างนานาไป

Exteen (วัยรุ่นสุด XXX) จะได้สมดุลไงเคอะ

โฮะ...โฮะ...โฮะ...(เอามือป้องปากพร้อมหัวเราะอย่างพึงพอใจเป็นที่สุด)
#13  by  anew (202.28.76.212) At 2004-12-20 16:55, 
น้องมือที่สาม ที่ชั้นก็รู้ว่าเธอคือใคร : ชั้นทำธีมใหม่ไง
แล้วทีนี้ ถ้าเอารูปมาลงแล้วมันกว้างเกินไปเนี่ย มันก็จะระเห็ดมาอยู่ข้างล่างข้อความไปเอง
หุหุ.....มาตีท้ายครัวชั้นรึ? เอาซี้....

anew : เราเป็นบลอคพี่ บลอคน้องไง
แบบว่าลองทำแบบนิวไปแล้ว แต่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง
มาปรึกษาบลอคเดี๊ยนได้.....
#14  by  pompoko (203.172.101.13) At 2004-12-20 17:29, 
สอนเพศศึกษากันหรอเนี่ย...
#15  by  [ Sai ];charot At 2005-05-25 20:48, 
#16  by  ดอกไม้ , ร้านดอกไม้ At 2005-07-13 23:56, 
#18  by  เพีนรย (58.147.44.3) At 2006-09-07 13:59, 
เราคิดว่าที่ลงข้อมูลหน้า 7 หลัง 7 อ่ะ ผิดนะ เพราะที่จริงแล้วถ้าประจำเดือนมาวันที่ 9 วันปลอดภัยควรจะเป็นวันที่ 3 จนถึงวันที่15 เพราะต้องนับวันที่ 9 เข้าไปด้วย
เราศึกษามา คิดว่าน่าจะใช่
#19  by  kiko (125.24.151.39) At 2007-07-25 11:57, 
น่ารัก
#20  by  รุ้ง (124.157.228.108) At 2008-02-20 17:06, 
#21  by  007 (222.123.148.15) At 2008-07-07 19:27, 
หน้าเจ็ดหลังเจ็ดชัวมั้ยค่ะ
#22  by  กิ๊ฟ (203.172.181.131) At 2008-07-22 12:16, 

<< Home


Pompoko Luv Everybody
View full profile