2013/Dec/18

สวัสดีกันค่ะ ผู้อ่านทุกท่านคะ

หลังจากเวียนว่ายตายเกิดใน exteen มาจนถึงวันที่บล็อกร้าง เอ๊ย เข้าไม่ได้แล้ว เราเลยขอเปิดบล็อกใหม่มาพรั่งพรูเวิ่นเว้อให้มันสะใจกว่าเขียนสเตตัสในเฟสบุ๊คนะคะ

ขี้เกียจจะด่าระบบบล็อกที่เก่าละค่ะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ที่นี่เนาะ

ขอ ประเดิมบล็อกแรกจากเรื่องล่าสัดกันก่อน คือ เพิ่งไปยืดผมมาค่า สมัยก่อนยืดผมจะเรียกกันว่ายืดผมถาวร หรือรีบอนดิ้งกันใช่มั้ยคะ ตอนนี้มันมีอีกศัพท์มาใหม่แล้วค่ะ มันคือ การยืดผมแบบวอลลุ่ม (Volume) หรือถ้าอ่านแบบเมกันต้องอ่านว่า วอยุ่ม หรือถ้าอ่านแบบเกาหลีก็ บอลุ่ม โอ๊ย จะอ่านหลายภาษาทำไมคะ เอาเป็นว่ายืดแบบยกโคน ปลายโค้งละกันค่ะ

จริงๆ สนใจการยืดแบบวอลลุ่มแมจิกตั้งแต่รุ่นน้องมาแนะนำการทำผมในเกาหลีให้ฟัง เมื่อหลายปีที่แล้ว และได้อ่านกระทู้ของน้องแอร์ที่ไปยืดผมปลายโค้งที่เกาหลีมา อยากทำมากๆๆ แต่พอไปเกาหลีจริงๆ แล้ว ผมดี๊ดี ไม่ชี้แห้งฟู แถมตรงสวยงาม เลยไม่อยากเสียเงินประมาณ 3 พันทำที่เกาค่ะ งกด้วยแหละ กลัวคุยกับอาจุมม่าไม่รู้เรื่อง

ข้ามมาที่ไทยค่ะ 3 ปีให้หลัง มันก็เข้ามาไทยค่ะเรียกชื่อเดียวกันเลย บางที่เรียกยืดวอลลุ่ม บางที่เรียก แมจิกวอลลุ่ม/วอ ลลุ่มแมจิก น้ำยามีหลายเกรดค่ะ ทั้งชิเซโด ชวาสคอฟ และน้ำยาญี่ปุ่น วิธีการมันก็คือเอาน้ำยาตัวนี้ทาไปบนผมที่เซ็ตไว้ (ไดร์ไว้ตามทรง) มันทำได้ทั้งดัดและยืดค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าคนไหนอยากยืดโคนดัดปลายก็ใช้น้ำยาตัวเดียวกัน

เราค้นคว้า เสาะหาร้านที่ทำมาหลายวีคเลยค่ะ (แบบอยากได้ของถูกใจและถูกราคา) เลือกมา 5 ร้านที่มีชื่อด้านนี้ค่ะ คือ

1. Hair Atelier by Ador ทองหล่อซอย 25 ช่างญี่ปุ่น ชื่อ ยูตะซัง เค้าว่าหล่อกัน ก็แบบเจป๊อปอ่ะนะคะ มีโปรโมชั่นด้วย คือ ดัด+ตัด+ทรีทเมนท์ หรือ ยืด+ตั+ทรีทเมนท์ ทุกความยาว 4,170 บาทค่ะ น้องอีกคนซื้อดีลทำทรีทเมนท์และตัดไว้ที่ ensogo ราคา 1,990 เท่านั้น อันนี้มีพอร์ตยืดผมเยอะอยู่ค่ะ แต่มีรีวิวของท่านนึงบอกว่า ราคาโปรนี้ ถ้าเป็นยืดโคนดัดปลาย จะบวกไปอีก 1,500 เวลาตกลงกับช่าง คุยกันดีๆ นะคะ เดี๋ยวบวกไปมาแล้วแพง (http://a-dor.net/ www.facebook.com/HairAtelierADOR)

2. More Hair ตึกไทม์สแควร์ ช่างเกาหลี ชื่อซอฮยอน (อ่านง่ายๆว่า ซอ ยอน) ราคาผมยาวครึ่งหลังประมาณ 5,000 ค่าตัด 700 ค่ะ อันนี้เพื่อนร่วมงานไปทำมา สวยอยู่ รีวิวของท่านอื่นๆ ก็สวยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะยืดโคนดัดปลาย ดูรีวิวของท่านนี้ได้ค่ะ (www.facebook.com/MoreHairShopTimeSquare)

3. Kudos by Tarakorn แถวเลียบทางด่วนค่ะ มีโปรโมชั่นด้วยนะคะ มีน้ำยาสองอย่างค่ะ ร้านนี้ค่อนข้างฮอตค่ะ ต้องจองคิวก่อนค่ะ (www.facebook.com/Kudossalon) ไปดูคุณพี่ท่านนี้รีวิวในจีบันกันนะคะ http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=162544

4. Prestige Hair ที่ทองหล่อและสยามค่ะ ราคาเริ่มต้นไม่ต่างจากร้านอื่นๆ นะคะ แต่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเยอะเรื่องทำผมราคาเป็นหมื่น และทำผมลูกค้าทั่วไปไม่ค่อยดี ต้องไปแก้ อันนี้เพื่อนร่วมงานเราที่เคยไปดัดที่นี่บอกเองเลย คุณพระเสียค่าทำผมเป็นหมื่น คุณพระ(อีกที) (http://www.prestige-hair.com/ www.facebook.com/pages/Prestige-Hair/460723497341816)

5. Park & Bomb อันนี้น้องที่ออฟฟิศไปทำมา ลอนสวยมาก แต่น้องดัดปลาย ผมเส้นใหญ่ ผมเยอะ และยาวค่ะ น้องไปทำตอนมีโปร สวยดี แต่ไม่อยู่ในช้อยส์เรา เพราะไม่ค่อยเห็นพอร์ตยืดผมค่ะ แล้วก็ค่อนข้างแพง (เฟสบุ๊คจะแยกเป็นสาขาอ่ะค่ะ เอาของสยามมา ดัดสวย https://www.facebook.com/parkandsiam)

เอาล่ะ เราตัดช้อยส์เหลือแค่ข้อ 1 กับ 2 แล้วค่ะ เพราะสนนราคาใกล้เคียงกัน จริงๆ นัดกับ More hair ไว้แล้ว แต่วีคนั้นป่วยพอดี เลยไม่ได้ไปทำ แล้ว ก็หาข้อมูลเรื่อยๆ จนเริ่มมั่นใจในยูตะซังและจะยืดเท่านั้น เลยตัดสินใจไปข้อแรกค่ะ โทรนัดเรียบร้อยที่เบอร์ตามเว็บ เป็นช่างญี่ปุ่นทุกท่านค่ะ แต่ผู้ช่วยคนไทย อยู่ที่ซอยทองหล่อ 25 ตรงข้ามร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ ตรงทางโค้งๆ น่ะแหละค่ะ จอดรถเล้ย ใช้เวลาทำประมาณ 3 ชั่วโมง นะคะ โทรนัดก่อนก็ดีค่ะ

สภาพผมตอนเราไปก็คือปลายผมเสียมาก เป็นไม้กวาด จากการทำสีแบบ Ombre ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จึงอยากตัดปลายออกประมาณ 10-15 ซม ค่ะ แล้วยูตะซังก็เล็มผมเราแล้วไดร์ลมม้วนด้วยมือเบาๆ จากด้านหลัง อุ๊ต่ะ ยังกะทำเสร็จแล้วเลยค่ะ เพราะข้างบนเรียบ ข้างล่างลอนสวยงามเหมือนคนดัดปลายผมเลย (ตอนนั้นคิดเลย กูจะมายืดผมทำไมว้า ผมแบบนี้ก็สวยดีแล้ว แค่ซอยให้เข้าทรงเอง) ช่างผู้ชายน้องเก้งถามว่านี่ดัดมานานยัง อ่อ ผมธรรมชาติค่ะ

image_3
ผมก่อนทำ ปลายผมเยี่ยงไม้กวาด

image_7
ยูตะซังซอยผมเบาๆ แต่ผมเราหยิกเอง

จาก นั้นยูตะก็ถามว่า จะเอาแบบยืดหรือยืดโคนดัดปลาย เรามโนในใจว่า ดัดปลายจะลอนแบบที่ยูไดร์ให้มั้ยล่ะ นางบอกว่าเหมือน แต่ถ้ายืด มันอาจจะไม่ม้วนขนาดนี้นะ เราเลยตัดสินใจบอกว่า งั้นยืดโคนดัดปลายก็ได้ถ้าช่างเห็นว่าดี หลังจากนั้นผู้ช่วยก็มาลงน้ำยาค่ะ ลงครึ่งหัวก่อน เพราะจะยืดโคนใช่ม้า เราก็ไลน์ถามเพื่อนร่วมงานแก็งค์ชะนีทีเดียวว่า แกๆ ชั้นจะดัดปลายนะ โน่นนี่นั่น ทันใดนั้นมีเพื่อนร่วมงานเตือนเราว่า พี่ป้อม...ถ้าเป็นคนไม่มีเวลาไดร์ผมก่อนออกจากบ้าน ไม่แนะนำ เพราะมันจะเหมือนพุดเดิ้ลมาก อัยยะ ผมของน้องเค้าก็เป็นหยักศก ฟู เหมือนเราด้วย ภาพเก่าในปี 2008 ที่เรา ดัดผมแล้วเป็นมหันภัยมันย้อนกลับมาทันใด ผมเราฟูมาก ไม่มีเวลาจัดทรงให้ลอนสวยด้วยซ้ำ หน้าก็ใหญ่ โอ๊ย นรก แล้วก็รีบบอกผู้ช่วยว่า เปลี่ยนใจทันมั้ยคะ ฮืออออ นางบอกเดี๋ยวบอกช่างให้นะคะ ยูตะซังเลยมาที่ผมแล้วอนุมัติ (มั้ง) สรุปคือ ยืดทั้งหัวค่ะ เฮ้อ

image_1
ตอนไดร์หลังตัดก่อนลงน้ำยาค่ะ

หลัง จากชะโลมน้ำยาแล้วก็ทิ้งไว้ซักพักนึง ยืดแบบนี้ไม่มีแผ่นพลาสติกมาดามเหมือนสมัยรีบอนดิ้งนะคะ อุ๊ต่ะ เกิดทันกันมั้ยคะ? อาร์ตแฮร์สยามเป็นโรงงานรีบอนดิ้งหลายคนคงจำได้ สมัยนั้นเรารีบอนที่ร้านออกัส หน้ารามค่ะ อร๊าย อดีตมั่กๆ ผมตรงลีบติดหัว เค้าว่าฮิตกันค่า....ฟีดแบ็คจากคนใกล้ตัว บอกว่าผมแข็งยังกะไม้กวาด สยอง ผมธรรมชาติแต่ไม่เสียดีกว่านะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
image_2
เป่าลมหลังยืดเสร็จ

จาก นั้น ก็ล้างออกค่ะ แล้วมารีดผม ผู้ช่วยน้องเก้งบอกว่าอาจจะร้อนหน่อยนะคะ เป็นการใช้ความร้อนล็อคผมค่ะ จะดัด หรือจะยืดน่าจะเป็นช่วงนี้ล่ะค่ะ เพราะถ้าดัดก็จะใช้โรลไฟฟ้าให้ความร้อนกับลอน เหมือนดัดดิจิตอลนี่เอง ช่างจะใช้ที่รีดผมแบบเลอซาช่ามารีดตั้งแต่โคนเลยค่ะแล้วตวัดปลายให้โค้ง (ไปๆ มาๆ ก็เหมือนผมดัดปลายเบาๆ นะคะ) ทีนี้ มีอีกครึ่งหัว ช่างญี่ปุ่นผู้หญิงมาช่วยค่ะ นางใช้วิธีอีกแบบคือ หนีบตรงก่อน แล้วตวัดปลายทีหลัง เราก็นอยด์สิคะ ทำไมน้องเก้งตวัดปลายเลยทุกปอยผม กลัวลอนไม่เท่ากัน เอ๊ะ ได้ข่าวกูยืด จะนอยด์ทำไม พอทำเสร็จก็ทาน้ำยาล็อคค่ะ แล้วไปล้างออก ไดร์ผมเซ็ตผม น้องบอกว่าวิธีดูแล 24 ชั่วโมงแรกห้ามสระผม แต่ยังโดนน้ำได้ ดีกว่าสมัยรีบอนดิ้งเยอะค่ะ อันนั้นห้ามสระผม 3 วันหัวเน่าเหนียวมาก แล้วก็ห้ามมัดผม ติดกิ๊บไรงี้ตามปกติ ใช้เวลาทำรวมรอทุกอย่างแล้วไม่เกิน 3 ชั่วโมงค่ะ ไม่ทรมานเหมือนตอนทำรีบอนดิ้งเลย สมัยนั้นนี่แทบจะใช้ชีวิตในร้านทำผม ยืดอะไรตั้ง 5 ชั่วโมง เสียเวลาทำมาหากินมากๆ ออกจากร้านตัวเบาเลยค่ะ จ่ายบัตรเครดิตได้นะคะ เราซื้อน้ำมันใส่ปลายผมมาด้วยค่ะ เพราะอยากบำรุงบ้าง

image_5 image_6
น้องไดร์ม้วน เซ็ตแล้วย้อม เอ๊ย เซ็ตก่อนออกจากร้าน

พอสระครั้งแรกพบว่าชีวิตง่ายขึ้น 45% ค่ะ ลงน้ำมันปลายผมนิดหน่อยแล้วออกจากบ้านได้เลย ผมค่อยๆ แห้ง มันสวยตรงลอนปลายผมนะคะ คือ เป็นคนผมหยักศกอยู่แล้ว และรู้สึกดีใจที่บอกช่างทันว่ายืดค่ะ เพราะเราไม่น่าจะเหมาะกับทรงพุดเดิ้ลฟูเท่าไหร่ มันสยองมาก พูดเลอ แต่โคนผมค่อนข้างมันเร็ว อยู่ได้สองวันก็ต้องสระแล้วค่ะ แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมันไม่ต้องรอไดร์ สระแล้วหัวเปียกขับรถออกจากบ้านเลย แล้วเดี๋ยวจะทำสีตอนครบ 1 สัปดาห์ค่ะ ทำเองนี่แหละค่ะ กับ ลิเซ่ (อ่านยากจุง) เดี๋ยวเอามาให้ดูอีก

image_9 image_8 photo
หลังสระผม 30 นาที

image
หลังสระผมจนแห้งสนิท ฟูนิดๆ ตามธรรมชาติ(ลงโทษ)

ตอนนี้ แฮปปี้มากค่ะ ยูตะซังซอยผมเก่งนะคะ

จริงๆ เราอยากรีวิวทำผมแบบ Ombre ที่ ทำปีที่แล้วที่ซาลอนเดอแบร์นะคะ แต่ว่ามันก็ค่อนข้างนานแล้ว ผมก็ตัดออกหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ ปีที่แล้วอยากลองอะไรที่อยากทำให้สุดๆ น่ะค่ะ ไม่อยากพลาดเพราะไม่กล้า ไงล่ะ ผมเสียต้องบำรุงเป็นปีเลย สะใจไปเลย คือผมอ่อนแออยู่แล้วนะคะ แต่ช่างทำดีค่ะ ถ้าชอบทำสีต้องพี่แป๊ะเลยค่ะ

ส่วนร้านอื่นๆ ที่เราว่าโอเคสำหรับการดัด ก็มี Salon de Bear แถวพัฒนาการ, ร้านวาซาบิ, พี่ดวง ร้าน AKRU ค่ะ ยังไงลองอ่านรีวิวเยอะๆ สอบถามทางร้านจนกว่าจะแน่ใจดีกว่าค่ะ หรือถามเพื่อนๆ ที่ทำมาว่าทำที่ไหน ถ้าชอบสไตล์นั้นๆ นะ และ อย่าลืมเช็ค ensogo อยู่เสมอ เพราะหลายร้านที่ทำผมดีๆ ก็มีดีลราคาถูกใจสำหรับสาวๆ มาล่อใจเสมอค่ะ จะได้ผมสวยและไม่เสียตังค์เยอะนะคะ

 

ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ ไปสะบัดบ๊อบก่อนนะคะ

2013/Feb/11

นานๆ จะอัพทีค่ะ แต่เห็นหลายคนอยากให้แชร์สิ่งที่ได้ไปฟัง คุณหมอผิง ธิดากานต์ พูดในงาน Book talk ที่จัดโดย สสส. ที่ศูนย์สุขภาวะ ซอยงามดูพลีค่ะ
 
คุณหมอผิงทำงานด้านศาสตร์ชะลอวัย (Anti aging) ที่สมิติเวชค่ะ แต่ได้เขียนหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่ม รวมถึง "ผอมได้ไม่ต้องอด" ด้วย
ตอนแรกที่รู้ข่าว คือเราติดตามหมอหมี (@Drcarebear) มานานแล้ว เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายค่ะ คุณหมอหมีแชร์เรื่องนี้เลยลองเข้าไปฟังดูค่ะ เราขอแชร์บางส่วนที่เราเก็บเกี่ยวได้ไว้ในบล็อกเราเป็น reference แล้วกันนะคะ เวอร์ชั่นเต็มไปซื้อหนังสือคุณหมออ่านได้เลยจ้า เล่มละ 165 บาทเท่านั้น (พื้นที่โฆษณา)
 
ก่อนอื่นเราก็ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่ามีอาการอ้วนแบบไหน มี 3 เกณฑ์ค่ะ
1. วัดจาก BMI คือการเอา น้ำหนัก (กก.) มาหารด้วยส่วนสูง (ม.) ยกกำลังสอง
แล้วดูว่ามีน้ำหนัก BMI ตามเกณฑ์หรือสูงกว่าเกณฑ์ ซึ่งถ้าเป็นฝรั่ง เกณฑ์อยู่ที่ 25 สำหรับคนไทย คุณหมอผิงแนะนำว่า 23 ก็พอค่ะ
ถ้าใครเกินล่ะก็ ติ๊กถูก 1 ข้อ
2. วัดจากรอบเอวค่ะ วัดโดยผ่านสะดือนะคะ เกณฑ์ชะนีไทย ไม่เกิน 80 ซม. เกณฑ์ชายไทยไม่เกิน 90 ซม. ค่ะ
ใครเกินก็ติ๊กถูกอีก 1 ข้อ
3. เมื่อได้รอบเอวมาแล้ว ให้มาหารกับรอบสะโพก ต้องไม่เกิน 0.85 ค่ะ
ถ้าใครเกิน ติ๊กถูกเลยจ้า
** ทำไม เราต้องวัดรอบพุงด้วย เคยสังเกตไหม คนผอมๆ เค้าก็มีพุงกัน แบบนั้นเรียกว่าอ้วนหรือเปล่า?
คือความอ้วนที่ช่องท้อง มันอาจก่อให้เกิดโรคได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ ค่ะ การไม่มีพุงเป็นลาภอันประเสริฐนั่นเอง
 
จากนั้นจะผอมต้องทำยังไง
  • ก่อนอื่นต้องคิดแบบคนผอมค่ะ ต้องวางแผน มีจิตใจมุ่งมั่น (Willpower)
  • คนผอมมักจะคิดเสมอว่าต้องกินอะไร มื้อต่อไป มีวินัย กินแล้วรู้สึกผิด
  • เปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นบ้านของคนผอม ปิดทีวีซะตอนกินข้าว จะได้ไม่กินเพลิน กินไปเรื่อย (Mindless eating)
  • ของอ้วนๆ ก็เอาออกให้หมดค่ะ
  • งดอาหารหวาน มัน เค็ม เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เหมือนสิ่งเสพติด ยิ่งกินก็ยิ่งฟิน ถ้าเราค่อยๆ ลดลง จะทำให้เราเสพของมีรสชาติเหล่านี้ได้น้อยลง ประโยชน์ก็มากขึ้นค่ะ
  • เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เช่น ถ้าชอบกินอาหารตอนนั่งทำงาน ก็ให้เปลี่ยนเป็นอาหารที่แคลอรี่ต่ำ อย่างถั่ว แต่ต้องจำกัดปริมาณนะคะ ไม่เกิน 20 เม็ดต่อวันงี้
  • ถ้าเราทานแป้งเยอะ น้ำตาลเยอะ มื้อต่อไปจะหิวเร็ว
  • ลองเขียนไดอารี่จดบันทึกอาหารประจำวัน แล้วจดว่าเราเริ่มหิวตอนกี่โมง ลองหาของว่างที่มีประโยชน์กินในช่วงนั้น
  • ถ้าเป็นไปได้ ทำอาหารเองจะดีกว่ากินนอกบ้าน เพราะเราไม่รู้ว่าปริมาณที่เขาใส่ส่วนผสมนั้นมีอะไรบ้าง เสียงโรคภัยต่างๆ ด้วยค่ะ
  • โปรตีนที่กินควรเป็นโปรตีนที่มีประโยชน์ เช่น ปลา เต้าหู้ อกไก่ ไข่ขาว ส่วนหมูให้ทานได้ไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  • ของว่างที่มีประโยชน์อาจจะเป็นผักอบกรอบ ถั่ว แอปเปิ้ล แต่พวกฟักทอง ข้าวโพด เป็นผักที่มีแป้งเยอะนะคะ กินไปก็ไม่ผอมค่ะ
  • เทคนิคกินของว่าง คือ ให้แบ่งจากถุงมาใส่จานค่ะ ปริมาณน้อยๆ ให้พอหายโหย
  • อาหารสำคัญกว่าออกกำลังกาย
  • แต่ถ้าคุมอาหารให้คงที่แล้วยังไม่ลง ให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอค่ะ เพื่อให้สุขภาพดี ควรทำให้ได้วีคละ 150 นาที ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที แปลว่า วันที่ไปออกกำลังกาย ต้องเบิร์นให้มากกว่า 30 นาทีค่ะ (ในเวลา 30 นาทีนี้ นับตั้งแต่หัวใจเต้น 114 ครั้งขึ้นไป สำหรับคนอายุ 25 ปีอัพนะคะ)
  • จากข้อที่บอกว่าแพลนล่วงหน้า การออกกำลังกายก็เช่นกัน ให้เซ็ตไว้เป็นพื้นฐานเลย
  • คุณหมอแนะนำว่า ลองใช้โยเกิร์ตที่เรียกว่า Greek Yoghurt ดูค่ะ เพราะจะมีปริมาณโปรตีนเยอะกว่าโยเกิตแบบอื่นๆ
  • การมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์จะทำให้เราลดน้ำหนักได้มากขึ้น
  • พกข้าวกล้อง หรือทำกับข้าวกินเองไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ลองตื่นเช้าขึ้นหรือทำไว้ตอนกลางคืนแล้วอุ่นตอนเช้าก็ได้ เพื่อสุขภาพและน้ำหนักของเรานะคะ อย่าขี้เกียจค่ะ
  • การใช้สารทดแทนความหวานก็ใช้ได้ค่ะ แต่มันจะทำให้เรายังเสพติดความหวานอยู่ และยิ่งโหยหาความหวานมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ลดปริมาณลงเรื่อยๆ ดีกว่าค่ะ
 
เอาล่ะ ได้มาเท่านี้ เดี๋ยวเก็บความรู้จากเว็บและเฟซบุ๊คอื่นๆ มาให้อีกค่ะ
ช่วงนี้ ขอลดให้ได้มากกว่า 2 โลเสียทีเถอะ
 

2013/Jan/02

เค้าว่าเดี๊ยนเขียนบล็อกปีละครั้ง ..... ท่าจะจริง ก็เขียนทีไรไม่เคยเขียนสั้นๆ เบย ติดลมเขียนยาวเป็นนิยายมหากาพย์ตลอด เอาล่ะค่ะ เข้าสาระกัน
 
Summay of my 2011
 
Good:
Got offered for 2 jobs on Jan
Got a new job in the big company
Singapore trip for training and meeting 4 times
Hong kong trip on mid July with Amarageddon
Korea trip for YG concert on Dec 1-6
Sweden trip to Almhult for training Dec 12-16
Copenhagen in 1 and a half day
Paris trip by chance Dec 18-20
Got the special job, damn tiring but make a lot of money
Got Bonus and gift from the company
No serious money problem this year
Have a good team in my work and meet the funny people there
 
Bad:
Sick every month (but fortunately the company paid for me)
When I was slimmer, I was sick again
The close colleagues continue leave the company
See no career path here -- then I need to struggle again in the next 2 years
 
 
2012 Resolution - Result
Have a meal not over 800-1000 Kcal per day >>> Failed
Quit eating snacks, chocolate and candies especially milk tea! >>> I quit drinking milk tea since Aug 12...Hooray!
Go to fitness every week >>> Failed
Walk more, eat less, No buffet! >>> Failed. I cannot stand eating nothing but buffet.
-- To lose more than 6 kg within one year -- >>> Failed. I can lose only 1 kg from 60 to 59. Anyway my thighs are slimmer.
To be more energetic and focus on work to make it better and less error in my job >>> Moderate
Pay less for clothes and fashion things >>> Failed. I'm always shopping till drop.
-- To reduce my credit card debts -- >>> Succeeded. I can pay all debts for one credit card.
Start a new business >>> Moderate. Still ongoing but it needs lot of money to run.
Improve my business English writing and speaking skill >>> Succeeded. Both English and Korean language course.
Write blog more frequent >>> As you see. Failed.
Send my work before deadline >>> Even worse. Failed.
 
2012 Summary
Good:
Promote to be an assistant marketing manager - Aug
Got iphone5 - Nov
Start studying English and Korean - Nov 
Korea trip with Jhoy and Nutt - 10-14 Dec
 
Bad:
Have dental and gum problem - Sep
Miss the flight back to Bangkok
Accident on toilet floor - Dec
 
Repeat from 2011:
Got the special job, damn tiring but make a lot of money
Got Bonus and gift from the company
No serious money problem this year
Have a good team in my work and meet the funny people there
 
Bad:
The close colleagues continue leave the company
 
2013 Resolution
Lose 6 Kg within 12 Months
Eat more veggie
Eat less buffet
Work out every week
Being a good person
Make merit often
Spend less
Travel abroad more
Being a energetic person, concentrate on work
Not receive any special job that I can't do it
Kick off my brand


Pompoko Luv Everybody
View full profile